เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2550 ข้าพเจ้า ได้เข้าร่วมประชุมเปิดตัวโครงการทศวรรษแห่งการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย ที่ห้องประชุมเอสแคปฮอลล์ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ จึงอยากนำสาระสรุปจากการประชุมมาเล่าสู่ สมาชิกให้ได้รับทราบดังนี้
โครงการนี้ เป็นโครงการที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้รับผิดชอบโดยเริ่มต้นจาก ที่ประชุมสหประชาชาติ นครนิวยอร์ค ได้ประกาศให้ปี ค.ศ.2005-2014 (พ.ศ.2548-2557) เป็นทศวรรษการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน(UN Decade for Education for Sustainable Development) โดยยูเนสโก เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมทศวรรษดังกล่าว และให้ประเทศสมาชิกร่วมกันบูรณาการแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้ากับนโยบายการศึกษาและการเรียนรู้ทุกรูปแบบโดยเฉพาะการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับท้องถิ่นสริมให้การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะ ความเข้าใจ ทัศนคติ และแรงจูงใจของคนในสังคมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่สภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่สมดุลและยั่งยืน
สำหรับประเทศไทยได้เปิดตัวโครงการทศวรรษแห่งการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในวันที่ 21 ธันวาคม 2550 โดยมีนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน และมีตัวแทนจากหน่วยง่านต่างๆเข้าร่วมอภิปรายความคิดเห็น ในประเด็น การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้
Mr.Derek Elias ตัวแทนสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ
การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน UN ต้องการให้พัฒนาประเทศตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ได้อยู่แต่ในระบบเท่านั้น แต่รวมถึงการศึกษานอกระบบด้วย เพราะการเรียนรู้ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้เราเรียนรู้ที่จะคิดแบบองค์รวม มองปัญหาที่เป็นระบบและจัดการปัญหาพื้นฐานมากกว่าจะจัดการปัญหาพร้อม ๆกันทั้งหมด การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณี และความสงบ สันติภาพการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่มีต้นแบบที่เป็นสากล อาจมีความแตกต่างกันบ้างตามสิ่งแวดล้อมและท้องถิ่น แต่ละประเทศควรกำหนดลำดับความสำคัญและดำเนินการเอง เป้าหมายและกระบวนการต้องให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น สภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เหมาะสม การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงมีความสำคัญกับทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนา
ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แนวคิดนี้เริ่มขึ้นในการประชุมสหประชาชาติว่า การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เริ่มต้นจากแนวคิดของที่ประชุมระดับโลกที่เห็นว่า การศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมียูเนสโกเป็นองค์กรหลักในการพัฒนา โดยเฉพาะให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น เพื่อพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง และเพื่อบรรเทาปัญหาระดับโลกที่เกิดอย่างรุนแรงในปัจจุบันดร.ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี
จากการประชุมสุดยอดของโลก Earth Summit ที่เมืองริโอ เดอจาเรโน ในปี 1992 เป็นการประชุมถึงความห่วงกังวนในเรื่องต่าง ๆ โดนเฉพาะความยั่งยืนของการพัฒนา มีการจัดทำระเบียบวาระของโลกเพื่อให้ชีวิตและโลกอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน เกิดมีโครงการหลายโครงการ โครงการหนึ่งคือการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเริ่มทศวรรษแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ปี 2548 ประเทศไทยเริ่มปี 2550 ช้าไป 2 ปี แต่ไม่เป็นไร การพัฒนาอย่างยั่งยืนเริ่มเมื่อไรก็ดีเมื่อนั้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนเน้นการพึ่งตนเอง เน้นการดูแลจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม เพื่อความยั่งยืน ปรับการพัฒนาที่เน้นด้านเศรษฐกิจ เป็นเน้นพัฒนาคน เน้นพัฒนาสังคม และนำหลักการเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปใช้เป็นปรัชญาหลักและเป็นแนวทางไปสู่การพัฒนา
