การเล่นฟุตบอล

การเตะลูก   (Kicking)
การเตะลูก  มีหลายแบบหลายวิธี การจะเตะลูกได้เหมาะสมตรงจุดประสงค์ แม่นยำ ต้องอาศัยทักษะความชำนาญมาก ส่วนต่างๆ ของเท้าที่ใช้ สำหรับเตะมีดังนี้
1.ฝ่าเท้าใช้เตะลูกกระดอน
2.ส้นเท้าใช้เตะกลับหลัง
3.ด้านในหรือด้านนอกของเท้าใช้ในการส่ง และการ  เลี้ยงลูก
4.หลังเท้าใช้ยิงประตู เตะแรง ๆ หรือเตะลูกลอยในอากาศ 5.ปลายเท้าใช้เพื่อกระแทกลูกไปข้างหน้าในขณะที่เตะไม่ทัน ใช้เตะลูกพุ่ง โด่ง ลูกวอลเล่ย์และลูกพร้อม

 

 

 

การเตะลูกด้วยหลังเท้า
หลังเท้าข้างที่เตะลูกให้งุ้มปลายเท้าลงมาก ๆ เมื่อเตะให้หลังเท้าสัมผัสกับลูก ลูกจะกลิ้งไปตามพื้น ข้อสำคัญ คือ ลักษณะเข่าของผู้เตะที่อยู่กับลูกบอล ถ้าหัวเข่าล้ำไปหน้าลูกมากเกินไป ลูกจะพุ่งลงดินและไปไม่แรง ถ้าหัวเข่าอยู่ข้างหลังลูกมากเท่าใด ลูกก็จะไปโด่งขึ้นทุกที วิธีที่ดี คือ พยายามให้เข่าข้างที่เตะอยู่เหนือลูกพอดี เท้าข้างที่ไม่ได้เตะ จะต้องวางชิดลูกบอลในระยะประมาณ 4 -12 นิ้ว อย่าให้ปลายเท้าอยู่เลยลูกไปมากนัก ถ้าทำดังนี้ ลูกจะพุ่งต่ำเร็วและแรง ตามมองดูลูกตลอดเวลา เมื่อเตะลูกตะโพกควรอยู่เหนือเท้าที่เตะ

การวิ่งเตะ
วิธีเตะให้วิ่งเข้าหาลูกตามทิศทางที่จะเตะ ควรกะช่วงเท้าให้พอดี ยิ่งใกล้เข้าไปก็ยิ่งทวีฝีเท้าให้มากขึ้น เท้าข้างที่ไม่ได้เตะควรวางลงข้างลูกโดยเอาสันลงก่อน เข่างอเล็กน้อย ตัวโน้มไปข้างหน้าจนเกือบจะเป็นเส้นตรงเหนือลูกบอล ไหล่โน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย ศรีษะก้ม ขาข้างที่เตะพอถึงระยะนี้ ขาข้างที่จะเตะก็เริ่มเหยียดออกจากเอว แต่งอที่เข่าเหมือนอย่างท่าวิ่ง แล้วเตะเต็มที่ ตอนนี้มือและไหล่ ข้างที่ไม่ได้เตะก็สะบัดมาหาข้างที่เท้าเตะ เมื่อเตะลูกไปแล้วเข่าของข้างที่เตะจะต้องเหยียดสุด ศีรษะยังก้มอยู่เรื่อยจนกว่าจะเตะเสร็จ ฉะนั้นตาต้องดูที่หมายไว้ก่อน ตั้งแต่วิ่งเข้าเตะลูก

การเตะลูกด้วยข้างเท้าด้านใน
การเตะลูกด้วยท่านี้ โดยการส่งลูกเป็นท่าเตะที่ง่ายที่สุด และแน่นอนแม่นยำมาก  วิธีเตะให้ใช้ด้านในของเท้าเตะ " ลูกแป " โดยเข่าทั้งสองข้างงอเล็กน้อย ที่สำคัญเมื่อเท้าสัมผัสบอล  ควรปล่อยเท้าไปข้างหน้า ....

