เมื่อการภาวนานั้นหรือคือการ “ทบทวนจิต” ทบทวนความคิดที่ผ่านมาและผ่านไป
ในโอกาสที่ได้ย้อนกลับไปเปิดดูและอ่านบันทึกแรก ๆ เก่า ๆ ของตนเอง ช่างเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามากหลาย เพราะได้เป็นการมองเห็นตนเอง ที่สำคัญ “มองเห็นความคิด” ของตนเองในอดีตที่ผ่านมา

การจัดการความรู้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนความคิดและย้อนกลับเข้าไปมองดูถึงจิตที่ตีค่าความหมายผ่านคำว่า “ประสบการณ์”
ประสบการณ์ เป็นสิ่งที่สองเท้าได้ก้าวผ่าน สองมือได้สัมผัส อีกทั้งหนึ่งใจที่เคยได้กอดรัดกับสรรพสิ่งที่ผันผ่านเข้ามากระทบสู่กายและใจ
การอ่านบันทึกเก่าแล้วสามารถมองเห็นตนเองได้ฉันใด
การจัดการความรู้เพื่อให้เกิดปัญญาใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นตามมาได้อีกฉันนั้น
ความรู้ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาอาจจะเหมือนกันหรือต่างกัน
อาจจะเป็นความรู้เดิม แต่สิ่งที่แตกต่างกันไปนั้นคือ “มุมมอง”
มุมมองต่อความรู้ มุมมองต่อสิ่งที่รู้ มุมมองต่อสิ่งที่เคยรู้
สิ่งเดียว สิ่งเดิม ที่เคยเห็น เคยมอง อาจจะเปลี่ยนไป แตกต่างไป ได้ด้วยวัยในแต่ละพัฒนาการ
การมีโอกาส ให้โอกาสได้ย้อนกลับไปมองดูจิตแบบง่าย ๆ โดยกลับไปอ่านบันทึกเก่า จะสามารถเห็นว่าเราในขณะนั้น เรามีมุมมองอย่างไร
อย่างเช่นฉันวันนี้
โอ้โห ทำไมเมื่อก่อนตัวฉันหัวรุนแรงจัง เขียนอะไรแบบโหดร้าย ๆ เฉือดเฉือนหักหาญน้ำใจคนได้ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ
เรื่องนี้ เราน่าจะถ่ายทอด เขียน สื่อ ได้นุ่มนวล สุขุม และรอบคอบกว่านี้ ทำไมเราถึงไม่ทำแบบนั้น...
เมื่อพิจารณาย้อนกลับเข้าไปถึงขณะนั้น สิ่งแวดล้อม ประสบการณ์ “จิต” ที่ถูกสิ่งแวดล้อมสัมผัสและกระทบ จะบอกได้ว่า “ทำไมเราถึงเขียนแบบนั้น”
เรื่องเดิม เนื้อหาเดิม อาจเขียนใหม่ได้ ดีกว่าเดิมได้ มีคุณค่ากว่าเดิมได้ หากเรามีเวลาทบทวนจิต นั่นก็คือทบทวนความรู้ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าเป็นการ “จัดการความรู้ (Knowledge Management)” ที่เราทั้งหลายกำลังได้สัมผัสอยู่ในปัจจุบัน
การทบทวนจิตมีประโยชน์ “การจัดการความรู้ (Knowledge Management)” เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะถ้าเรานำมาใช้จัดการความรู้ “กับตนเองเพื่อพัฒนาตนเอง”
แก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต ทำสิ่งที่มีคุณค่าในปัจจุบัน อนาคตก็จะไม่ผิดหวัง สิ้นหวัง กับสิ่งที่เคยผิดพลาด และจะไม่ผิดพลาดอีกร่ำไป
เรื่องเดิม เวลาเดิม จุดสัมผัสเดิม สิ่งแวดล้อมเดิม สามารถปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งที่สวยงามได้ถ้าเรารู้จักจัดการความรู้และทบทวนจิตของตนเอง
ภาวนา คือ การทบทวนจิต
ภาวนา คือ การทบทวนความรู้
ภาวนา คือ การจัดการความรู้
เราทุกคนร่วมกันภาวนาคือการจัดความรู้เพื่อตนเอง ครอบครัวตนเอง สังคมของตนเอง ประโยชน์ของตนเอง โลกของตนเอง เพราะทุก ๆ สิ่งนั้นไม่ใช่ใคร คือ เราเอง
การจัดการความรู้ของตนเอง จะให้ตนเองนั้นแข็งแกร่ง
การจัดการความรู้ด้วยตนเอง จะสร้างให้ตนเองนั้นเข้มแข็ง
การจัดการความรู้เพื่อตนเอง จะนำให้ตนเองนั้นแข็งแรง
ถ้าทุกคนจัดการความรู้ ทบทวนจิต ทบทวนความคิด ทุกคนก็จะแข็งแกร่งและแข็งแกรง
เมื่อทุกคนแข็งแกร่ง แข็งแรงก็จะสามารถที่จะทำงานเพื่อครอบครัวตนเอง สังคมตนเอง ประเทศของตนเอง และโลกของตนเอง
ช่วยกันประคับประคองตนเอง ด้วยตนเอง ฐานของสังคมก็จะยืนอยู่ด้วยสองขาที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง สังคมและโลกนี้ไซร้ก็จะสงบและศานติสุข ตลอดไป...
