นี่แหละครับสถานการณ์ราคาที่ดินของปายต้องบอกว่าไปไกลมากแล้ว ชาวบ้านจึงขายที่ดินอย่างไม่บันยะบันยังกันเลย เสร็จแล้วก็พากันไปเผาป่า ถางป่าเรื่อย ๆ เฮ้อ แบบนี้อีกไม่นานปายก็คงไม่เหลือป่า ไม่เหลือสีเขียว มีแต่ตึก ตึกร้างไม่ต่างจากมืองท่องเที่ยวอื่น ๆที่ตายแล้ว!!! ไม่เหลือความเป็นธรรมชาติ ไม่เหลือความเป็นเมืองปายอีกแล้ว !!!

         เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านผมเดินทางไปส่งภรรยาขึ้นรถไฟไป กทม.เพื่อเข้าร่วมประชุมวิชาการ(วิสัญญี) ซึ่งก็ไม่อยากบอกเลยว่า ก่อนหน้านี้ 1 วัน ผมและภรรยา หัวเราะ(เยาะ) อ.ดร.กะปุ๋มตกเครื่องบินเชียงใหม่-อุดร ต้องรอนแรมเข้า กทม.ก่อนแล้วย้อนกลับอุดรอีกที ฮิ ฮิ ปรากฎว่าบาปกรรมคงมีจริง เพราะภรรยาผมตกรถไฟ ไปขึ้นรถไม่ทัน สุดท้ายต้องซื้อตั๋ว 2 ใบจ่าย 2 ต่อ เหมียนกัน!!

        กลับจากเชียงใหม่มาถึงประมาณ 1 ทุ่ม ปรากฎว่ามีเพื่อนที่เดินทางมาจาก กทม.เพื่อนผมซึ่งเป็นนักธุรกิจเดินทางมาพักที่บ้าน จุดประสงค์คือการเดินทางมาดูลู่ทางการประกอบธุรกิจที่ปาย ในตอน กลางคืนก็เลยพาตระเวณดูการประกอบธุรกิจบันเทิงต่าง ๆในปายจนถึงเวลาประมาณตีหนึ่งจึงกลับมาพักผ่อนกัน

        ตื่นเช้าผมจึงพาเพื่อนไปดูที่ดินที่เขาติดป้ายขายแถว ๆใกล้ ๆเมื่อง เริ่มตั้งแต่หมู่บ้านที่ติดกับสนามบิน

         แปลงแรกห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 กม. มีเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 92 ตรว.ราคาที่เรียกครั้งแรก 3.5 ล้าน อื้อฮือ !!  ไร่ละ 2 ล้าน

        แปลงที่ 2 ขยับเข้ามานิดหนึ่งห่างจากแปลงเดิมเข้าทางตัวเมือง ติดถนนใหญ่ อยู่รีมน้ำ เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 25 ตรว. ราคาที่เรียกครั้งแรก 4.5 ล้านบาท  อืม !! ไร่ละกว่า 3 ล้าน

        แปลงที่ 3 ขยับเข้าไปติดเมืองแต่ยังไม่ใช่ในเมืองนะครับ เนื้อที่ 2 ไร่ไม่เต็ม ราคาที่เรียกมา 6 ล้านบาท โอ้โห !!! ไร่ละกว่า 3 ล้าน

        แปลงที่ 4 ย้อนกลับไปที่รีมน้ำ ติดถนนใหญ่ แต่ไม่ติดแม่น้ำ มองเห็นแม่น้ำปายอยู่ใกล้ ๆเนื้อที่ 8 ไร่ ราคาที่เรียกมาครั้งแรก 24 ล้าน ไอ้หยา !!! ไร่ละ 3 ล้าน

        ที่จริงเพื่อนผมมีความต้องการที่จะได้ที่ดินประมาณ 3 ไร่ขึ้นไป เพื่อทำเป็นรีสอร์ทหรือโรงแรมขนาด 72 ห้อง กะลงทุนประมาณ 40 ล้าน และถูกใจแปลงที่ 4 ที่มีอยู่ 8 ไร่ มากที่สุด ซึ่งตอนแรกคุณเธอคิดว่าราคาไม่น่าเกิน 10-15 ล้าน ปรากฎว่าสูงกว่าที่คิดไว้เกือบเท่าตัว 24 ล้านแน่ะ !??

        ข้อสังเกตุนะครับ คือที่ดินส่วนใหญ่เปลี่ยนมือไปอยู่ในมือคนมีเงินในท้องถิ่นหรือนายทุนต่างถิ่นหมดแล้วครับ เพราะเค้าขายตั้งแต่ตอนแรก ๆที่ราคาที่ดินเริ่มสูง แต่ไม่สูงขนาดนี้หรอกครับ ราคาวันนี้บางแปลงสูงกว่าที่เจ้าของที่ดินท้องถิ่นเดิมขายกว่า 10 เท่า ??

        นี่แหละครับสถานการณ์ราคาที่ดินของปายต้องบอกว่าไปไกลมากแล้ว ชาวบ้านจึงขายที่ดินอย่างไม่บันยะบันยังกันเลย เสร็จแล้วก็พากันไปเผาป่า ถางป่าเรื่อย ๆ เฮ้อ แบบนี้อีกไม่นานปายก็คงไม่เหลือป่า ไม่เหลือสีเขียว มีแต่ตึก ตึกร้างไม่ต่างจากเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆที่ตายแล้ว!!! ไม่เหลือความเป็นธรรมชาติ ไม่เหลือความเป็นเมืองปายอีกแล้ว !!!