...เตือนใจตนเองว่า ทุกข์นี้คือปุ๋ยแห่งชีวิต เป็นยาบำรุงหัวใจของเราให้แข็งแรง....
เมื่อเป็นผู้ใหญ่ วัยทำงาน การพบปะ เจอะเจอกับคนหลายหลายประเภท หลายจริตทำให้เราอดที่จะเสียอารมณ์ไม่ได้ บางทีการทำใจให้ยอมรับก็ลำบากที่จะสอนตัวเองแต่มันคือความจำเป็นเพื่อการมีชีวิตที่ปกติสุขจะบอกว่าต้องมองโลกแง่ดีสิ...ก็ต้องคิดว่า เราเติบโตมาอย่างไร ถูกสอนมาอย่างไรแล้วจะพัฒนาได้ไหม ถ้าระบบอีคิว (EQ) เรายังต่ำอยู่อย่างที่ได้ไปอบรมในเรื่อง "การพัฒนาและการควบคุมอารมณ์ โดยอาจารย์สุพรรณี ภู่กำชัย"ซึ่งนอกจากเราจะได้ผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการหัวเราะกันแล้ว ยังได้ความรู้ที่จะนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน ที่อาจารย์กล่าวไว้ว่า ความฉลาดทางอารมณ์มี 3 อย่างคือ “ดี เก่ง สุข” การทำความดี มี 3 องค์ประกอบ คือ (1) ความรับผิดชอบ (2) การควบคุมอารมณ์ (3) เห็นใจคนอื่น การเป็นคนเก่งมี 3 องค์ประกอบ คือ (1) มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น สื่อสารเจรจาให้เหมาะสมทั้ง 3 ระดับ (สูงกว่าระดับเดียวกัน ระดับต่ำกว่า) และใช้แบบปิยะวาจาคิดก่อนพูด (2) มีแรงจูงใจสร้างความหวังให้กับตนเอง (3) ตัดสินใจแก้ไขปัญหาไม่ใช้อารมณ์ในการแก้ไขปัญหาต้องยอมรับในสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ การมีความสุข มี 3 องค์ประกอบ คือ (1) มีความสุขสงบทางใจ (2) ภูมิใจในตนเอง (3) พอใจในชีวิตความฉลาดทางอารมณ์ คือ ความสามารถทางอารมณ์ในการดำเนินชีวิตอย่างสร้างสรรค์และเป็นสุข
ในชีวิตประจำวันของคนเราจำเป็นต้องฝึกให้มีความอดทนต่อเหตุที่มากระทบ ซึ่งอาจแบ่งได้ 4 อย่าง คือ
1. อดทนต่อความลำบากตรากตรำ คืออดทนต่อสภาพธรรมชาติ ดินฟ้าอากาศ ไม่เอาเหตุแห่งดินฟ้าอากาศมาเป็นข้ออ้างที่จะทอดทิ้งงาน
2.อดทนต่อทุกขเวทนา คืออดทนต่อความเจ็บไข้ได้ป่วย ความไม่สบายกาย
3. อดทนต่อความเจ็บใจ คืออดทนต่อเหตุแห่งความไม่พอใจที่มากระทบ เช่น คำพูดที่ไม่ชอบใจ ความบีบคั้นจากผู้บังคับบัญชา อดทนต่อความโกรธ หงุดหงิด ขุ่นเคืองใจ เป็นต้น
4.อดทนต่ออำนาจกิเลส คืออดทนต่อสิ่งยั่วยุอันน่าเพลิดเพลินใจ อดทนต่อสิ่งที่อยากทำแต่ไม่สมควรทำ เช่น การใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย การเที่ยวกลางคืน การเล่นการพนัน สูบบุหรี่ กินเหล้า เป็นต้น (ที่มา :มีขันติคือให้พรแก่ตัวเอง พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก)
วันเวลาที่เราบอกตัวเอง จะปรับปรุงตัวเองแล้วนะ จะไม่...ไม่...ไม่.... หากไม่ผ่านการฝึกฝน และเฝ้าสอนตัวเองพร้อมทั้งการควบคุมตัวเอง ด้วย "สติ ปัญญา และขันติ" เมื่อถึงวันหนึ่งที่เราโดนกระทบจากหลายด้านเข้ามาพร้อมพร้อมกัน อาจถึงขั้น สติไม่มา ปัญญาไม่มี แถมขันติก็แตก ซึ่งแน่ใจว่าหลายคนเคยประสบ และอีกหลายคนจะต้องประสบ เพราะนี่คือโลก หากเมื่อยังไม่ได้บวช และยังไม่ได้ปลีกวิเวก หลีกเลี่ยงปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นไม่ได้ และยิ่งการมีตำแหน่งที่สูงขึ้นจนมีผู้ใต้บังคับบัญชา เราจะควบคุมตัวเองอย่างไร เมื่อคิดว่าคนอื่นไม่ได้ดังใจ...
