ทำวิจัยแล้วดี ได้เงิน ได้ความรู้ ได้ผลงาน ชีวิตเจริญก้าวหน้า หน้าตาสดใส

T(uesday) Talk บ่ายสองของวันที่ 29 ม.ค. 51 ตอนประสบการณ์การทำผลงานวิชาการโดยคุณป้าตาล( สวรสยิ่งถาวร.. ออนออนออนๆๆๆ)

       จาก รายงานการวิจัยเรื่อง การวิเคราะห์สัดส่วนจำนวนทรัพยากรที่มีกับจำนวนการใช้ของฝ่ายหอสมุดคุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร

 

       เรื่องก็มีอยู่ว่าอันตัวข้าพเจ้าในเวลานี้อายุอานามก็ปาเข้าไป 50 แย้ววทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างสวยงามทั้งเรื่องกิจการส่วนตัวและกิจการส่วนรวมยกเว้นเรื่องเดียวที่มาถึงทางตันคือเงินเดือนตอนนี้รับต่อเดือน 20,000 กว่าๆนิดหน่อยเหลือเวลารับราชการอีก 10 ปีแต่เงินเดือนตันมีโอกาสกินได้แค่ดาวปีละ4-5 ดวงรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่(ขนาดกินดาวตั้งหลายดวงแล้วยังไม่อิ่มเลย) อืออืมมม..ทำไงกับเงินเดือนดีนะทำให้เงินเดือนเพิ่มขึ้น? นอนคิดอยู่หลายคืน  ปิ๊ง! ไอเดียทำงานวิจัยดีกว่าได้เลื่อนตำแหน่งและเงินเดือนก็เพิ่มด้วยเข้าท่าดีแฮะพรุ่งนี้เราไปหาพี่เลี้ยงไว้ปรึกษางานวิจัยดีกว่า   

 

.. เช้าวันใหม่รู้สึกเช้าวันนี้ท้องฟ้าใสกระจ่างกว่าทุกวันความหวังในใจเราต้องเป็นจริงได้ขนาดท้องฟ้ายังเป็นใจเลย 555 จะไปหาใครก่อนดีนะพี่เลี้ยงพี่เลี้ยง.. (นึกถึงอริสมันต์พงษ์เรืองรองที่ร้องเพลงเวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยง) แต่เราไม่ไปหาอริสมันต์หรอกไปหาหัวหน้าฝ่ายดีกว่าเค้าต้องให้คำปรึกษาเราได้แน่นอนเลยก็เค้าได้ซี 8 ตั้งนานแล้ว     จากวันนั้นถึงวันนี้ที่ฉันมีเธอ. มีความมั่นใจว่าหนูทำได้มีความขยันอดทนมีพี่เลี้ยงที่ดี(หัวหน้าฝ่ายและหัวหน้าธุรการ)  และแล้ววันเวลาล่วงเลยไป 2 ปีฝ่าๆงานวิจัยของเราก็คลอดออกมาเป็นรูปเล่มสวยงามแต่ค่อนข้างไปทางอวบอ้วนเล็กน้อยเพราะแน่นไปด้วยคุณภาพและข้อมูลไง  (ไม่ยอตัวเองเลยเรา)   ตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมาสอนให้เรารู้ว่าการทำงานวิจัยไม่ใช่เรื่องยากเลยแต่ก็ไม่ง่ายเช่นกันมีหลักกว้างดังนี้  ใครสนใจยึดเป็นแนทางได้นะน้องๆ   ใช้หลักสำคัญคือคิดค้นอ่านวิจารณ์เขียน   แค่เนี๊ย. 5 คำสั้นๆแต่มีความหมาย  ขอสาธยายเพิ่มเติมค่ะ

  • 1.    คิด  เรื่องที่ทำมีประโยชน์ต่อหน่วยงานหรือไม่  คิดเกี่ยวกับงานประจำของเราว่ามีเรื่องอะไรที่พอจะนำไปเป็นหัวข้อวิจัยได้บ้างคิดไว้หลายๆเรื่องแล้วเลือกเรื่องที่คิดว่าดีที่สุด
  • 2.    ค้น  หลังจากได้หัวข้องานวิจัยแล้วควรไปค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นจากห้องสมุดจากเพื่อนร่วมงานถามในเรื่องที่เราไม่รู้ไม่ต้องอายไม่ต้องฟอร์มยอมเป็นคนโง่เพื่อเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นเอ้ยเขียนผิดยอมโง่ก่อนเป็นคนฉลาดค่ะใช้เวลาว่างๆหรือเวลาอยู่เวรหาข้อมูลก็ได้(ผลประโยชน์ 2 ต่อ)
  • 3.    อ่าน  ค้นคว้าได้ข้อมูลแล้วไม่อ่านก็ไม่ได้ฉะนั้นเราต้องอ่านข้อมูลทั้งหมดที่หามาได้เรื่องที่เราทำถ้ามีคนเคยทำแล้วรู้สึกว่าคล้ายๆกับเรื่องของเราเล่มนั้นต้องอ่านให้มากๆหน่อยเอาไว้เป็นแนวทางไว้เขียนงานของเรา(ไม่ได้ลอกนะ) แต่เรื่องการอ่านคือปัญหาของคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือรวมทั้งบรรดาพี่น้องในห้องสมุดด้วยหรือเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจ  ขอเน้นว่าการขยันอ่านเป็นเรื่องที่จำเป็นมั่ก
  • 4.    วิจารณ์ วิเคราะห์  หลังจากคิดค้นอ่านแล้วขั้นตอนต่อไปคือการนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้เครื่องมือช่วยในการทำวิจัยใช้โปรแกรมที่เหมาะสมในการประมวลผลข้อมูล  ป้าใช้โปรแกรมExcel เพราะต้องคำนวณตัวเลขสถิติการใช้ทรัพยากรห้องสมุดซึ่งแต่ก่อนก็ใช้ไม่ค่อยเป็นถามเพื่อนตลอดถามจนเก่งว่างั้นเถอะ(โม้อีกแล้ว)
  • 5.    เขียน เริ่มเขียนโดยการโยงเนื้อหาต่างๆเข้าด้วยกันใช้ภาษาที่ถูกต้องกลมกลืนสละสลวย  และการเขียนงานวิจัยให้เขียนแยกทีละบทก่อนแล้วจึงส่งให้พี่เลี้ยงอ่านช่วยแก้ไขขัดเกลาสำนวนภาษาให้ทีละบทถ้าส่งให้พี่เลี้ยงอ่านทีเดียวทั้งเล่มอาจจะต้องชงยาลมให้เพราะอาจจะเกิดอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมได้อันนี้ต้องระวังให้ดี        พอจะเข้าใจบ้างมั้ยคะที่ป้าเล่ามาป้าผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนถ้าใครมีปัญหายินดีให้คำปรึกษาและถ้าใครคิดอยากทำให้ทำเลยไม่ต้องรอเป็นคนถัดไปนะคะ       สรุปว่าทำวิจัยแล้วดีได้เงินได้ความรู้ได้ผลงาน   ชีวิตเจริญก้าวหน้า  หน้าตาสดใส

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ  สวัสดีปีชวด……ป้าตาล

นู๋จา ผู้บันทึก