วันขอบคุณนักกิจกรรม ภาค 2 (2) : มีความหมายใดในกิจกรรม ...?

"นอนกลางดิน - กินกลางป่า ..เฮฮากลางสายน้ำ ดื่มด่ำภูมิปัญญา เสวนาปราชญ์ชาวบ้าน"

ในหนังสือทำมือ "มีความหมายใดในกิจกรรม.."   ที่ผมและทีมงานจัดทำขึ้นเป็นของที่ระลึกในวันขอบคุณนักกิจกรรมนั้น  ประกอบด้วยเนื้อความต่างกรรมต่างวาระ 2  ห้วง   คือ   มีความหมายใดในกิจกรรม  ภาคที่  1  :  การเดินทางของค่ายภาคฤดูร้อน  2550   ซึ่งเป็นเรื่องราวที่นิสิตเขียนขึ้นในช่วงที่ออกค่ายในเดือนมีนาคมของปีที่แล้ว,

 

 

ส่วนอีกภาคก็คือ  มีความหมายใดในกิจกรรม   ภาคที่  2  :  ก่อนการออกเดินทางของค่ายภาคฤดูร้อน  2551  (เก็บตกจากพื้นที่การเรียนรู้ ณ  บ้านเม็กดำ)  ซึ่งหมายถึงล่าสุดที่ผมพาน้องนิสิตไปจัดสัมมนาเตรียมความพร้อมในการไปออกค่าย   โดยเลือกที่จะไป  "นอนกลางดิน - กินกลางป่า ..เฮฮากลางสายน้ำ  ดื่มด่ำภูมิปัญญา  เสวนาปราชญ์ชาวบ้าน"  เสร็จแล้วก็สกัดเอาความคิด  ความรู้สึกของพวกเขาที่มีต่อการทำกิจกรรมออกมาบันทึกไว้  ดังว่า -

  

 

 

ในการไปค่ายในแต่ละครั้ง   เหตุผลที่ต้องไปก็คือ   การคิดอยู่เสมอว่าการออกค่ายนั้นเป็นกิจกรรมที่ท้าทายกับความสามารถ   เรามีความสามารถ  หรือศักยภาพพอหรือไม่   รวมถึงการรู้สึกว่า  ค่ายก็น่าจะเป็นกิจกรรมที่ทำให้เราสามารถเรียนรู้ความเป็นตัวของเราเองด้วยเช่นกัน 

ค่ายเป็นเสมือนเวทีฝึกให้เรากล้าแสดงออก   กล้าที่จะออกไปยืนพูดในที่ที่มีคนเยอะ ๆ  กล้าที่จะได้ใช้ความรู้ที่ตนเรียนมาไปใช้ให้เกิดประโยชน์  

ผลสุดท้ายที่ได้มาจากทุกค่ายและเป็นสิ่งที่สวยงามนั้นก็คือ  ได้เพื่อนได้พี่รวมทั้งได้เต็มที่กับชีวิต 

วิภาพร  ป้อมกระโทก

 

ค่ายอาสา  เป็นคำพูดที่ฟังแล้วดูมีความหมายมาก
ในสมัยเด็กผมเคยดูทีวี  เห็นค่าย ๆ หนึ่งที่กลุ่มนิสิตพากันไปออกค่าย   เป็นผู้เสียสละเพื่อชุมชนและสังคมที่ผมดูแล้วเกิดแรงบันดาลใจว่าในชีวิตหนึ่งต้องทำแบบนี้บ้าง !           

ครูอาสา  เป็นชมรมเก่าแก่ของคณะ  มีอายุยืนยาวกว่าทุกชมรมในคณะ   พี่ ๆ ในชมรมล้วนแต่เป็นทีมงานที่มากด้วยความสามารถ   และคำ ๆ  หนึ่งจากพี่ประธานชมรมก็ทำให้ผมได้คิดก็คือ  "การเรียนทำให้คนมีงานทำ  แต่กิจกรรมทำให้คนทำงานเป็น"   

เมื่อคนเราชอบหรืออยากจะทำอะไรสักอย่าง   "อยากแล้วก็ต้องทำให้ได้"   ...
การออกค่ายของผมจึงไม่ใช่ว่ามีคนบังคับ   หรือจำใจมา  แต่ทุกค่ายมันคือความเต็มใจที่จะทำ !     และบัดนี้ผมก็กล้าที่จะพูดด้วยเสียงอันดังว่า  สำหรับผมแล้ว,   "กิจกรรมออกค่ายได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตของผมไปแล้ว..." 

