ช่วงหลังปีใหม่นี้ รู้สึก สลดใจที่อ่านข่าว เด็กน้อย ตกเป็นเหยือของความประมาท และ ความเมามาย อย่างเช่น วันก่อนที่พ่อถอยรถมาทับลูกตาย ก็น่าเศร้าใจในความประมาทของคนเป็นพ่อ
วันนี้มีข่าว พ่อ กินเหล้า เมามายทะเลาะกับแม่ แล้วทำร้ายโดยใช้ค้อนทำร้ายภรรยา แต่กลับไปโดน ลูกที่แม่กำลังอุ้มอยุ่
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ เืรืองของ ความรุนแรงในครอบครัว (Domestic Violence) ซึ่งปัญหานี้ เป็นปัญหาที่เงียบ เหมือนไม่รุนแรง แต่ก็มีข่าวใ้ห้เห็นเกือบทุกวัน สังเกตว่า
เด็กมักถูกทำร้าย โดยคนใกล้ตัว เช่น พ่อ แม่ พ่อเลี้ยง
เด็กมักถูกข่มขืน โดยคนใกล้ตัว เช่น พ่อเลี้ยง ปู่ ตา น้า อา หรือ ลูกพี่ลูกน้อง เป้นต้น
ด้วยความที่เป็นเด็ก และกลัวคำขู่ จึงทำให้ไม่กล้าบอกคนเป็นแม่ ดังนั้น พ่อ แม่ ควรสังเกตหากพบว่า ลูกซึม หรือ หวาดกลัว อย่างผิดสังเกต ตลอดจนใช้เวลาในการสำรวจ ตามร่างกายของเด็กว่ามีรอยจ้ำ จากการถูกทำร้ายหรือไม่
เด็กคือผ้าขาว บริสุทธิ์ ดังนั้นจึงควรได้รับการดูแล และปกป้องจากภ้ยรอบตัว หรือแม้กระทั่งภัยในบ้าน
สวัสดีค่ะอาจารย์น้องชาย
ขอบคุณค่ะ ที่เยี่ยมไข้ด้วยตัวหนังสือ ที่แสนประทับใจ หายไข้ แต่ยังเจ็บคอ sore throat ..เอิ๊กเอิ๊ก
หวัดดีครับ ครูอ้อย
นั่นดิครับ สังคมไทยกำลังถึงจุดวิกฤตจริงๆ ความเร่งรีบทำมาหากินทำให้พ่อแม่ ไม่มีเวลามาดูแลลูก เลยทิ้งเด็กให้กับคนข้างบ้าน ทีวี เกม และอินเตอร์เน็ต
ตลอดจนความยากลำบากในการทำมาหากิน ทำให้ต้องมีการอพยพไปย ังเมืองใหญ่ แล้วไปสร้างครอบครัวใหม่ๆ แบบขาดๆ เกินๆ
สุดท้ายก็ต้องหอบเอาหลานมาให้ผู้เฒ่าที่บ้านเลี้ยง
ไม่ทราบว่าครูอ้อย เคยได้ยิน คำกล่าวว่า "เด็กน้อยเอากัน ผู้เฒ่าเลี้ยงหลาน" ไหมครับ
ที่ต่างประเทศ เขาก็เป็นไหมคะ
หรือว่า คนไทย เป็นเร็วกว่า
หรือว่า คนไทยเคยดี แล้วกลับกลายไม่ดี
อูยยยยย ต่อๆไปจะเป็นอย่างไรหนอนี่
อรุณสวัสดิ์ครับ ครูอ้อย
จริงแล้วปัญหาสังคม บ้านไหน เมืองไหนเขาก็มีครับผม เพียงแต่ว่ารูปแบบการป้องกัน และช่วยเหลือ แตกต่างกันออกไป อย่างเมืองนอก เวลาเขาเห็นพ่อแม่ตี หรือทำร้ายลูกอย่างไม่เป็นธรรม เขาก็โทรแจ้งตำรวจเพือเอาผิดกับพ่อแม่
ถามว่า ถ้าบ้านเราเจอเหตุการณ์แบบนี้ จะทำยังไงละครับ
"ไม่เอา ไม่ใช่เรืองของเรา"
"รักผัวให้ผูก รักลูกให้ตี"
"เฮ่อ เป็นเวรกรรมของเด็ก"
