Boss สั่งแต่ไม่สอนลูกน้อง Leader สั่งและสอนลูกน้อง

มหาเศรษฐี ชิน โสภณพนิช ผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพ เคยกล่าวว่า “ต้องทำงานด้วยหลักความซื่อสัตย์ ขยัน อดทนและกตัญญูรู้คุณคน โดยเฉพาะกับลูกน้อง ต้องดูแลเขาให้ดีทั้งในยามสุขและทุกข์ เพราะถ้าไม่มีเขา เราก็อยู่ไม่ได้”

ในโลกธุรกิจ เงินทุนไม่สำคัญเท่าคน องค์กรที่ประสบความสำเร็จล้วนเกิดจากการรู้จักใช้และดูแลทรัพยากรบุคคล

พูดง่ายๆ คือนอกจากจะต้องใช้คนให้ถูกงานแล้ว ยังต้อง ‘แฟร์’ กับลูกน้อง ไม่ใช่ได้ดีแล้วลืมคุณคนที่ช่วยเราให้โตขึ้นมาได้

น่าเสียดายที่องค์กรจำนวนมากไม่เคยสนใจสวัสดิการของพนักงาน มองลูกน้องเป็น ‘ลูกจ้าง’ มากกว่า ‘หุ้นส่วน’ ผลก็คือหาความซื่อสัตย์ต่อองค์กรยากขึ้นทุกที หนีได้เมื่อไรก็หนีเมื่อนั้น

เจ้านายบางคนเอ่ยทันทีที่ได้ยินว่าลูกน้องโทรศัพท์มาลาป่วยว่า “ทำไมคุณป่วยบ่อยนักวะ” หรือ “คุณป่วยการเมืองแน่ๆ เลย” หรือ “รู้ไหม คุณไม่มาบริษัทเสียหายหลายแสน”

ลูกน้องที่ป่วยทางกายจริงได้ยินเข้าก็คงเกิดอาการป่วยทางใจไปด้วย

แต่หากเจ้านายบอกว่า? “ไม่เป็นไร ไม่สบายก็นอนพักนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องงาน พักผ่อนให้เต็มที่ เอาใจช่วยนะ”

อย่างนี้ถึงลูกน้องจะแกล้งป่วย ก็คงอาย เลิกนิสัยหนีงานแบบนี้

ในโลกของหมากรุก นักเล่นหมากรุกที่เก่งไม่ได้วัดกันที่ชัยชนะ แต่ที่วิธีการเล่น ผู้ชนะที่ตอนท้ายเหลือแต่ตัวเองยืนโด่เด่หัวเดียวกระเทียมลีบจัดว่าเก่งก็จริง แต่ผู้ชนะที่ตอนท้ายเกมเหลือไพร่พลขุนทหารรายล้อมตัวเอง ถือว่าเยี่ยมกว่า ทั้งนี้เพราะชีวิตของเบี้ยแต่ละตัวสำคัญไม่แพ้ชีวิตของม้า หรือขุนศึก ไม่มีลูกน้องก็ไม่มีเจ้านาย

ทุกองค์กรเป็นการรวมกันขององค์ประกอบย่อย ฟันเฟืองแต่ละชิ้นมีความสำคัญ ความเข้าใจนี้เป็นคุณสมบัติแรกของคนที่เป็นเจ้านาย น่าเสียดายที่ไม่ใช่เจ้านายทุกคนยอมรับ เพราะเจ้านายในโลกนี้มีสองแบบ : Boss กับ Leader

Leader เป็น Boss ก็จริง แต่ Boss อาจไม่มีคุณสมบัติเป็น Leader

Boss สั่งแต่ไม่สอนลูกน้อง Leader สั่งและสอนลูกน้อง

Boss สร้างความกลัว Leader สร้างความเชื่อมั่น

Boss ใช้แต่ ‘พระเดช’ อย่างเดียว Leader ใช้ ‘พระเดช’ และ ‘พระคุณ’

Boss รู้หมดทุกอย่าง Leader ยอมรับว่าตัวเองไม่รู้หมด

ประธานาธิบดีเคนเนดี้เตรียมสุนทรพจน์ที่จะกล่าวในเมืองดัลลัสในวันที่เขาถูกลอบสังหารว่า “ความเป็นผู้นำและการเรียนรู้เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อกันและกัน”

ลี ไอเอคอคคา ซีอีโอแห่งบริษัทไครสเลอร์ ผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงในโลกธุรกิจกล่าวว่า “หลักการบริหารไม่มีอะไรมากไปกว่าการกระตุ้นให้กำลังใจคนอื่น”

ลูกน้องจะทำงานแบบ “สู้ตายค่ะ” ก็ต่อเมื่อเจ้านายยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ ไม่ใช่สั่งงานอย่างเดียว จนลูกน้องแอบชมลับหลังว่า “เจ้านายของเรานี้ดีนะ - ดีแต่สั่ง”

การบริหารในยุคใหม่จึงนิยมเป็นแบบราบมากกว่าแบบดิ่ง

ทรัพยากรของแต่ละองค์กรไม่เท่ากัน แต่ทรัพยากรมากแค่ไหนก็สู้การมีลูกน้องที่ยอม “สู้ตายค่ะ” ไม่ได้


วินทร์ เลียววาริณ