Proceedings มหกรรมจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ ๒ (๒๘)_๑

ห้องเรียน KM (1)
ประเด็นการนำเสนอ : ตลาดนัดความรู้ : “กลยุทธ์สร้างการเรียนรู้: บทบาทใหม่ของครูผู้จัดการมืออาชีพ”
ผู้ดำเนินรายการ  (คุณอำนวย)
       ดร.ปฐมพงศ์   ศุภเลิศ   
       คุณแก้วใจ   ปาดประสิทธิ์   
       อาจารย์ชุดาภา   ทัศนจักร์
ผู้ทรงคุณวุฒิ   
        ผศ.ดร.สมาน   อัศวภูมิ    มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
        ดร.วิโรจน์   ศรีโภคา      มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี
        นพ.ชาตรี    เจริญศิริ      โรงพยาบาลน่าน
ผู้เล่าเรื่อง  (คุณกิจ) 
        อาจารย์วิมลศิริ   ศุษิลวรณ์   โรงเรียนเพลินพัฒนา  กรุงเทพ
        อาจารย์สมควร  พรอยู่ศรี  โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา พระนครศรีอยุธยา
        อาจารย์จีรัฐกาล   พงศ์ภคเธียร  โรงเรียนสัตยาสัย  ลพบุรี 
        อาจารย์ทองดี   แย้มสรวล   โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง  จังหวัดปทุมธานี 
        อาจารย์กนกพร    ต่วนภู่ษา  โรงเรียนวัดศรัทธาธรรม  สมุทรสงคราม 
        อาจารย์ชัยวัฒน์   เชื้อมั่ง   โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม
        อาจารย์รัตนา   สถิตานนท์   โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย  กรุงเทพฯ  
        อาจารย์ศิริพงษ์   สิมสีดา    โรงเรียนบ้านกระทุ่ม  บุรีรัมย์ 
        อาจารย์กานดา   ช่วงชัย    โรงเรียนแม่จันวิทยาคม  เชียงราย 
        อาจารย์สิทธิพล   พหลทัพ   โรงเรียนกุดสะเทียนวิทยาคาร  หนองบัวลำภู 
คุณลิขิต
ผู้ประสานงาน

       คุณนภินทร   ศิริไทย    สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส)
ผู้ร่วมเวที 
       อาจารย์  นักวิชาการศึกษา  บุคลากรสาธารณสุข ได้แก่ แพทย์ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข  จำนวน ทั้งสิ้น 240 คน
วัน/เวลา     พฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม 2548  เวลา 10.45 – 12.30 น.
ขั้นตอนของกิจกรรม
 เริ่มจากคุณอำนวยเป็นผู้ดำเนินรายการ  
 คุณกิจทั้ง 10 คน จะเป็นผู้ที่เล่าเรื่อง  ระหว่างนั้นคุณลิขิตจะบันทึกการเล่าเรื่องและกระบวนการ
 ผู้ทรงคุณวุฒิจะตกผลึกความรู้จากคุณกิจทั้ง 10 คน
 ผู้ร่วมเวทีร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
 การสรุปขุมความรู้โดย ผู้ประสานงานโครงการ สคส.