ศักดิ์ชัย   ทำบุญ ..ครูอาสา  

 

ผมอยากจะหาความหมายของคำว่า "ค่าย"  ให้ได้มากที่สุดในทุกค่ายที่ร่วมออกค่าย 
และรวบรวมความหมายของค่ายในแต่ละค่ายเพื่อนำไปใช้กับค่ายอื่น ๆ  ต่อไปเรื่อย ๆ 
ซึ่งรวมถึงค่ายของผมด้วย     ....

 วันชัย  กองผ้าขาว  (กีฬากับสังคม) 

 

กิจกรรมทำให้คนมีเหตุผล   และเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งทั้งภายในและภายนอก 

มนัสชัย  เนื่องมี

 

อยากหาประสบการณ์ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยให้มากที่สุด  
เพราะแม่บอกว่า   "เรียนไม่เก่งไม่เป็นไร   ขอให้ได้ประสบการณ์" 

นิรนาม

 

 

 

การออกค่ายมีการเรียนรู้หลาย ๆ สิ่ง  หลาย ๆ อย่าง   ที่ต้องเรียนรู้
ก็อย่างที่เข้าใจว่า ...ในสถานที่ต่าง ๆ  นั้นมีองค์ประกอบความรู้อีกมากที่ไม่รู้ 

กัมปนาท    คำมะณีจันทร์ ...วงแคน

 

ทุกครั้งที่ไปค่าย
ฉันสนุกมาก
ที่สำคัญที่สุด ...
ฉันมีความสุขกับน้ำใจและมิตรภาพของบทุกคน

                                                                                                                         ดอกไม้โศก

 

เมื่อเราไปออกค่าย
จะทำให้ให้รู้จักเพื่อนมากขึ้น
ได้รู้จักบุคคลต่าง ๆ  ที่อยู่คณะอื่น ๆ 
รู้จักพี่ ๆ ..
ทำให้อยู่ในมหาวิทยาลัยอย่างไม่โดดเดี่ยว

                                                                                                                                                                   วิจิตรา   เสียงใส ..นอกหน้าต่าง

 

 

ไปค่ายครั้งแรกตอนปี  1    ซึ่งตอนนั้นคิดว่าไปตามเพื่อน ..ลองไปดูเฉย ๆ
แต่เมื่อได้ไปทำงาน 
ได้สัมผัสกับเด็ก ๆ  แล้วกลับรู้สึกชอบ...   รู้สึกประทับใจ
จนมีความรู้สึกว่า   อยากจะทำค่ายไปเรื่อย ... ๆ 
ถึงการจัดค่ายจะเหนื่อยกาย  แต่ก็สุขใจ  ... 
มีความสุขบนวิถีทางของชาวค่าย 

 

 

ณัฐพล  โสมาบุตร ...พิมพ์หลากสี

 

นับตั้งแต่ก้าวแรกที่ขึ้นรถก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ  ...  เมื่อลงจากรถก็ได้เจอผู้คนที่แปลกหน้า  ...ได้เรียนรู้ประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับคนอื่น   ตลอดจนเวลาที่อยู่ในค่ายก็มีความเหนื่อย   แต่ในความเหนื่อยนั้นก็แฝงไปด้วยความสุข  ความผูกพัน  ความประทับใจในหลายอย่าง  ประสบการณ์มากมายที่หาไม่ได้ในห้องเรียน ... 