ไอ้ความเชือแบบนี้แหละครับ ที่ทำให้ปัญหาสังคมไทย ไม่ได้รับการแก้ไข เพราะคนไทยจำนวนมาก ยังปล่อยวิถีชีวิตให้เป็นไปตาม พรหมลิขิต หรือเวรกรรม มากเกินไป
ภาษาจิตวิทยาบอกว่า External Locus of Control คือ การปล่อยให้สิ่งแวดล้อมรอบตัว มากำหนดชีวิต มากกว่าที่จะลุกต่อสู้เพือชีวิต
สวัสดีค่ะ อ.recovery และคุณครู พี่อ้อย
คนเป็นพ่อ เป็นแม่ ก็เป็นผลิตผล ที่บิดเบี้ยวไม่ได้มาตรฐานมาจากผู้ผลิต และ ผลพวงจากสิ่งแวดล้อมเชิงสังคมอีก ต่อหนึ่ง
จะอธิบายให้เกิดความสบายใจขึ้น คงต้องคิดว่า “เกิดแต่กรรม” แล้วล่ะค่ะ สัคว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมจริง ๆ
ขอบคุณที่นำมุมมองดี ๆมาแลกเปลี่ยนค่ะ
ขอบคุณครับคุณ coffee mania
พูดเรือง “เกิดแต่กรรม” มีเรืองต้องคุยยาวอีกครับ
คำว่า กรรม คือ การกระทำ
ดังนั้นในทางจิตวิทยา ทุกอย่างเป็นผลจากกรรม หรือ การกระทำ
น่าเสียดาย คำว่า กรรม มักถูกคนเข้าใจว่า เป็นผลการกระทำเมือชาิติปางไหนๆๆ แล้วส่งผลให้มาเป็นแบบนี้
จะว่าดีก็ดี เพราะคนจะได้ทำกรรมดีมากๆๆๆๆๆๆ ในชาตินี้ เพื่อผลดีในชาิติหน้า
แต่คนอีกจำนวนมาก งอมืองอเท้า ไม่ทำไร เพราะคิดว่า ตัวเองไม่สามารถแก้กรรมเก่าได้ เลยต้องพึงไสยศาสตร์ และการบนบาน ไหว้สิ่งศักดิ์ไปทั่ว
อันนี้เป็นตัวอย่างของคนที่มีลักษณะแบบ external locus of control
ในกิจกรรมการเปลี่ยนพฤติกรรม หรือ การให้สุขศึกษา จึงต้องเน้นให้คนเกิด internal locus of control ให้มากๆ
ในแง่ของบริการสุขภาพ เราจึงต้องทำให้คนไข้รู้ึสึกว่า เขาสามารถมีสุขภาพดีได้ ด้วยตัวของเขาเอง ไม่ใช่เรืองของเวรกรรม หรือ รอรับบริการจากทางสาธารณสุขอย่างเดียว
จึงมีงานวิจัยในเมืองไทยหลายชิ้น พูดถึงเรือง internal locus of control กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เช่น
จำได้ว่า มีการสอนสุขศึกษาโดยเน้น internal locus of control ในกลุ่มชาวไทยภูเขา เพือส่งเสริม การแปรงฟัน แล้วพบว่า ชาวเขาแปรงฟันมากขึ้นหลังการสอน
ขอบคุณสำหรับการแลกเปลี่ยน ผมมีเพลงให้ฟัง เพราะคิดว่า เข้ากับเรืองที่เรากำลังคุยกัน
เพลง ต้องสู้ ครับผม
ทำงานให้สนุกนะครับผม
สวัสดีค่ะ อ. recovery
ขอบคุณมากครับ คุณ coffee mania อีกไม่กี่วันผมจะกลับไทยไปทำวิจัยที่เชียงใหม่ คงจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน
ว่าจะแวะไปขอจิบกาแฟด้วยคน ได้ไหมครับ
นึกว่าอาจารย์ อยู่เมืองไทยซะอีก
แหะๆ
ถ้าแวะ มาก็ยินดีค่ะ ปางมะผ้า มีร้านกาแฟ ดี ๆ เยอะค่ะ