การเตะลูกโด่ง
การเตะลูกด้วยท่านี้ จะต้องให้ด้านหลังเท้าถูกลูกบอลต่ำกว่ากึ่งกลางของลูกบอลและ งัดขึ้น ขณะที่เท้าถูกลูก ปลายเท้าจะเหยียดตรงหรือค่อนเข้าด้านในสักเล็กน้อยก็ได้ เอวอยู่ค่อนไปทางหลังลูก เท้าที่ไม่ได้เตะวางห่างมาทางด้านหลังและข้างลูกบอล ผู้เล่นต้องฝึกบังคับลูกมิให้โด่งเกินไปหรือต่ำไป ถ้าจะให้ลูกไปไกลไม่เกิน 25 หลา จะต้องเตะให้โด่งประมาณ 10 -12 ฟุต แต่ถ้าจะให้ไปไกลราว 40 หลา ก็ควรเตะให้โด่งสัก 10 ฟุต

การเตะลูกลอยอยู่ในอากาศ
การเตะลูกนี้ ใช้สำหรับการเตะลูกสวนหรือยิงประตู เมื่อรับลูกโดยตรงโดยลูกยังไม่ตกถึงพื้น ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับควาสูงของลูกที่ลอดยมาด้วยว่า จะให้เป็นลูกอะไร เช่น ยิงประตู ลูกเตะสวน หรือเตะลูกกลับหลัง การเตะแต่ละครั้งต้องมองดูลูกและให้หลังเท้าถูกให้เต็มลูกเสมอ

การเตะลูกพร้อม
จะต้องกะจังหวะให้ดี คือ ลูกกระดอนจากพื้นดิน ก็ใช้หลังเท้าเตะได้พอดี ถ้าเตะเร็วไปลูกอาจจะยังไม่ตกดิน จะกลายเป็นเตะลูกในอากาศไป ถ้าเตะข้างเกินไปลูกจะกระดอนขึ้นสูง และเวลาเตะจะถูกหน้าแข้ง

การเตะลูกด้วยส้นเท้า
การเตะลูกด้วยท่านี้ ใช้ในการลวงคู่ต่อสู้ คือ ปล่อยให้เท้าเลยลูกไปก่อนแล้วกระดกเข่าใช้ส้นเท้า ให้กระแทกลูกมาทางด้านหลัง ส่วนเท้าที่ไม่ได้เตะอยู่ข้างๆ ลูกบอล ถ้าเป็นลูกที่กำลังกลิ้งมา หากจะใช้เตะลูกด้วยสันเท้า ให้กระโดดข้ามลูกไปก่อน และย่อเข่าใช้ส้นเท้าแทงลูกไปตามทิศที่ต้องการ

การหยุด หรือ การบังคับลูก
การบังคับลูก หมายถึง การทำให้ลูกไม่ขัดขืนคำสั่ง เช่นยอมไปกินข้าว หรือเข้านอนโดยดี เอ็ย...ไม่ช่ายยย แต่เป็น การที่สามารถจะบังคับลูกบอล ให้อยู่ในลักษณะที่จะเล่นต่อไปได้ทันทีตามที่ได้กะไว้ อาจจะหมายถึง การบังคับลูกที่กระดอนอยู่ให้กลิ้นไปตามพื้นดิน ให้ได้ระยะที่จะเล่นต่อไปหรือจับให้หยุดเลยก็ได้

หลักทั่วไปในการบังคับลูก คือ ต้องให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่จะใช้หยุดลูก หยุ่นตัวเล็กน้อยเวลาถูกลูก คล้ายกับว่า ลูกบอลตกลงบนหมอนและจไม่กระดอนแรง ส่วนใหญ่ก็มักใช้เท้าหรือย่อตัวทำมุนกับลูก เพื่อดึงลูกลงมา อาจจะให้หยุดเลยหรือค่อย ๆ กลิ้งไปตามประสงค์ได้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่จะใช้หยุดบังคับได้ คือ
1.ฝ่าเท้าไม่ว่าจะเป็นลูกกลิ้ง หรือ ลูกกระดอน    2.ข้างเท้า    3.หลังเท้า    4.หน้าแข้ง   5.หน้าท้อง
6.หน้าอก    7.ศีรษะ    8.หัวเข่า   [ ทั้งหมดนี้ จะต้องฝึกซ้อมอยู่เสมอ ๆ จนเคยชิน]