ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ ในฐานะหัวหน้าโครงการ Child watch เปิดเผยถึงกรณีศึกษาเด็กในรอบปี 2548-2549 พบว่าเด็กมัธยม-อุดมศึกษา
- ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่มากขึ้น จาก 38.33 % เพิ่มเป็น 38.66 %
- การพยายามฆ่าตัวตายสูงขึ้น จาก 29.73 % เพิ่มเป็น 33.98 %
- มีเพศสัมพันธ์และทำคลอดสูงขึ้น จาก 16% เป็น 19 %
- ถูกละเมิดทางเพศ จาก 6.42 % เป็น 31.32 %
ดร.อมรวิชช์ ยังได้บอกถึงวิถีที่ทำให้เด็กเข้าไปอยู่ในกลุ่มเสี่ยง มี 6 วิถี ได้แก่
1. ถูกครอบครัวละเลย กลายเป็นความเก็บกด ช้ำใจจากครอบครัว
2. ถูกปฏิเสธจากโรงเรียน เครียด มีปมด้อยจากการหารที่ยืนที่มีศักดิ์ศรีในโรงเรียนไม่ได้ ต้องหาศักดิ์ศรีนอกโรงเรียน
3. คบเพื่อนเสีย เพื่อนพาเสี่ยงเมื่อเข้าวัยรุ่น
4. ถูกโอบล้อมด้วยพื้นที่เสี่ยง สื่อร้าย อบายมุขยั่วยุให้ร้อนแรง
5. ติดกระแสบริโภคนิยม ยั่วยุ ทำทุกอย่างแลกชีวิตฟุ้งเฟ้อ การขายร่างสร้างตัว
6. ขาดแบบอย่างที่ดี ขาดโอกาสในการฟื้นตัวใหม่
ครับ เมื่อวิเคราะห์ถึง 6 วิถีที่เป็นต้นเหตุให้เด็กเข้าไปอยู่ในกลุ่มเสี่ยงแล้ว ผมว่า "สถาบันครอบครัว" มีความสำคัญที่สุดเป็นปฐม
เป็นสถาบันที่สร้างภูมิคุ้มกัน หรือ วัคซีนทางใจให้กับเด็ก ด้วย ความรัก ความอบอุ่น ความเอื้ออาทร การให้การยอมรับเด็ก ให้เด็กเขาเป็นตัวของตัวเอง มีความภาคภูมิใจในตนเอง เป็นคนที่มีคุณค่าในครอบครัว เพียงเท่านี้ ก็ถือว่าเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้รอดพ้นจากการเข้าไปอยู่ในกลุ่มเสี่ยงนานัปการที่อยู่นอกบ้าน
โดยไม่ต้องลงทุนเสียค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินทองอะไรมากมาย เพราะหากถ้าครอบครัวละเลยการเลี้ยงดูเด็กที่ดี ต่อไปถ้าเด็กออกไปสู่โลกภายนอก ก็ไม่มีสถาบันใดที่จะรับประกันได้ว่าจะช่วยประคับประคองเด็กให้พ้นจากการมีปัญหา เช่น
- สถาบันการศึกษา มีคุณครูหลายท่านมาพูดคุยให้ฟังว่า ตอนนี้ ลูกใคร ลูกมัน พ่อแม่ดูแลกันเองก็แล้วกัน บางที มันเป็นภาระที่หนักเกินไป สำหรับโรงเรียน ที่จะดูแลเด็กทุกคนอย่างทั่วถึง
- สถาบันศาสนา วัดบางวัด ก็ไม่ได้เป็นที่พึ่งทางใจ หรือช่วยสั่งสอนกล่อมเกลาทางจิตใจ
- สถาบันสื่อ เต็มไปด้วยกระแสบริโภคนิยม จะเป็นสื่อที่เป็นโทษ มากกว่าสื่อที่เป็นประโยชน์
- สถาบันที่เกี่ยวกับครอบครัวและการแก้ปัญหาเด็ก ส่วนใหญ่จะเป็นสถาบันที่ "แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ" หรือ "แก้แบบขอไปที" มากกว่าจะช่วย "ป้องกันปัญหาที่ยังไม่เกิด" หรือ "แก้แบบตรงจุดและยั่งยืน"
มาถึงตอนนี้ ก็ต้องขอเน้นย้ำอีกครั้งครับว่า
ครอบครัว จึงเป็นสถาบันที่สำคัญมีอิทธิพลสูงที่สุด ต่อการ "สร้าง" หรือ "ทำลาย" เด็ก
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์
หน่วยที่เล็กที่สุดในองค์กร คือ สถาบันครอบครัว
แต่เป็นสถาบัน เล็กพริกขี้หนู
สังคมจะดี หรือ เลว ก็ขึ้นกับสถาบันนี้เป็นอันดับแรกแน่นอนค่ะ
แสดงว่าผมกับคุณเพชรน้อย มีความเห็นที่ตรงกันครับ ที่เห็นว่า ครอบครัว เป็นสถาบันที่สำคัญ ในการพัฒนาเด็ก แม้จะเป็นสถาบันเล็ก ๆ แต่ก็เล็กพริกขี้หนู อย่างที่คุณ เพชรน้อยว่ามานั่นแหละครับ