 การทำ AAR ในกลุ่มคุณกิจทั้ง 10 คน  ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 3 ท่าน

         คุณนภินทร ศิริไทย  เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) เป็นผู้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมและชี้แจงรายละเอียดกำหนดการของกิจกรรมต่างๆ  ดังนี้
         สวัสดีค่ะ  นภินทร  ศิริไทย เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ  จาก สคส. รับผิดชอบดูแลในส่วนของห้องเรียน KM  ขอทำความเข้าใจในรายละเอียดกิจกรรมก่อน  ช่วงแรกจะเป็นตลาดนัดความรู้ ที่ สคส. ไปจัดให้กับที่ต่างๆ  ซึ่งเป็นเหตุการณ์จำลองเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และไม่ใช่ขบวนการทั้งหมดของ KM  ต้องย้ำไว้ที่นี้ เนื่องจากเวลาจัดงานของเรามีจำกัดเพียง 1 วัน เราใช้แค่หัวใจและแก่นจริงของ KM หลายท่านอาจนึกถึงอะไรบางอย่างและสามารถปรับใช้ในที่ทำงาน case ที่เลือกมาเป็นตัวอย่างศึกษาจะเป็นเรื่องของในโรงเรียน ดังนั้น ผู้ที่เข้าร่วมประชุมบางส่วนซึ่งมาจากหน่วยงานสาธารณสุขหรือโรงพยาบาล อาจรู้สึกค่อนข้างห่างไกลกับกิจกรรมห้องเรียน KM บ้าง แต่ไม่ต้องห่วงเพราะจะมีผู้ทรงคุณวุฒิที่จะคอยสรุปกระบวนการให้ทุกท่านเข้าใจ  ขอย้ำอีกครั้งว่ากระบวนการนี้ อย่าไปลึกซึ้งกับ content ที่จะได้รับมากนัก   ขอให้มาดื่มด่ำหรือรับรู้กระบวนการที่จะได้รับ  เพราะ concept ของงานครั้งนี้ คือ การเรียนรู้หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ KM   ซึ่ง case ที่ยกมาเป็น case ที่ดีที่สุดในเรื่องนั้นๆ  เมื่อท่านได้รับฟังแล้วอย่าคิดว่าใช้ได้ทั้งหมด   ขอให้ใช้วิจารณญาณในการรับฟังและการนำไปใช้  เพราะบริบทที่ต่างกันการใช้ความรู้จะแตกต่างกัน   สคส. โดยอาจารย์วิจารณ์ย้ำมาว่าเราไม่ได้เป็นผู้รู้  วันนี้เราไม่ใช่ผู้รู้แต่เรามาเรียนรู้ร่วมกัน  สคส. ไม่ได้เป็นแม่แบบของ KM  มี KM หลายวิธีการ แต่เรานำเสนอในส่วนของ KM ที่ สคส.ใช้ ไม่ได้การันตีว่าวิธีการของเราถูกต้องหรือดีที่สุด  ขอให้ทุกท่านเข้าใจในที่นี้ด้วย
 ในส่วนของกำหนดการ ช่วงแรกเป็นการเกริ่นนำ ซึ่งเราเรียกว่า  “ตลาดนัดความรู้”  เสมือนกับแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกัน จะมีอาจารย์ ดร.ปฐมพงศ์ ศุภเลิศ เป็นผู้ดำเนินรายการ เป็นการนำเสนอกระบวนการให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เข้าใจ หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการ KM  โดยคุณอำนวยจะเป็นผู้เริ่ม  ผู้เข้าร่วมจะมีส่วนร่วมอภิปราย ซักถาม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ ซึ่งคุณอำนวยจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ 
        การจัดงานครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก สคส. มีเจ้าหน้าเพียง 10 คน หากมีข้อบกพร่องประการใดขอให้แจ้งให้ทราบด้วย ขอให้ทุกท่านรักษากระเป๋าเอกสารซึ่งนอกจากเอกสารประกอบการประชุมแล้ว จะมีบัตรรับประทานอาหารทั้ง 2 วัน ขอให้นำบัตรรับประทานอาหารมาทุกครั้งด้วย  และขอยกเวทีนี้ให้กับ อาจารย์ ดร.ปฐมพงศ์  ศุภเลิศ  ขอบพระคุณค่ะ

 ดร.ปฐมพงศ์  ศุภเลิศ:  ผู้ดำเนินรายการ
        ขอขอบคุณ คุณนภินทร ที่ได้ช่วยสร้างความคุ้นเคย  ผมในนามของผู้จัดงานขอขอบพระคุณผู้มีเกียรติ และขอต้อนรับทุกท่านสู่ตลาดนัดความรู้หรือกระบวนการสร้างการเรียนรู้: บทบาทใหม่ของครูผู้จัดการความรู้ 
        ท่านผู้มีเกียรติครับ ผมอยากจะให้ท่านมีความรู้สึกว่า การที่ท่านมาวันนี้เราจะพยายามมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน  ผู้ที่อยู่ในห้องนี้อาจจะไม่รู้ทุกเรื่อง แต่ท่านอาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในสิ่งที่ท่านมี  และเมื่อออกจากห้องนี้ไปแล้ว ความดีต่างๆ ที่เรามีอยู่  ผมเชื่อว่าในห้องนี้  ร้อยดีก็ร้อยอย่าง  ก็จะได้นำไปเป็นประโยชน์ในการขยายเครือข่ายของเราให้กว้างขวางยิ่งขึ้นไป วันนี้ผมได้สังเกตเห็นสมาชิกหลายท่านที่เข้ามา ส่วนหนึ่งเป็นครูบาอาจารย์ ค่อนข้างคุ้นหน้าคุ้นตา และท่านผู้มีเกียรติจากโรงพยาบาลด้วย เราคิดว่าบรรยากาศในวันนี้ จะเป็นบรรยากาศการเรียนรู้แบบบูรณาการ  ในเรื่องของการเสริมความรู้ระหว่างโรงเรียน โรงพยาบาลจังหวัด และผู้ที่ให้เกียรติมาร่วมงานร่วมกิจกรรมในวันนี้ 
         ผมขอแนะนำท่านผู้ทรงคุณวุฒิที่กรุณาให้เกียรติมาร่วมแสดงความคิดเห็นและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ท่านแรก คือ ดร.สมาน  อัศวภูมิ  จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี  ท่านจะให้มุมมองในการสะท้อนหรือให้ข้อคิดกับเราในแวดวงของวิชาการ 
         อีกท่านหนึ่ง คือ ดร.วิโรจน์ ศรีโภคา ท่านเป็นผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี ท่านมีความเชี่ยวชาญและคร่ำหวอดในวงการการศึกษา เริ่มจากเป็นครู เป็นผู้บริหารสถานศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน  จนกระทั่งระดับบัณฑิตศึกษา 
         อีกท่านหนึ่งครับ เราได้รับเกียรติจากคุณหมอซึ่งท่านทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลน่าน  ท่านเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล  นายแพทย์ชาตรี  เจริญศิริ  ดีใจจริง ๆ  ที่ท่านมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพวกเราซึ่งอยู่ในแวดวงการศึกษา 
         ผมคิดว่านักปฏิบัติตัวจริง เสียงจริง ในวันนี้ได้มาพร้อมหน้าพร้อมตา  และก็มาจากทุกภาคส่วนจริงๆ  ทั้งภาครัฐ  ภาคเอกชน  จากโรงเรียนในระดับประถมศึกษา  มัธยมศึกษา  ซึ่งอยู่ในชายคาการจัดการศึกษาในเรื่องของการปฏิบัติการเรียนรู้ในบริบทเดียวกันจากหลากหลาย ในเชิงของการปฏิบัติ  ผมใคร่ขออนุญาตแนะนำ