อัจฉรา  สุวรรณธาดา..ยุวชนประชาธิปไตย  

 

 

ส่วนมากการออกค่ายของนิสิตจะเป็นการออกเพื่อเกียรติบัตร
เพื่อเซ็นสมุดบันทึกกิจกรรม   เพราะเพื่อนชวน
แต่น้อยนักที่จะอยากออกค่ายด้วยความตั้งใจของตัวเอง

พิทักษ์ชัย  คำพะทา  ธารปัญญา

 

ฉันไม่เคยน้อยใจหรือท้อแท้ใจที่ต้องเดินขึ้นรถเพียงคนเดียว
เพราะฉันเชื่อในใจเสมอว่า
ในวันที่ฉันก้าวลงจากรถ   จะมีคนมาส่งฉันอย่างมากมาย

อุมาพร    สุภารี ..

 

ค่ายครั้งนี้ทำให้ข้าพเจ้าเกิดแนวคิดและความสนใจชนบท   ธรรมชาติ  ความรู้ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวของบ้านเรามากขึ้น   ทำให้ข้าพเจ้าพยายามที่จะเป็นคนช่างถาม  ช่างอยากรู้และก็ช่างสังเกตขึ้น   แต่ถึงจะพูดน้อยและอายไปหน่อย   แต่ข้าพเจ้าก็คิดว่าค่ายนี้  และทุก ๆ ค่ายให้อะไรกับตัวข้าพเจ้าเป็นเรื่องที่ดีตลอดไป

ชนาการณ์  มุ่งวิชา...วงแคน

 

 

บางครั้งการเข้าค่ายก็สามารถเปลี่ยนแปลงคนได้  เช่น  จากคนขี้อาย  เปลี่ยนให้เป็นคนที่กล้าคิด  กล้าแสดงออก   และทำให้เราปรับตัวอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นได้   ทำให้เรารู้จักการทำงานร่วมกับคนอื่น   และรู้จักเปิดใจยอมรับคนอื่น  ...

ดา...

 

 

ถ้าเป็นความรู้สึกที่เห็นแก่ตัวก็คือ  ..อยากทดสอบความสามารถของตนเอง  และอยากได้ความภาคภูมิใจกลับมา   แต่ถ้าลองมานั่งคิดถึงคนอื่นแล้ว  แน่นอนการที่เราได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นนั่นจะเป็นความภูมิใจยิ่งกว่า  

                                                          

นฤมล  แก้วทรัพย์เจริญ .. สานฝันคนสร้างป่า

         

การออกค่ายในแต่ละค่าย  ทำให้ได้รู้อะไรมาก  ทั้งความรู้ต่าง ๆ  ของแต่ละค่าย  ได้เที่ยว  ได้รู้ประวัติและวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่  ได้รู้ถึงความรักและความสามัคคีของชาวค่าย  ... 

 

นิภาพรรณ  จันทะมา  ..พยาบาล ฯ 

   

 

 

เมื่อคืนได้ชมการแสดงของพี่ ๆ วงแคน  ซึ่งส่วนมากร้องหมอลำ  และปกติเราจะเป็นคนไม่ใช่ฟังไม่ได้  แต่มันถึงขั้นฟังแล้วรู้สึกว่าอาการไมเกรนกำเริบ   แต่เมื่อคืนเห็นความสนุกสนานของคนดู  เห็นความตั้งใจของคนเล่น  แล้วเห็นความสามัคคีของทุกคนแล้ว  ทำให้ไม่เพียงไมเกรนไม่กำเริบเท่านั้น  แต่ยังมีสารเอ็นโดฟินหลั่งออกมามากมาย  (เอ่อ..เราก็ฟังได้นิหว่า..)

เพชรดา   สุพล  ..ช่อราชพฤกษ์

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน

  • จบไปแล้วนักศึกษากลุ่มนี้ต้องได้ปริญญาเพิ่มอีกหนึ่งใบค่ะ
  • "ปริญญาชีวิต" ที่ไม่มีในห้องเรียน ไม่มีขายในเซเว่น
  • ชื่นชมในกิจกรรม ที่มุ่งหวังเพื่อสร้างคนดีค่ะ
  • เป็นต้นเเบบของการจัดกิจกรรมกับนิสิต
  • จะขออนุญาตินำไปปรับแต่งให้เข้ากับวิถีเเมคคอร์มิค

