เมื่อนึกถึงเรื่องผีปู่แสะย่าแสะแล้วทำให้คิดว่าผีโบร่ำโบราณก็ยังมีคำสัตย์ .....
ในตำนานเกี่ยวกับผีล้านนาที่โด่งดังไปทั่วโลกเกี่ยวกับการเลี้ยงผีประจำปีในเดือนเก้าเหนือ ก็คือผีปู่แสะนย่าแสะนี่แหละ ตำนานมีอยู่ว่า...." ปางเมื่อพระพุทธเจ้าจะไปโปรดสัตว์ทั้งหลายนั้น ทำให้เทวดาอินทร์พรหมทั้งหลายยินดีสาธุก๋ารยิ่งนัก เลยบันดาลให้ฝนห่าเงินห่าทองไหลมาเทมาบ่มในพื้นดงดอย ต่อมาดอยนี้จึงเรียกกันว่า ดอยคำ ก็คือพื้นที่สวนโลกของเหล่าชาวไทยปัจจุบันนั่นเอง บางคนก็ได้ไปแอ่วมาแล้ว...แม่นก่อเจ้า...ปิ๊กมาแอ่วงานพืชสวนโลกเจียงใหม่แถมเน้อเจ้า......แล้วก็แว่อู้ลุงหนานพรหมมาพ่องเน้อ...อะแฮ่ม...
หลังจากนั้นพระพุทธเจ้าได้เสด็จไปถามชาวบ้านชาวเมืองที่นั้นว่าทำไมชาวบ้านหนีหายไปไหน บ้านเมืองห่างผู้คน ชาวบ้านที่เหลือตอบว่า มียักสองผัวเมียมากินคนในเมืองเกือบหมดยักษ์ผัวชื่อว่าปู่แสะ ยักษ์เมียชื่อว่าย่าแสะ
พระพุทธเจ้าจึงเสด็จไปปรามยักษ์ว่าต่อไปนี้อย่ากินคนอีกต่อไปเน้อ..ยักษ์สองผัวเมียก็ขอเมตตาว่าถ้าบ่หื้อกิ๋นคนก็ขอกิ๋นควายปี๋ละตั๋วเต๊อะ
พระพุทธเจ้าจึ่งว่าถ้ายักษ์สองผัวเมียยังจักฮักษาฝูงคนและศาสนาหื้อเถิง 5000 วษาก่า ยักษ์ทั้งสองขานว่า อาม เออเผือข้าตังสองขอฮับคำสอนไว้เต๊อะ ว่าแล้วพระพุทธเจ้าก็เสด็จออกจากดอยคำหั้นไป
ต่อนั้นมาทุกๆปีเมื่อเถิงเดือนเก้าออกของเมืองล้านนา ชาวบ้านที่เกี่ยวข้องจะเอาผืนผ้ามาแต้มเป็นรูปพระบฏให้ดูเหมือนพระพุทธเจ้าเสด็จมาร่วมพิธีกรรมเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะ หรือชาวบ้านเรียกผืนผ้ากันว่า ตุงพระบฏมาแขวนให้แกว่งไปมาเหมือนดั่งภาพมีชีวิต ส่วนเครื่องพลีกรรมที่สำคัญคือควายกีบเผิ้ง (ควายหนุ่มที่มีกีบเท้าสีเหลือง เขาควายยาวเท่าหู แต่ปัจจุบันบางครั้งก็ใช้ควายตัวโต)พร้อมกับเครื่องพลีกรรมอื่นๆ กล้วย อ้อย ของหวาน สถานที่คือดงหลวงใกล้ๆกับดอยคำ ทิศใต้ของดอยสุเทพ เชียงใหม่
ปัจจุบันชาวบ้านยังสืบทอดประเพณีนี้ จนเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลกทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวมาชมการเลี้ยงดงหลวงหรือเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะซึ่งถือกันว่าผีปู่แสะย่าแสะเป็นผีที่เฝ้าเมืองตั้งแต่ชาวลัวะสร้างเมืองเมื่อหลายพันปีก่อนโน่นแล้ว