ท่านแรก  อาจารย์วิมลศิริ  ศุษิลวรณ์  จากโรงเรียนเพลินพัฒนา  กรุงเทพ เป็นโรงเรียนเอกชน 
ท่านอาจารย์สมควร พรอยู่ศรี โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา พระนครศรีอยุธยา เป็นโรงเรียนเอกชน
ท่านอาจารย์จีรัฐกาล  พงศ์ภคเธียร โรงเรียนสัตยาสัย  ลพบุรี 
อีกท่านหนึ่งเป็นครูต้นแบบแห่งชาติ หลายท่านที่ได้เฝ้าติดตามผลงานของท่านอยู่ตลอดเวลา ท่านมีผลงานมากมายที่จะมาแลกเปลี่ยนในวันนี้  อาจารย์ทองดี  แย้มสรวล  จากโรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง  จังหวัดปทุมธานี 
ท่านอาจารย์กนกพร   ต่วนภู่ษา โรงเรียนวัดศรัทธาธรรม  สมุทรสงคราม 
ท่านอาจารย์ชัยวัฒน์  เชื้อมั่ง โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม โรงเรียนวิทยาศาสตร์ 
ท่านอาจารย์รัตนา  สถิตานนท์  โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย  กรุงเทพฯ 
อีกท่านหนึ่งมาไกลจากที่ราบสูง  อาจารย์ศิริพงษ์  สิมสีดา  จากโรงเรียนบ้านกระทุ่ม  จังหวัดบุรีรัมย์ 
ท่านอาจารย์กานดา  ช่วงชัย  จากโรงเรียนแม่จันวิทยาคม  เชียงราย 
ท้ายสุด  อาจารย์สิทธิพล  พหลทัพ  จากโรงเรียนกุดสะเทียนวิทยาคาร  หนองบัวลำภู 
         การดำเนินการครั้งนี้ นอกจากจะมีคุณอำนวยซึ่งได้แก่ตัวผมเอง ทำหน้าที่ประสานอำนวยความสะดวกในการจัดตลาดนัดความรู้แล้ว ยังมีอีก 2 ท่านที่มาทำหน้าที่นี้ คือคุณแก้วใจ ปาดประสิทธิ์ และอาจารย์ชุดาภา  ทัศนจักร์  จากกรุงเทพฯ 
         บรรยากาศในวันนี้ การ  shop,  share and learn  จะเกิดขึ้นตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เรามีข้อตกลงว่าตลาดนัดความรู้แห่งนี้ไม่ปรารถนาให้ท่านมาและจากไป แต่อยากจะให้ท่านแลกความรู้ ประสบการณ์ ที่ท่านได้ปฏิบัติในสถานศึกษาของท่านและเราจะมาเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อที่จะสรุปเป็นองค์ความรู้
         ท่านเห็นปลาแล้วนะครับ หัวปลาคือกลยุทธ์และกระบวนการสร้างการเรียนรู้:บทบาทใหม่ของครูจัดการความรู้มืออาชีพ  ส่วนตัวปลานี้สำคัญมาก ปกติแล้วเราจัดตลาดนัดความรู้ จากประสบการณ์ที่เราเคยจัดมาที่อยุธยา 2 ครั้งนั้น มีบรรดาโรงเรียนต่างๆ ที่เราเชิญมาได้มีโอกาสพูดคุยกันทั้งหมด 16  โรงเรียน  3  จังหวัด  คือ  อยุธยา  อุทัยธานี  และสมุทรสงคราม
และวันนี้ก็เป็นอีกบรรยากาศหนึ่ง เรามาจากเหนือสุดไปใต้สุด  อีสาน และก็ภาคกลาง  เราเชิญมา  10  โรงเรียน  เป็นตัวแทนของท่านมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ในช่วงต่อไปนี้เราจะใช้เวลาอันมีค่านี้เปิดโอกาสให้ท่านผู้รู้  นักปฏิบัติตัวจริงจากโรงเรียนทั้ง 10  โรงเรียนได้มีโอกาสพูดคุย  เล่าประสบการณ์  เป็นการเล่าเรื่องอย่างทรงพลัง  และเรื่องเล่าก็จะมีคุณลิขิตซึ่งเป็นผู้ช่วย  เรามีข้อตกลงว่าจะให้ท่านเล่าเรื่องไม่เกิน  5  นาที  ขอเรียนเชิญครับ

