หากตั้งป้อมไม่ออกไปทำงานกับชาวบ้าน ไม่มีทางสำเร็จ

ตอนที่ (๑)

วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๑

เรารู้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ว่าวันนี้สมาชิกบางทีมจะหายหน้าไปเพราะมีภารกิจอื่น ทำใจไว้แล้วว่าเหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น ช่วงเช้าคุณพรรณมีกิจกรรมให้ผู้เข้าประชุมทำสั้นๆ เรียกเสียงหัวเราะและสร้างบรรยากาศได้ดีทีเดียว เห็นภาพของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านมีกิจกรรมร่วมกันได้อย่างกลมกลืนแล้วรู้สึกมีความสุข

ดิฉันเริ่มด้วยการฉายภาพ “แก่นความรู้” ๙ เรื่องว่าได้มาอย่างไร เพิ่มเติมคำอธิบายและตัวอย่างการสกัดขุมความรู้จากเรื่องเล่าอีกหน่อย หลังจากนั้นให้ผู้เข้าประชุมเข้ากลุ่มย่อยเดิม ช่วยกันสร้างเกณฑ์ระดับความสำเร็จ ๕ ระดับ ใช้เวลาประมาณ ๑ ชม. คุณพรรณจัดการพิมพ์เกณฑ์ต่างๆ และทำแบบประเมินตนเอง

บรรยากาศการสร้างเกณฑ์ระดับความสำเร็จของแต่ละกลุ่ม คุณพรรณคอยตามพิมพ์เกณฑ์ส่วนที่เสร็จแล้ว

ดิฉันไม่ได้แนะนำก่อนว่าเกณฑ์ควรมีลักษณะอย่างไร แต่มีหลายเรื่องที่ออกมาว่าในระดับที่ ๕ เป็นการทำหรือปฏิบัติในเรื่องนั้นๆ จนเป็นธรรมชาติหรือเป็นวิถีชิวิต สอดคล้องกับที่ Dr.Jean-Louis Lamboray เคยยกตัวอย่างให้ฟัง

หลังพักรับประทานอาหารว่าง เราให้แต่ละทีมร่วมกันประเมินตนเอง ทุกทีมประเมินแบบเอาจริงเอาจังมาก บางทีมต้องขอเวลาเพิ่ม หลังจากเสร็จแล้วเราให้ทุกทีมพูดให้ความเห็นต่อเกณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อทีมงานของเทศบาลจะได้นำไปปรับปรุงต่อไป ความเห็นที่ได้มีทั้งการปรับภาษา การเพิ่มเติมรายละเอียด และให้มีการสื่อความหมายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น คำว่าสม่ำเสมอ ตลอดเวลา จะวัดอย่างไร เป็นต้น

 

 

บรรยากาศขณะแต่ละทีมประเมินตนเอง 

ระหว่างที่คุณพรรณเอาคะแนนจากการประเมินมาทำเป็นแผนภูมิแม่น้ำและบันไดแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เราจัดให้มีการบรรยายเพื่อ Update ความรู้เรื่องการป้องกันไข้เลือดออก โดยคุณนิธิพัฒน์ มีโภคสม นักวิชาการสาธารณสุข ๖ จากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ ที่เป็นผู้เข้าประชุมคนหนึ่งในงานนี้

คุณนิธิพัฒน์พูด ๓ เรื่องคือ
๑. การประเมินผลการควบคุมลูกน้ำยุงลาย เช่น ถ้าพบตัวโม่งแสดงว่าไม่ได้ควบคุม/กำจัดลูกน้ำเลยใน ๗ วัน ถ้าพบลูกน้ำแสดงว่าทำบ้างไม่ทำบ้าง ฯลฯ การแปลค่าดัชนีทางกีฏวิทยา ข้อมูลผลการสำรวจชุมชนว่าชุมชนไหนมีปัญหา ชุมชนไหนเสี่ยง (แยกเป็นชุมชนที่พักอาศัย ชุมชนแออัด และชุมชนเชิงพาณิชย์) ภาชนะที่มีปัญหาคือมักพบลูกน้ำยุงลายคือภาชนะที่เก็บน้ำไว้อาบ และเก็บน้ำไว้ราดส้วม

๒. ความไวของสารเคมีที่ใช้พ่น เป็นการนำเสนอผลการวิจัยการศึกษาความไวของสารเคมีกำจัดแมลง ๔ ชนิดต่อยุงลายในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เปรียบเทียบในและนอกเขตเทศบาล ที่มาก็เพราะว่าเวลามีคนป่วยด้วยไข้เลือดออก ทุกคนก็ระดมกันไปพ่นยา แต่ไม่มีใครวัดว่ายุงตายหรือไม่ตาย บางทียุงอาจแค่สลบไปก็ได้ ผลการวิจัย (เท่าที่จดทัน) พบว่าสารเคมีเดลตร้าแมทริน และมาลาไธออน มีความไวสูง ฆ่ายุงได้ ส่วนเพอร์มัทรินมีความไวต่ำ ยุงไม่ตาย เพราะมีการใช้สารนี้ทางการเกษตรและอยู่ในสเปรย์กระป๋องที่ใช้ตามบ้าน ยุงก็อาจดื้อต่อสารนี้