การเฝ้าสอนตัวเอง ด้วยการอ่านหนังสือ พูดคุยกับผู้ทรงคุณธรรม ความรู้ การฝึกสติ เตือนตัวเองให้รู้อยู่ทุกขณะว่าทำอะไรอยู่ การเฝ้าระวังตัวให้รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา นับว่าเป็นสิ่งสำคัญ แม้ที่วันนี้จะแพ้ จะหลุด แต่ต้องทำได้ ....จงเชื่อมั่นและมุ่งพัฒนาตัวเอง
จาก จินตนาภร
สนใจหนังสือธรรมะพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก สอบถามข้อมูลได้ที่ 02-6763453,02-6764323
ในชีวิตประจำวันของคนเราจำเป็นต้องฝึกให้มีความอดทนต่อเหตุที่มากระทบ ซึ่งอาจแบ่งได้ 4 อย่าง คือ
1. อดทนต่อความลำบากตรากตรำ คืออดทนต่อสภาพธรรมชาติ ดินฟ้าอากาศ ไม่เอาเหตุแห่งดินฟ้าอากาศมาเป็นข้ออ้างที่จะทอดทิ้งงาน
2.อดทนต่อทุกขเวทนา คืออดทนต่อความเจ็บไข้ได้ป่วย ความไม่สบายกาย
3. อดทนต่อความเจ็บใจ คืออดทนต่อเหตุแห่งความไม่พอใจที่มากระทบ เช่น คำพูดที่ไม่ชอบใจ ความบีบคั้นจากผู้บังคับบัญชา อดทนต่อความโกรธ หงุดหงิด ขุ่นเคืองใจ เป็นต้น
4.อดทนต่ออำนาจกิเลส คืออดทนต่อสิ่งยั่วยุอันน่าเพลิดเพลินใจ อดทนต่อสิ่งที่อยากทำแต่ไม่สมควรทำ เช่น การใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย การเที่ยวกลางคืน การเล่นการพนัน สูบบุหรี่ กินเหล้า เป็นต้น (ที่มา :มีขันติคือให้พรแก่ตัวเอง พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก)
วันเวลาที่เราบอกตัวเอง จะปรับปรุงตัวเองแล้วนะ จะไม่...ไม่...ไม่.... หากไม่ผ่านการฝึกฝน และเฝ้าสอนตัวเองพร้อมทั้งการควบคุมตัวเอง ด้วย "สติ ปัญญา และขันติ" เมื่อถึงวันหนึ่งที่เราโดนกระทบจากหลายด้านเข้ามาพร้อมพร้อมกัน อาจถึงขั้น สติไม่มา ปัญญาไม่มี แถมขันติก็แตก ซึ่งแน่ใจว่าหลายคนเคยประสบ และอีกหลายคนจะต้องประสบ เพราะนี่คือโลก หากเมื่อยังไม่ได้บวช และยังไม่ได้ปลีกวิเวก หลีกเลี่ยงปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นไม่ได้ และยิ่งการมีตำแหน่งที่สูงขึ้นจนมีผู้ใต้บังคับบัญชา เราจะควบคุมตัวเองอย่างไร เมื่อคิดว่าคนอื่นไม่ได้ดังใจ...
การเฝ้าสอนตัวเอง ด้วยการอ่านหนังสือ พูดคุยกับผู้ทรงคุณธรรม ความรู้ การฝึกสติ เตือนตัวเองให้รู้อยู่ทุกขณะว่าทำอะไรอยู่ การเฝ้าระวังตัวให้รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา นับว่าเป็นสิ่งสำคัญ แม้ที่วันนี้จะแพ้ จะหลุด แต่ต้องทำได้ ....จงเชื่อมั่นและมุ่งพัฒนาตัวเอง
จาก จินตนาภร
สนใจหนังสือธรรมะพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก สอบถามข้อมูลได้ที่ 02-6763453,02-6764323
ขอบใจนะน้องเขียวกำลังคิดถึงอยู่พอดี
ไม่เจอหน้านาน ว่างๆขอฟังเสียงหน่อยน่ะ
เกษตรน้อย
บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่พัฒนาแล้ว ภาษาพระเรียกว่า ภาวิตัตตะ ได้แก่การพัฒนาตนทั้ง 4 ด้านคือ ภาวิตกาโย (พัฒนากาย กายภาวนา) ภาวิตสีโล(ศีลภาวนา อย่างน้อยปฏิบัตตาม ศีล 5) ภาวิตจิตโต (จิตภาวนา) ภาวิตปัญโญ(พัฒนาด้านปัญญา)
แต่ถ้าเขียนให้โก้ตามภาษาฝรั่งที่นักวิชาการ(เกิน)ทั้งหลายชอบพูดกัน เรียกว่า physical development social development emotional development and intellectual development นั้นแล
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณจินตนาภร มากที่ได้กรุณาหาข้อมูลให้สมาชิกได้รับทราบอยู่ตลอดเวลา
ข้อมูลที่นำเสนอมีประโยชน์มากครับอย่างน้อยอ่านแล้วก็กลับมามองตนเองตลอดเวลา พร้อมทั้งตอบคำถามตัวเองด้วยว่าตนเองอยู่ในสภาวกาณ์เช่นใด พร้อมทั้งได้เข้าใจคนอื่นด้วยทำไมเป็นเช่นนั้น
ขอบคุณอีกครั้งครับ
ประเสริฐ โคราช
ความสุขอื่นใด เหนือกว่าความสงบเป็นไม่มี
สุข สงบ ว่าง เปล่า
ทุกอย่างเป็น
อนิจจัง (ความไม่เที่ยง)
ทุกขัง (ความเป็นทุกข์)
อนัตตา(ไม่มีตัวตน )
เพราะ เนื้อ กระดูก ขน ผม เล็บ คือ ธาตุดิน
เลือด น้ำเหลือง คือ ธาตุน้ำ
ลมหายใจ คือ ธาตุลม
ความร้อนในร่างกาย คือ ธาตุไฟ
อาเมน / ทิดหมี
อ่านแล้วดีมากเป็นการยำเตือนตนเองให้ปฏิบัติเป็นคนดีในสังคม เพราะอย่างที่ว่า หลาย ๆ ครั้ง ที่เตรียมตัว เตรียมใจอย่างดี แต่เมื่อเจอ จุลินทรีย์เข้า ก็ทำให้อารมณ์บูดไปโดยไม่รู้ตัว
ขอบคุณค่ะ