อาจารย์วิมลศิริ  ศุษิลวรณ์:   โรงเรียนเพลินพัฒนา  กรุงเทพ
         สวัสดีค่ะ  ท่านผู้มีเกียรติ  เป็นเกียรติมากจริงๆ  ค่ะ  ที่ได้มากล่าวและร่วมงานในวันนี้  โรงเรียนเพลินพัฒนาเป็นโรงเรียนที่อยู่ชานเมืองกรุงเทพฯ  ใกล้ ๆ กับนครปฐม  อยู่พุทธมณฑลสาย 2 เป็นโรงเรียนเอกชนสอนตั้งแต่ระดับ nursery จนถึงมัธยม  เหตุการณ์ที่จะมาแลกเปลี่ยนในวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักเรียนชั้น ม.1 เด็กๆ ในห้องนี้กำลังเรียนวิชาภูมิปัญญาภาษาไทย  สิ่งที่ครูสอนก็คือ  ทำอย่างไร นักเรียนจึงจะสามารถเขียนการบรรยายเชิงประจักษ์  ออกมาจากความรู้ที่มีอยู่ในตัวเขาได้  ตอนแรกเลยก็ให้โจทย์ง่ายๆ  ว่าให้เขียนถึงส้ม  1  ผล ปรากฏว่างานที่ส่งคุณครูกลับมา  เด็กๆ  เขียนได้น้อยนิดเดียว  แทนที่จะเขียนถึงส้ม  สิ่งที่เขาเขียนออกมา ก็คือ ความคิดของเขาที่มีต่อส้มหรือว่าคุณประโยชน์ต่างๆ  ที่เคยอ่านทางหนังสือ 
         คุณครูก็กลับไปคิดใหม่ว่าไม่ได้การละ น่าจะเอาอย่างนี้ดีกว่า ส้มผลเดียวกันนี้ล่ะค่ะ  เปลี่ยนความคิดใหม่  ลองให้เด็กๆ ชิม ให้เขามีประสบการณ์ได้ชิม  ได้สัมผัส  และให้เขาเขียนใหม่  หลังจากที่เขาได้สัมผัสส้มที่นำมาให้ชิม ผลงานการเขียนเริ่มดีขึ้น เริ่มเขียนอะไรได้มากขึ้น เราก็จัดการประมวล จากเด็กคนหนึ่งรู้นิดหนึ่งแล้วให้เด็กทุกคนได้รู้พร้อมกันเพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราเริ่มจัดทำเป็นกระดานหลักๆ เรื่องของส้ม แล้วให้เด็กๆ เขียนอะไรๆ เรื่องของส้มให้ออกมาอ่าน พอเด็กอ่านไปปุ๊บ  คุณครูก็จะเขียนออกมาเป็นลักษณะที่เด็กๆ บรรยายถึงส้ม  ต้องเชื่อแล้วล่ะว่าแต่ละคนมีมุมมองในเชิงประจักษ์ที่เขียนถึงส้มต่างกัน แต่เมื่อนำเอาความรู้ของทุกคนมารวมเขียนเข้าด้วยกันนั้น ทำให้เห็นว่าใครเป็นใคร รู้อะไร ก็เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขึ้น 
         วิธีการนี้เราสามารถสอนเป็นห้องในเชิงการเขียน ซึ่งจริงๆ เกิดขึ้นได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเป็นการจัดสรรโอกาสให้เกิดขึ้นจริง และให้เด็กๆ มาวิพากษ์วิจารณ์กันจริงๆ ว่า แล้วของเพื่อนคนนี้ล่ะ หนูคิดว่าประเด็นไหน เกิดอะไร เขาก็จะยกมือตอบ แล้วก็จับประเด็นนั้นได้ หลังจากนั้น  เมื่อเขาเห็นตัวอย่างไปเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปเราก็จะคุยว่า คุณครูให้เขาเขียนมาจากตัวเขาเอง จะเขียนสั้นๆ ว่าอย่างไร  แล้วความคิดดี  ประเด็นดี  มันออกมาจากการที่ว่าเขาได้เห็นทักษะความสามารถของเพื่อนในวัยเดียวกัน แล้วเขาก็ได้นำตัวอย่างนั้นมาเป็นแบบเรียนให้กับตัวเองตั้งแต่นั้นมา  จากคนที่เขียนอะไรไม่ได้เลย  กลายเป็นเขียนได้  จากคนเขียนได้แล้ว  กลายเป็นคนเขียนที่เขียนได้คมขึ้น มีความรู้สึกว่าได้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เราสร้างขึ้นอย่างทรงพลัง