ควรมีสติกำหนดรู้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นยอมรับความจริงโดยไม่คิดปรุงแต่ง

  พูดถึงปัจจุบันเรามักคิดว่ามันต้องกำหนดกรอบเวลาก่อนเช่น เดี๋ยวนี้ วันนี้ เดือนนี้ ปีนี้ ถ้าอยู่ในกรอบที่กำหนดก็มักบอกว่ามันคือปัจจุบัน แต่ที่จะพูดไม่ใช่แบบนี้ แต่จะหมายถึงทุกวงจรการรับรู้ที่ผ่านทาง หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ ผ่านกระบวนการ รู้จัก รู้จำ รู้สึก รู้คิด ทุกขณะที่เกิดกระบวนการย่อยๆเหล่านี้เราเรียกว่าปัจจุบัน ถ้าเราไม่รู้จักปัจจุบันเราก็ไม่สามารถใช้สติในการบริหารจัดการ ความรู้สึก รู้คิดได้ เราจะสังเกตุได้อย่างไรว่าเราไม่อยู่กับปัจจุบันลองดูอย่างนี้ครับ

  •   ดูการคิดถ้าตั้งใจคิดหรือไม่ตั้งใจคิด ถ้าตั้งใจคิดถือว่าอยู่ในกระบวนการข้างบนสามารถใช้สติกำหนดรู้ในปัจจุบันได้ ถ้าไม่ตั้งใจคิด(คิดฟุ้งซ่าน)เรามักใช้ความทรงจำในสมองมาปรุงแต่งให้เกิดภาพในอดีตหรือไม่ก็ปรุงแต่งเป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดหรือคิดไปในอนาคต ทำให้ขาดสติกำหนดรู้ในปัจจุบัน ทุกครั้งที่คิดปรุงแต่งจะมีโอกาสสร้างขยะเพิ่มขึ้นในสมอง จะเป็นข้อมูลหรือเป็นเชื้อให้คิดฟุ้งซ่านได้เร็วขึ้น ก็จะเป็นคนใจลอยไม่มีสติควบคุมทำให้ไม่อยู่กับความเป็นจริงเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ง่าย

 เมื่อเราไม่คิดในอดีตหรืออนาคตก็คือไม่คิดฟุ้งซ่านก็ถือว่าเราอยู่ในปัจจุบัน แล้วเราควรทำอย่างไรต่อจึงจะถือว่ามีสติอยู่ในปัจจุบันให้ลองทำดังนี้

  •  ขณะอยู่ในปัจจุบันทุกกระบวนการข้างต้นเมื่อถึงกระบวนการ รู้สึก หรืออย่างช้าก็ รู้คิด ให้มีสติกำหนดรู้ เห็นความรู้สึก หรือ ความดิดในปัจจุบันนั้น เกิดขึ้น แปรปรวน แล้วไม่นานก็ดับไป เป็นธรรมชาติโดยทำใจให้เป็นกลาง ไม่เอนเอียง ไม่แทรกแซง ในทางบวกหรือลบ ไม่ว่าจะเป็นในทางดีหรือชั่ว ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นและเผชิญกับมันตามความจริง นั่นคือเรียกว่ามีสติรู้ทันความจริง แล้วจะพบว่าความทุกข์จะเกิดขึ้นยากขึ้นเรื่อยๆ

 ลองทำดูจะเห็นพลังของปัจจุบัน แล้วถ้าทำแล้วอย่าลืมเล่าสู่กับฟังบ้างครับ...