การวิเคราะห์และวางแผนการทำงาน (ประเมินต้นทุนในการจัดกิจกรรม)
ดังที่ได้กล่าวถึงในวันที่ 10 ก.พ. (บันทึกก่อนหน้า) ว่าจะยกตัวอย่างการคำนวณ ตัวชี้วัดที่ ๑๗ ระดับความสำเร็จของการดำเนินงานตามขั้นตอนการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐผู้ดำเนินงานต้องวิเคราะห์โจทย์ก่อนว่าเขาให้ทำอะไร ถ้ายังไม่ทราบ ก็ดูจากเกณฑ์ประเมิน ซึ่งเป็นเกณฑ์ประเมินตามบันใด คือทำงานเป็นขั้นตอน ซึ่งประกอบด้วย
|
ตารางที่ 1 เกณฑ์การให้คะแนน |
|
| ระดับคะแนน | เกณฑ์การให้คะแนน |
|
๑ |
จัดประชุมชี้แจงให้ความรู้เรื่องการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ |
|
๒ |
ข้อ ๑ และ มีการจัดตั้งคณะทำงานดำเนินการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการของสถาบันการศึกษาและจัดทำแผนดำเนินการพร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละหมวด (Category Champion) ตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ พร้อมขออนุมัติแผนดำเนินการต่อผู้บังคับบัญชา |
|
๓ |
ข้อ ๒ และมีการจัดอบรมคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการประเมินองค์กรด้วยตนเอง |
|
๔ |
ข้อ ๓ และมีการจัดทำลักษณะสำคัญขององค์กรตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ |
|
๕ |
ข้อ ๔ และมีการจัดทำเอกสารรายงานประเมินความสำเร็จตามขั้นตอนการพัฒนาคุณภาพาการบริหารจัดการภาครัฐของสถาบัน การศึกษา |
|
ตารางที่ 2 คำอธิบาย |
| การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐเป็นการนำกรอบการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ รวมทั้งหลักเกณฑ์และแนวคิดของรางวัลคุณภาพแห่งชาติของของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Malcolm Baldrige Quality Award (MBNQA) และ Thailand Quality Award (TQA) มาศึกษา วิเคราะห์และเปรียบเทียบเพื่อพัฒนาเป็นเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ และนำเกณฑ์ดังกล่าวไปส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาใช้ในการยกระดับและพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่สอดรับกับกลยุทธ์หลักในการสร้างความเป็นเลิศในระบบราชการ ตามประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๖ ด้านการพัฒนาระบบราชการ ของแผนการบริหารราชการแผ่นดิน |
| การดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ คือ การยกระดับและพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการของสถาบันการศึกษาให้สอดคล้องตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยสถาบันการศึกษาต้องทำการประเมินตนเองเพื่อหาจุดแข็งและโอกาสในการปรับปรุงองค์กร ตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ |
ดังนั้นสำนักประกันคุณภาพ จะดำเนินการอย่างไร ภารกิจนี้ไม่ใช่ภารกิจประจำที่ทำอยู่เดิม แต่เป็นภารกิจตามแผนยุทธ์ศาสตร์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๖ (การพัฒนากฎหมายและส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี) ซึ่งเข้ามาแบบไม่ปรากฏในแผนงานของ สำนักประกันคุณภาพ (ทราบเมื่อ ประมาณ ก.พ. 49 แผนงาน 1 ต.ค. 48 – 30 ก.ย. 49) สิ่งที่สำนักประกันฯ ต้องดำเนินการคือ
1. เสนอโครงการหรือแผนกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ประเมินข้างต้น พร้อมแผนดำเนินงานและงบประมาณที่ขอเพิ่มขึ้น
2. จัดประชุมให้ความรู้ด้านเกณฑ์คุณภาพ และ อบรมเพื่อให้สามารถประเมินองค์กรได้ (เข้าว่าเขียน SAR ในแนวของ TQA)
3. ประชุมคณะกรรมการที่รับผิดชอบ