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ  อาจารย์แผ่นดิน

  • กิจกรรมเป็นสิ่งสร้างคน
  • ภาวะทุกอย่างอยู่ที่เด็ก ๆ ได้ปฏิบัติ นั่นแหละค่ะการเรียนรู้แห่งชีวิต
  • ได้สัมผัสธรรมชาติ  ความจริงที่มีอยู่  สัมผัสความคิดของคนอื่น ๆ  ฯลฯ  อีกมากมายที่เขาพบ
  • ชื่นชมกับกิจกรรมที่เห้นเชิงประจักษ์จริง ๆ
  • อาจารย์ทำด้วยใจ ผลที่ได้รับคือความสุขใจ ความภูมิใจค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ..little cat

คืนที่ผ่านมา,  มีนิสิตที่ไปจัดกิจกรรมกับผมในโครงการดังกล่าวมาร่วมงานวันขอบคุณนักกิจกรรมจำนวนมาก   ซึ่งพวกเขานำเอาเอกสารประเมินมาส่งผมด้วยเช่นกัน   เกือบทั้งหมดยืนยันว่าประทับใจกิจกรรมที่พาไปเรียนรู้มาก  และอยากให้จัดในทำนองนี้บ่อย ๆ ...  รวมถึงชื่นชอบสไตล์งานที่ไม่ยึดติดระบบพิธีการแบบราชการ  แต่ให้วิถีดังกล่าวเป็นไปตามธรรมชาติมากที่สุด ..

มีช่วงหนึ่งที่ผู้แทนนิสิตได้ขึ้นไปร้องเพลง  และเขาเลือกที่จะร้องเพลงที่แต่งขึ้น ณ ค่ายนี้...

เขาขอให้ผมขึ้นเวทีไปด้วยเพื่อเชิญชาวค่ายนั้นมาร่วมร้องเพลงด้วยกัน   ซึ่งหลายคนขึ้นเวทีไปจนล้นเวที

ผมยืนดูในมุมมืดอย่างเป็นสุข...  คล้ายกับมีน้ำตาไหลอยู่ภายในหัวใจของตนเอง..

 

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ...meowadee

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับประเด็นที่กล่าวว่าเป็น   "กิจกรรมที่เน้นเชิงประจักษ์"   ซึ่งกิจกรรมนี้ผมเห็นให้พวกเขาได้ร่วมกันเรียนรู้จากสภาพจริงที่แตะต้องสัมผัสได้   ส่วนเขาจะมีเครื่องมือ  หรือต้นทุนที่ดีในการเก็บเกี่ยวได้มากแค่ไหนนั้น  เป็นประเด็นที่เขาต้องเตรียมตัวให้พร้อม ...

ผมจะนำเข้าสู่บทเรียนทุกครั้ง, และร่วมปิดบทเรียนกับน้องนิสิตเสมอ ...

เกือบทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากให้จัดกิจกรรมเช่นนี้อีก และเพิ่มเวลาให้มากขึ้นกว่าเดิม ...

...

ขอบคุณครับ

จ๊อก ธารปัญญา
IP: xxx.172.162.83
เขียนเมื่อ 

คิดถึงพี่ๆทุกคนเลย พี่พนัสเป็นไงบ้างเหนื่อยไหมกับงานทุกวันนี้ สู้ๆๆๆ น้องเป็นกำลังใจให้ ยังคงเป็นคนที่มีอุดมการณืแรงกล้าเหมือนเดิม อาจไม่ได้ไปช่วยงานกิจกรรม แต่แรงใจส่งไปเต็มที่ ยังติดตามผลงานกิจกรรมต่างๆที่ได้ทำกันตลอดไม่เคยทิ้ง แต่ด้วยภาระกิจฝึกสอนเลยไม่ได้ไปช่วยอะไรเลย และอยู่ต่างจังหวัดจึงไม่ค่อยสะดวก ยังไงก็ไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว ด้วยความเคารพ

เขียนเมื่อ 

แอบเห็นหลังของตัวเองแว๊บๆๆ