แต่ยังมีอีกหลายบุคคล หลายองค์กร หลายหน่วยงาน ยังมีความคิดเห็นว่า ปัญหาเด็กไม่ได้มาจากครอบครัว โดยมีความคิดเห็นว่า
- เป็นเรื่องทางสังคมบ้าง ต้องพัฒนาสังคมให้เหมาะกับเด็ก (ผมก็อยากทราบเหมือนกันว่า สังคม หมายถึงอะไร )
- เป็นเรื่องของสถาบันการศึกษาบ้าง (อย่าลืมนะครับว่า เด็กอยู่โรงเรียนแค่ 1 ใน 3 ของเวลาทั้งหมด ในแต่ละวัน และใหนยังจะมีปิดเทอม เสาร์อาทิตย์อีก)
- ท้ายที่สุดก็หันมาพูดเรื่อง "คุณธรรม" แต่ เป็น คุณ - นะ -ทำ
ผมว่าถ้าครอบครัวปล่อยปละละเลยลูก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสถาบันอื่นๆ มาเลี้ยงลูกแทน ผมว่าเด็กก็มีโอกาสเสี่ยงสูงครับ...ขอบคุณครับ
ถูกต้องที่สุดเลยครับ พวกเราหลาย ๆ หลาย ๆ ฝ่ายต้องช่วยกันดูแล ถ้าหากไม่ช่วยกันแก้ปัญหา หรือหาทางออกร่วมกัน จับมือกันอย่างจริงจังแล้วไซร้ อนาคตของชาติมีอันต้องล่มสลายก่อนวัยอันควรแน่
ทุกวันนี้นี้ข่าวตามหน้าสือต่าง ๆ ก็มีแต่เรื่องความสืมมรามทางสังคมมาก แค่เรื่องปาหินใส่รถก็เอาไม่อยู่แล้ว
ก็ต้องมองไปที่ฝ่ายบริหารประเทศอีกตามเคยครับ ถ้าพวกเขาเหล่านั้นตั่งใจทำจริง ทำในสิ่งที่เป็นรากฐานของสังคมให้แข็งแรง บ้านเมืองเราก็แข็งแรงครับผม
บริหารประเทศอีกตามเคยครับ ถ้าพวกเขาเหล่านั้นตั่งใจทำจริง ทำในสิ่งที่เป็นรากฐานของสังคมให้แข็งแรง บ้านเมืองเราก็แข็งแรงครับผม
ถ้าสังคมแข็งแรง บ้านเมืองแข็งแรง ครอบครัวก็ย่อมแข็งแรง และ ย่อมส่งผลให้เด็กและเยาวชน แข็งแรงอย่างแน่นอนครับ
แต่ขณะที่สังคมและบ้านเมืองยังไม่ค่อิยแข็งแรง ครอบครัวจึงต้องรับบทหนักครับ..ขอบคุณครับ
เรื่องของการพัฒนาเด็ก
เรื่องของปัญหาที่เกิดกับเด็ก
ถ้าจะพูดกันไปหรือจะโทษใครคงจะไม่เกิดประโยชน์
ใครจะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญก็มีหลากหลายความคิด
แต่ถ้าจะให้ใครรับผิดชอบ ผู้นั้นควรจะต้องมีความพร้อมที่จะเข้าใจ มีเวลา มีความรู้ มีเป้าหมายที่ชัดเจน และมีทรัพย์ เพราะทุกอย่างเป็นปัจจัยจำเป็นต่อการพัฒนาและแก้ปัญหา
สวัสดีต่ะท่านผู้อำนวยการ
ในฐานะที่เป็นทั้งแม่ และเป็นทั้งครู เห็นด้วยกับท่าน ผอ. ค่ะ ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก พ่อแม่ควรให้ความรัก ดูแลเอาใจใส่กับลูกให้มากที่สุด ให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว จะทำให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด เคยคุยกับอาจารย์มัธยมท่านบอกว่า เดี๋ยวนี้เด็กมัธยมก้าวร้าว สู้แม้แต่ครู-อาจารย์ ตักเตือนไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนี้พวกเค้าก็จะปล่อย แต่เราเป็นพ่อแม่เราทำแบบนั้นไม่ได้ ต้องดูแลกันถึงที่สุด
เด็กมัธยมก้าวร้าว สู้แม้แต่ครู-อาจารย์ ตักเตือนไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนี้พวกเค้าก็จะปล่อย แต่เราเป็นพ่อแม่เราทำแบบนั้นไม่ได้ ต้องดูแลกันถึงที่สุด
ก็ตรงกันกับแนวคิดหลักของผมครับ ขอบคุณครับ
ขอให้มีความสุขมากๆ ในวันปีใหม่
เที่ยวให้สนุกนะครับ