4. ส่วนการได้คะแนน 4 น่าจะเป็นการเขียน SAR ตามแนวของ TQA
5. ส่วนคะแนน 5 ยังไม่แน่ใจว่าผลลัพธ์ของคะแนน 5 จะเป็นอะไร คือเขียนรายงานสรุปของกิจกรรม หรือ ยังเป็น SAR ตามแนว TQA และผลักดันให้หน่วยงานเข้าขอรับรางวัล TQA หรือ ไม่
ดังนั้นหน้าที่ของหน่วยงานที่จะทำหน้าเสมือนหนึ่งเป็นมือทำงาน ก็คงไม่พ้น สำนักประกันคุณภาพ คณะกรรมการที่รับผิดชอบคงเป็นผู้กำหนดแนวนโยบาย แล้วให้สำนักประกันฯ นำนโยบายไปสู่เชิงปฏิบัติ และนำเสนอให้ คณะกรรมการฯ พิจารณาอีกรอบหนึ่ง
ถ้าสำนักประกันฯ ไม่ทำงานเชิงรุก ก็คงต้องรอให้คณะกรรมการประชุม และกำหนดในรายละเอียด (ณ วันที่เขียนบันทึก ทาง คณะกรรมการจัดทำคำรับรองยังไม่ได้กำหนดผู้รับผิดชอบดัชนีดังกล่าว) แต่ ผอ. เป็นหนึ่งในกรรมการชุดนี้ (อยากจะปฏิเสธไม่ทำเพราะเฉพาะงานประกันคุณภาพ ค่าถ่วงน้ำหนัก 2.5 สูงขึ้นกว่าเดิม .5 บวกกับดัชนีนี้อีก 2.5 เป็นความรับผิดชอบที่มากเหมือนกัน)
อย่างไรก็ตามหน้าที่คือหน้าที่ ดังนั้น ทาง สำนักประกันฯ จะจัดทำแนวทางเบื้องต้น และกำหนดกิจกรรมต่าง ๆ เป็นโครงร่างดังนี้
1. ต้องประชุมชี้แจงและอบรมความรู้ด้าน TQA เพื่อให้มีผู้ประเมินองค์กร หรือ สามารถเขียนผลการประเมินตนเองได้
2. เป็นกรรมการและเลขานุการติดตามและรายงานความก้าวหน้าของดัชนีดังกล่าว
สำหรับการเขียนรายงานประเมินองค์กร ต้องมาตกลงกันว่าจะประเมินองค์กรในระดับใด เพื่อที่จะกำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละหมวดตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่ง ณ ปัจจุบันจะไม่ชัดเจน คือ จำนวนหมวด จะใช้ตามเกณฑ์คุณภาพ หรือ หมวดตามพันธกิจและภารกิจ (รวมทั้งกรรมการในคณะ คงต้องมาจากอธิบการบดีกำหนด และ แต่งตั้ง)อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นการประเมินองค์กรระดับมหาวิทยาลัย งานหลายอย่างเป็นหน้าที่ของ สำนักประกันฯ เช่นการเขียนโครงร่างองค์กร สำหรับหมวดอื่น ๆ น่าจะต้องให้รองฯ แต่ละท่านรับผิดชอบ ซึ่งก็น่าจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานสนับสนุนรองแต่ละท่าน (หรือ .... ขึ้นอยู่กับการตีความเกณฑ์ข้อ 5 และ นโยบายมหาวิทยาลัย) ในตัวอย่างนี้จะไม่ประเมินงานในขั้นตอนนี้ก่อน
ดังนั้นสำนักประกันจะวางแผนงานเฉพาะสองรายการข้างต้น ซึ่งต้องมาแจกรายละเอียดเพิ่มดังนี้
การประชุมชี้แจงและอบรมความรู้ด้าน TQA น่าจะมีโครงงานต่าง ๆ ดังนี้
1. ประชุมชี้แจง ความจำเป็น และ ให้ความรู้เบื้องต้น TQA กับผู้บริหารตั้งแต่ระดับ อธิการบดี รองอธิการฯ คณบดี ผู้อำนวยการกอง ประมาณ 3 ชั่วโมง (ประมาณ 40 หน่วยงาน)
2. ประชุมชี้แจง ความเป็นเป็น และ ให้ความรู้เบื้องต้น TQA ระดับปฏิบัติงาน (ทั่วทั้งองค์กร) เป้าหมายประมาณ 500 คน เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
3. อบรมให้ความรู้เกณฑ์ TQA ประมาณ 3 วัน (เป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการ) กลุ่มเป้าหมาย ผู้บริหารระดับกลาง และ ผู้ที่จะเป็นมือเขียนรายงานตนเอง (เป้าหมาย หน่วยงานละ 3-5 คน/หน่วยงาน)
4.
อบรมการเขียนรายงานประเมินตนเองอีก 3 วัน (หน่วยงาน 3
คน)
การทำหน้าที่ประสานงานและประชุมคณะกรรมการ
น่าจะเป็นประชุมเพื่อกำหนดนโยบาย และรายงานผลการดำเนินงาน คาดว่าจะมีการประชุมไม่เกิน 6 ครั้งๆ ละ 3 ชั่วโมง โดย 2-3 ครั้งแรก เป็นการกำหนดแนวนโยบาย และ กิจกรรมต่าง ๆ ที่จะทำ และอีก 3 ครั้งหลัง รายงานความก้าวหน้าและการปรับแผนงานตามความจำเป็น ซึ่งต้องการเจ้าหน้าที่ 2 คนในการจดรายงานการประชุม และ จดหมายเชิญประชุมต่าง ๆ
และจัดทำรายงานสรุปเพื่อเสนอต่อ ก.พ.ร.
