การบริหารความเสี่ยง

ความเสี่ยง คือ ความไม่แน่นอนที่อาจนำไปสู่ความสูญเสีย  การตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน คือ การตัดสินใจที่ไม่มีข้อมูล ซึ่งต่างกับการตัดสินใจภายใต้ความเสี่ยง คือ มีข้อมูล

จริงๆแล้วความเสี่ยงมีทั้ง 1) ความเสี่ยงที่แท้จริง เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม เหล่านี้สามารถประกันภัยได้ 2) ความเสี่ยงทางการเงิน และ 3) ความเสี่ยงจากการดำเนินงาน สองอย่างหลังนี้ไม่สามารถประกันภัยได้

ความเสี่ยงที่สำคัญและซับซ้อนที่สุดก็คือ ความเสี่ยงทางการเงิน ประกอบด้วย 1) ทางราคา/ตลาด เช่น การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ราคาตลาดของสินทรัพย์ ราคาหุ้น 2) ด้านสินเชื่อ เช่น ตราสารหนี้ การปล่อยกู้ และ 3) จากการดำเนินงานทางการเงิน เช่น กระบวนการทำงาน การตรวจสอบ ระบบล่ม หรือข้อมูลถูกโจรกรรม

ทั้งหมดนี้ส่งผลทางลบต่อความมั่นคงของบริษัท โดยเฉพาะทางการเงิน ทำให้ต้องมีการบริหารความเสี่ยง

ตัวอย่างเช่น ธนาคาร ซึ่งเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของคนเป็นจำนวนมาก จะมีคณะกรรมการกำกับดูแลการเงินที่คอยให้คำแนะนำ เช่น Basel Committee ของกลุ่ม G-10 เหตุที่ชื่อ Basel ก็เพราะว่าถูกจัดตั้งขึ้นที่เมืองนี้ ณ ประเทศสวิซเซอร์แลนด์นั่นเอง

การบริหารความเสี่ยง ก็คือ วิธีการบริหารจัดการเพื่อคาดการณ์และลดความถี่และความรุนแรงของความสูญเสียจากความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการองค์กร ที่ยังประกอบด้วยการจัดการทางกลยุทธ์ และการจัดการทางการดำเนินงาน

หัวหน้าตำแหน่งนี้ เรียกว่า CRO Chief Risk Officer

การบริหารความเสี่ยงจะใช้ความรู้ทางสถิติและคณิตศาสตร์ ที่ผ่านมาในอดีตมาคาดเดาอนาคต ค่าประมาณความเสี่ยงบอกมูลค่าความสูญเสียสูงสุดจะเรียกว่า Valu-at-Risk (VaR) ส่วนใหญ่จะตั้งระดับความมั่นใจไว้ที่ 95%

ขั้นตอนการทำงาน

1. เลือกทีมงาน ควรจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านสถิติ คณิตศาสตร์ การเงิน

2. กำหนดขอบเขต เป้าหมาย ระบุความเสี่ยงขององค์กร ทั้งที่มาและผลกระทบ

3. ประเมินความสูญเสีย ด้านความถี่ และความรุนแรง หากประเมินต่ำไป จะทำให้แบกรับความเสี่ยงมากเกินไป และหากประเมินสูงไป จะทำให้ต้นทุนสูงเกินความจำเป็น

4. สร้างแผนภูมิความเสี่ยง เช่น แบ่งความถี่และความรุนแรงเป็น 2 ระดับจะได้ ความถี่สูง/ความรุนแรงสูง ความถี่ต่ำ/ความรุนแรงสูง  ความถี่สูง/ความรุนแรงต่ำ ความถี่ต่ำ/ความรุนแรงต่ำ และควรจัดการความเสี่ยงที่มีความถี่สูง/ความรุนแรงสูงก่อน และไล่ไปเรื่อยๆตามลำดับ

5. วิเคราะห์ วางแผนกลยุทธ์ ซึ่งวิธีการบริหารมี 4 วิธี คือ 1) หลีกเลี่ยงความเสี่ยง คือ ไม่ทำกิจกรรมนั้น 2) ควบคุมความสูญเสีย คือ ลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น 3) รับความเสี่ยงไว้เอง หากมีความรุนแรงน้อย และ 4)  ถ่ายโอนความเสี่ยง หากไม่สามารถรับเอาไว้เองได้ เช่น การประกันภัย

6. ประเมินผล

การบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เมื่อเสร็จขั้นตอนทั้งหมดนี้แล้ว ไม่ใช่การทำจะเสร็จสิ้น แต่เป็นการเริ่มพัฒนาสู่ขั้นถัดไป และสิ่งที่สำคัญ คือ การที่ทุกคนในองค์กรรับรู้ เข้าใจ และถือปฏิบัติร่วมกัน


สรุปจากหนังสือ การบริหารความเสี่ยง ดร.นฤมล สอาดโฉม