รู้เท่าทัน...เพื่อป้องกันก่อนภัยจะมาถึง
เห็นน้อง ๆ คนเก่งของชุมชนนักจัดการความรู้หายเงียบไปหลากหลายคน ก็เลยคิดถึง ขอให้ช่วยกันค้นคว้าหาความรู้มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคิดถึง อย่าปล่อยให้p'กา เหงา (แล้วเราจะแซวใครล่ะ)
       วันนี้มีหน่วยงานใหญ่ ๆ มาเยี่ยมชมที่สำนักงานเรา ก็มีความยินดีปรีดาเป้นอย่างยิ่ง จัดเตรียมเอกสาร สื่อทัศนูปกรณ์ไว้พลั่งพร้อม เห็นน้องนี คนขยัน และน่ารักเดินผ่านด้วยรอยยิ้มอันสดใส ก็มีความสุขน่ะ เพราะน้องนอกจากจะเป็นคนเก่ง ยิ้มแย้มมีมิตรไมตรีที่ดีกับทุกคนยังเป็นแม่ที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย p'กา ขอคารวะ (เพราะข้าน้อยกับบุตรชาย จอมเฮี้ยว 1 พระหน่อ จะรบ กัด กันบ่อย ๆ ครั้ง ตามประสาเพื่อนไปแล้ว)
        ขอเข้าเรื่องด้วยบทความที่เปิดจากเว็บไซต์ของ kapook ในเรื่องของสุขภาพมาฝากเพื่อน ๆ (หญิงนะจะ) ให้อ่านเพื่อร่วมกันรวมพลคนปลอดโรคไว้ ดังนี้

คิดก่อนใช้วัคซีนป้องกัน มะเร็งปากมดลูก


<p align="center"></p>
          ถึงตอนนี้หญิงไทยหลายคนเริ่มคุ้นหูกับ “วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก” กันมากขึ้น หลังจากที่มันเข้ามาสู่สังคมไทยเมื่อปีที่แล้ว ด้วยการแนะนำของโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง ที่ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันในราคาที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับการตรวจภายในเพื่อค้นหามะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรก ที่มีบริการฟรีในระบบบริการสุขภาพที่มีอยู่แล้ว
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังตัดสินใจว่าจะฉีดหรือไม่ฉีดวัคซีนตัวนี้ดี "ฉลาดซื้อ" ให้คำแนะนำว่า
<p align="left">           1. หากเคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว วัคซีนนี้อาจไม่มีประโยชน์กับคุณ เพราะมีโอกาสสูงมากที่จะผ่านการติดเชื้อมาแล้ว 

           2. หากได้รับคำชี้ชวนให้ตรวจว่ามีการติดเชื้อเอชพีวีหรือไม่ จงปฏิเสธ เพราะผลที่ได้ไม่แน่นอนพอ 

           3. ถ้าคุณอายุเกิน 26 ปี ผลตอบสนองจากการฉีดอาจไม่ดีเท่าคนอายุน้อย

           4. ถ้าจะฉีดวัคซีนนี้ให้ลูกหลานวัยรุ่น ควรใคร่ครวญให้ดี เพราะช่วงวัยนี้คาบเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก และอาจทำให้ลูกหลานเข้าใจว่าคุณส่งสัญญาณ “ไฟเขียว” ให้แล้ว 

           5. ถ้าคุณสนใจฉีดวัคซีนนี้เพราะเข้าใจว่าจะไม่ต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอีกต่อไป คุณกำลังเข้าใจผิดมหันต์ เพราะวัคซีนนี้ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้เพียงร้อยละ 70 

           6. ถ้าได้รับข้อมูลว่าวัคซีนนี้ไม่ต้องมีการฉีดกระตุ้น แปลว่าคุณกำลังถูกหลอก เพราะขณะนี้ระยะเวลาในการป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีของวัคซีนนี้ยังไม่เป็นที่รู้แน่ เพราะ อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย </p>

          หากอยากอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับรายงานเรื่องนี้เพิ่มขึ้นติดต่อที่ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โทร. 0-2952-5060-2 หรือ โทร. 08-9761-9150
      หวังว่าน้อง ๆ เพื่อน ๆ คงใช้บทความนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อชีวิตและบอกเล่าเก้าสิบให้เพื่อน ๆ ได้รับฟังเพื่อใช้เป็นหลัก ข้อคิดในการตัดสินใจได้

</span>