(ยังขาดงานที่ต้องเขียนรายงานการประเมินตนเอง
ซึ่งต้องดูรูปแบบของการนำไปปฏิบัติว่าจะกำหนดออกมาอย่างไร)
การประเมินค่าใช้จ่าย
การประเมินค่าใช้จ่าย มีหลักเกณฑ์ดังนี้
1.
ถ้าเป็นการประชุมของคณะกรรมการต่าง ๆ ไม่รวมอาหารกลางวัน
ก็มีเฉพาะค่าอาหารว่าง
2. การประชุมอบรม
จะประกอบด้วย ค่าตอบแทนวิทยากร ค่าของที่ระลึก (ถ้ามี)
ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายคงที ค่าอาหารว่าง อาหารกลางวัน
ขึ้นอยู่กับผู้เข้าประชุม
(ไม่รวบเงินเดือนพนักงาน)
การประเมินภาระงาน
(คนวัน/Mandays)
การประเมินโครงงานที่อยู่ในรูปการประชุม ฝึกอบรม สัมมนา จะไม่ยาก
มีหลักการดังนี้
1.เวลาในการเตรียมงาน การประสานงานวิทยากร การจัดเตรียมเอกสาร
รายชื่อผู้เข้าฟังการประชุม
2.เวลาระหว่างการลงทะเบียนของผู้เข้าการประชุม
ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าประชุม เช่น ถ้าผู้เข้าประชุมไม่เกิน 40
คน เจ้าหน้าที่ตอนรับหนึ่งคนน่าจะพอ แต่ถ้า 500 คน
ต้องเพิ่มเจ้าหน้าเพิ่มขึ้นอาจเป็น 10 คน
เวลาระหว่างการลงทะเบียนจะเริ่มตั้งแต่ 8.30 – 9.00 น.
และมาล่วงหน้าเพื่อเตรียมงานประมาณ 30 นาที หลังจาก 9.30 น.
แล้วต่อให้เป็นการประชุมจำนวนคนมาก ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่
(ผู้อ่านอย่างพึงคิดว่าเป็นคนคิดละเอียดนะค่ะ
พยายามจะเล่าให้ฟังว่ากระบวนการทำงานอย่างๆ ไร
เพราะถ้าจัดคนทำงานไม่ถูกก็อาจทำให้งานติดขัด หรือ
เสียคนงานไปเหมือนกัน เพราะเคยเห็นบางที่เจ้าหน้านั่งตบยุงเล่น)
3.ติดตามและสรุปผลการดำเนินงาน เช่นประเมินผลสำรวจความคิดเห็น
จัดทำเอกสารเบิกจ่าย ๆ ต่าง จัดทำรายงานสรุปผู้บริหาร
(น่าจะครบขั้นตอน
การประเมินลองคิดเล่น
ซิค่ะ)
สำหรับการเป็นเลขานุการของคณะกรรมการจะมีหน้าที่ดังนี้
1. จัดทำจดหมายเชิญประชุม
2.จัดเตรียมเอกสารเชิญประชุม
3. จดรายงานการประชุม
และจัดทำรายงานการประชุมให้แล้วเสร็จแต่ละครั้ง
(จำนวนเวลาในการทำงานจะแตกต่างกัน
ผู้มีประสบการณ์จะทำงานได้เร็วกว่า และไม่ต้องพึงการถอดเทป
ถ้าต้องฟังการถอดเทปตลอดเวลาจะเสียเวลามากพอควร)
4. จัดทำรายงานสรุปสุดท้าย เสนอ ก.พ.ร. ซึ่งต้องรายงาน 3 ครั้ง (
6 เดือน 9 เดือน และ 12 เดือน) พร้อมเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ
(หลักฐานจากการฝึกอบรมด้วย)
(ท่านผู้อ่านเห็นเป็นอย่างไร ช่วยให้ข้อเสนอแนะด้วยค่ะ อาจเขียนแล้วตกหล่น เพราะไม่ได้ทำหน้าที่เหล่านี้โดยตรง เขียนในมุมมองผู้บริหาร อาจมีปลีกย่อยที่ขาดหายไปได้ ขอบคุณ)
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า สำนักประกันฯต้องเป็นเลขาของอนุกรรมกรรมการที่ทำหน้าที่ในการดำเนินงานตามดัชนี การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
ประธานของอนุกรรมการชุดดังกล่าวจะเป็น รองอธิการบดีฝ่ายประกันคุณภาพ
ในการกำหนดผู้รับผิดขอบ นั้นยังเป็นที่สงสัยว่าจะใช้เกณฑ์ TQA หรือ ตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
สำหรับเกณฑ์ TQA จะมี 7 หมวดด้วยกัน แต่ที่สำคัญ หมวด 3 มุ่งเน้นตลาดและลูกค้า ควรเป็นเกฑณ์สำหรับหน่วยงานจัดการศึกษา หรือ ภาคอุตสาหกรรม อยู่ระหว่างรอรายละเอียด จากทาง ก.พ.ร.