๓. นวัตกรรมในการควบคุมไข้เลือดออก เรื่องของวัคซีน ๔ สายพันธ์ และชุดทดสอบเร็ว

การบรรยายในเวลาประมาณ ๓๐-๔๐ นาที นับว่ามีประโยชน์ และจะมีประโยชน์ยิ่งขึ้นถ้าได้เสนอเนื้อหาทางวิชาการให้เห็นถึงการนำไปใช้ปฏิบัติจริง และส่งข้อมูลเหล่านี้กลับไปให้ชุมชนได้รู้ ดิฉันได้ความรู้ว่าการใช้สารเคมีฆ่ายุงก็ต้องอ่านฉลาก (เหมือนอ่านฉลากโภชนาการ) ว่ามีสารอะไรบ้าง ที่ผ่านมาก็ดูแต่ยี่ห้อเท่านั้น ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่ายี่ห้อไหนดี เพราะผู้บรรยายเกรงว่าจะเป็นการโฆษณาสินค้า

มีคำถามจากผู้ฟังหลายข้อ ส่วนใหญ่เป็นคำถามจากทีมของเทศบาล เช่น คลอรีนมีผลฆ่าลูกน้ำหรือไม่ (ไม่มี) วิธีการสำรวจชุมชน ยากันยุงที่เป็นขด ฆ่ายุงหรือไล่ยุง (ไล่ยุง) เป็นต้น

รับประทานอาหารกลางวันเสร็จ กลับมาเริ่มกิจกรรมด้วยการออกกำลังเบาๆ คุณป้าน้ำเชี่ยว มากศรทรง ประธาน อสม.สอต.ท้อแท้ รีบท้วงว่าถ้าจะออกกำลังกายต้องทำหลังรับประทานอาหารไปแล้ว ๓ ชม. เราจึงบอกว่าทำเบาๆ แค่ยืดเส้นยืดสาย ไม่เอาเหนื่อย

ช่วงบ่ายดิฉันนำเสนอแผนภูมิแม่น้ำและบันไดแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อธิบายวิธีการเอาข้อมูลนี้ไปใช้ต่อ และบอกว่าการประชุม ๒ วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้ทีมต่างๆ มาพบกัน หากจะให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาการทำงานต่อไป ก็แนะนำเครื่องมือที่เรียกว่า “เพื่อนช่วยเพื่อน” รวมทั้ง “เว็บบล็อก” ยกกรณีของเครือข่าย KM เบาหวานมาเล่าให้ฟัง

ปิดท้ายด้วย AAR ทุกคนได้พูดกันครบและเขียนใส่กระดาษรูปหัวใจให้ทีมงานของเทศบาลไปรวบรวมอีกครั้ง

คุณหมอสุธีกล่าวปิดประชุม พูดถึงประเด็นที่คนมาประชุมน้อยลงๆ ว่า "ถึงจะน้อยแต่มีคุณภาพ ดีกว่าเยอะแต่ไม่ได้เรื่อง" บอกด้วยว่าลึกๆ อยากให้ทีมงานของเทศบาลรู้ว่าหากตั้งป้อมไม่ออกไปทำงานกับชาวบ้าน ไม่มีทางสำเร็จ จะเอา KM เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งในการทำงานกับประชาชน อยากให้คนที่มานั่งอยู่รอบๆ ในห้องประชุมที่เป็น "คุณอำนวย รุ่น ๑" ได้เห็นกระบวนการ แถม AAR ด้วยว่า "โลภมากอยากได้หลายอย่าง บังเอิญได้หมด และได้มากกว่าที่คิด"  และเล่าให้ฟังว่ามีแพทย์ใน รพ.พุทธชินราชอยากจะออกมาทำงานกับชาวบ้าน จึงตั้งใจจะทำเวทีแบบนี้ให้บ่อยขึ้นระหว่าง รพ.พุทธฯ และเทศบาล

อาหารมื้อเย็นวันนี้เรารับประทานกันที่ร้านเสต็กที่มีบริเวณกว้างขวาง (จำชื่อไม่ได้อีกตามเคย) อิ่มสบายก่อนที่คุณโต้งและอ้อเล็กจะไปส่งเราที่สนามบิน เพื่อกลับกรุงเทพฯ พร้อมความสุขใจที่ได้ทำงานเสร็จไปอีกชิ้นหนึ่ง

วัลลา ตันตโยทัย