เรื่อง การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นสิ่งที่ต้องการอย่างมาก แต่จะนำไปปฏิบัติให้เกิดผลนั้นยากคำว่าการศึกษา น่าจะกินความมากกว่าการเข้าเรียนหนังสือ แต่หมายถึงการสร้างความรู้ การพัฒนาความรู้ การจัดการความรู้ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยน เชื่อมโยงให้เกิดการพัฒนาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย การศึกษาไม่ใช่ของเด็กหรือเยาวชนแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการศึกษาของผู้ใหญ่ ข้าราชการ ผู้นำ ผู้บริหาร ฯลฯ ด้วย การศึกษาเกิดทุกที่ทุกแห่ง การศึกษาไม่มีการจบ
การศึกษา / เศรษฐกิจพอเพียง /การพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถพัฒนาได้โดยผู้รู้และผู้ปฏิบัติ โดยมีการพัฒนาควบคู่กันไป ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โจทย์การศึกษา คือ เราจะจัดการศึกษาอย่างไรจึงจะพัฒนา อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้ยั่งยืน เราจะจัดการเรียนอย่างไรให้ Green Clean Safe เพราะนักเรียนจะเป็นผู้ดูแลโลกต่อไปในอนาคต การเรียนรู้จากประสบการณ์มีคุณค่ามาก เราต้องให้นักเรียนรู้จักพอ รู้จักพอประมาณ น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ กระทรวงศึกษาธิการจะทำเกณฑ์ความดีสำหรับนำไปประเมินนักเรียน ดร.ปรียานุช พิบูลสราวุธ หัวหน้าโครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ไปฟังนักเรียน share เวที ทราบว่านักเรียนนำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงไปขับเคลื่อนในโรงเรียนแล้ว เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะประเทศไทย แม้แต่ต่างประเทศก็ยกย่องว่าเศรษฐกิจพอเพียงช่วยทำให้โลกไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หลายประเทศคุยกันเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมากใน web site ภูฏานอยากจะมาดูงานโรงเรียนในไทยเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ก็ผลัดเขาไว้ก่อน เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องพัฒนาคน เป็นการระเบิดจากข้างใน เป็นการใช้ชีวิตบนพื้นฐานของความเป็นจริง ครอบครัวเป็นอย่างไร มีพื้นฐานอย่างไร อยู่ในภูมิกายภาพอย่างไร สังคมอย่างไร เราต้องรู้จักตนเองก่อนจึงจะพึ่งตนเองได้ ต้องรู้จักภูมิสังคม ถ้าเราเคารพแม่โพสพ แม่คงคา ภูมิปัญญาท้องถิ่น เราก็จะไม่ทำลาย เราสามารถฟื้นฟูภูมิปัญญาไปสู่การพัฒนาได้ บางคนอาจว่าไร้สาระ แต่สาระอาจอยู่ลึกมากจนนึกไม่ถึงก็ได้ การศึกษา ต้องปลูกฝังนิสัย ให้เยาวชนใช้ชีวิตอย่างพอเพียง โดยนำไปสู่การปฏิบัติ นายสมยศ สิงห์คำ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรม สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ - การศึกษา ทำให้เกิดความรู้ ทำให้เกิดอาชีพ อาชีพที่มีคุณธรรม(สัมมาชีพ) ทำให้เกิดสันติสุข- ปัญญาของมนุษย์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนและห้อง Lab แต่ปัญญาเกิดจากกระแสของปัญหา- การศึกษา = เอาวิชาเป็นตัวตั้ง วัฒนธรรม = เป็นเรื่องความจริงของชีวิต- วัฒนธรรมต่าง ๆเป็นอดีตและอาจเป็นอนาคตได้ วัฒนธรรมสามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจได้ควรให้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาวัฒนธรรมท้องถิ่น ควนสอนให้นักเรียนภูมิใจ ดร.กานดา วัชราภัย ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วาระที่เกี่ยวข้องของกระทรวงกับการศึกษาคือ - ให้เด็กและเยาวชนทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์- จังหวัดที่น่าอยู่สำหรับเด็ก- คาราวานเสริมสร้างเด็ก- สภาเด็กและเยาวชนในจังหวัดงานต่าง ๆเป็นเหมือนห้องแลปที่มีชีวิต ในการค้นหาปัญหา และวิธีแก้ไข จะพยายามส่งเสริมให้ชุมชนดูแลกันเองได้ พึ่งตนเองได้ จะให้ชุมชนเข้มแข็ง ยั่งยืนจะต้องช่วยเหลือกัน ไม่ทอดทิ้งกัน ทุกคนต้องมองสังคม และช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าเพื่อสังคมจะได้เติบโตอย่างยั่งยืน ครูเวียดนาม มอบหมายงานให้นักเรียนมารายงานในแต่ละสัปดาห์ว่า มีข่าวคราวอะไรในชุมชน และนักเรียนได้ช่วยเหลือสังคมอย่างไร เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสสัมผัสกับชุมชนของเขา ได้รู้ความเคลื่อนไหว และการพัฒนา รองศาตราจารย์ ดร. สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คนเรามีความคิด 2 กระแส คือ1. จะใช้ประโยชน์สูงสุดจากโลกและสิ่งแวดล้อมอย่างไร แนวคิดนี้เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจระยะสั้น ผลทำให้ชาวต่างประเทศเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์มาก และช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนโตมากขึ้นเรื่อย ๆ2. จะใช้ประโยชน์จากโลกและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และเพื่อคนรุ่นหลังอย่างไร ต้องสนใจเรื่องความพอเพียง และเรื่องระยะยาว เป็นกระแสที่นิยมมากขึ้นขณะนี้เรากำลังเผชิญกับโลกบริโภคนิยม เราเจอโจทย์ที่ใหญ่กว่าเดิม ใครจะบอกว่า ใครจะต้องทำอะไร เราต้องหันมามองว่า เราจะทำอะไรร่วมกัน การศึกษาเพื่อการเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ต้องมาคุยกัน แลกเปลี่ยนกัน ไม่ใช่สั่งสอนกัน ให้มองว่าแม้ยากก็ต้องทำ นพ.สุวัช เซียศิริวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข กระแสโลกาภิวัตน์ ทุนนิยม การค้าเสรี บริโภคนิยม การเคลื่อนย้ายโรค วิกฤติธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ความรุนแรงระบาดวิทยา การระบาดของโรคใหม่ ๆ ททำให้เกิดบริบทใหม่ทางด้านสุขอนามัย การแก้ไขต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน โรคต่าง ๆที่ทำให้คนตายในอดีต มักเป็นโรคติดต่อ ติดเชื้อจากไวรัส ซึ่งสามารถฆ่าได้ โรคต่าง ๆที่ทำให้คนตายในปัจจุบัน ไม่ใช่โรคติดต่อ เป็นโรคทางร่างกายเฉพาะตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ซึ่งฆ่าเชื้อไม่ได้ ต้องใช้วิธีชะลอ การออกกำลังกาย เป็นวัคซีนป้องกันโรคทางร่างกายที่สำคัญมาก 1. ควรออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน ๆละ 30 นาที ดังนั้นชั่วโมงพละควรเปลี่ยนไปเป็นสัปดาห์ละ 3 วัน แทน 1 วัน และคนทำงานควร? 2. การรับประทานอาหาร ให้นักเรียนกินผัก ผลไม้มาก ๆ ควรกินวันละ 0.5 กก. 3. ดูแลความปลอดภัยไว้ก่อน อุบัติเหตุแต่ละปีมากกว่าทหารตายในสนามรบ 4. ปัญหาสุขภาพจิต IQ เพราะได้รับไอโอดีนต่ำ ต้องเพิ่มไอโอดีนเพื่อไปพัฒนาสมอง EQ ต้องจัดการความเครียดนาง สุวรรณี คำมั่น ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงานสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นโจทย์ ภาพอนาคตที่มีผลต่อการศึกษา ได้แก่- Global Trend- ขีดความสามารถในการแข่งขัน- การเปลี่ยนแปลงประชากร- คุณภาพการศึกษา- การกระจายอำนวจ- การประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบันผู้จบการศึกษาระดับสูง ต้องไปทำงานในระดับแรงงานมากขึ้น ประชากรกลุ่มอายุ 55 ปีขึ้นไป มีมากขึ้น ประชากรกลุ่มอายุ 20 - 55 ปี คงที่ ประชากรกลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปี ลดลงการจัดการภาคเกษตรยังไม่พัฒนา โครงสร้างการศึกษาไม่สมดุล ทั้งด้านความรู้ และคุณธรรมเศรษฐกิจพอเพียง เชื่อมโยงกับกระแสโลกาภิวัตน์ สร้างโอกาสให้คนไทย อย่างสมดุลและมีภูมิคุ้มกัน ดร. ศิริพงศ์ หังสพฤกษ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติทุกประการ เช่น ป่าไม้ ป่าชายเลน น้ำ ปะการัง เสื่อมโทรมลงสิ่งแวดล้อม มลพิษทางอากาศ ของเสีย ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ปัญหา พัฒนาเร็วกว่า การแก้ไข การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไข ช่วยให้เกิดความสมดุล ต้องนำผลการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาเป็นต้นทุนในการคิด GDP ด้วย เช่น เอาเรื่องป่าชายเลนถูกทำลายมาคิดกับการพัฒนา GDP จะพบว่า GDP ไม่ได้เพิ่มมาก เรื่องแก่งเสือเต้นก็ต้องนำ GDPหลักการนี้มาคิดด้วย ก็จะช่วยขจัดปัญหาความขัดแย้ง การจัดการหลักสูตร ควรนำเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าไปในหลักสูตร เพื่อให้เยาวชนตระหนัก และจดจำไปตลอด. จะเห็นว่า งานนี้ผู้ร่วมอภิปรายทุกท่านตระหนักว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนจะประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัยของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวคิดและหลักปฏิบัติ และควรนำแนวคิดนี้เข้าไปสู่ระบบการศึกษาเพื่อปลูกฝังเยาวชนไทย จบการรายงานเพียงเท่านี้ อาจจะยาวมากหน่อยนะคะ