เด็กออติสติกมีลักษณะเฉพาะหลายอย่าง เช่น ไม่ชอบสบตา ไม่ชอบความสัมพันธ์กับคน เช่น ไม่ตอบสนองต่อการกอด หอมแก้ม หรืออุ้ม ฯลฯ ชอบอะไรแบบเดิมๆ อย่างสุดๆ เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย(ทำไมไปคล้ายผู้บริหารบางคนก็ไม่ทราบ) ฯลฯ

<p>เป็นที่ทราบกันดีว่า เด็กยุคใหม่เป็นเด็กออติสติกกันไม่น้อย ประชากรสหรัฐ 303.48 ล้านคนมีคนเป็นออติสติกมากบ้างน้อยบ้างถึง 1.5 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 200 คน หรือประมาณ 0.5%</p>

เด็กออติสติกมีลักษณะเฉพาะหลายอย่าง เช่น ไม่ชอบสบตา ไม่ชอบความสัมพันธ์กับคน เช่น ไม่ตอบสนองต่อการกอด หอมแก้ม หรืออุ้ม ฯลฯ ชอบอะไรแบบเดิมๆ อย่างสุดๆ เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย(ทำไมไปคล้ายผู้บริหารบางคนก็ไม่ทราบ) ฯลฯ

...

กล่าวกันว่า เด็กที่เป็นออติสติกนั้นเหมือนกับคนที่ถูกขังเดี่ยวอยู่ในโลกของตัวเอง หามิตรภาพหรือความเป็นเพื่อน เป็นญาติกับใครแทบไม่ได้เลย ชาติก่อนไปจับใครขังเดี่ยวไว้หรือเปล่านี่... แหล่งข่าวไม่ได้กล่าวไว้

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์แอนดรูว์ ซิมเมอร์มาน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาประสาทวิทยาเด็ก และคณะ แห่งสถาบันบัลทิมอร์ เคนเนดี ไครเกอร์ สหรัฐฯ ทำการศึกษาในเด็กออติสติก 30 คน อายุ 2-8 ปีที่มีไข้สูง 100.4 องศาฟาเรนไฮต์หรือ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป

...

ผลการศึกษาพบว่า เมื่อเด็กเหล่านี้มีไข้สูง...

  • มากกว่า 80% จะมีพฤติกรรมดีขึ้น
  • 30% จะมีอาการดีขึ้นอย่างมากมาย

...

ตัวอย่างอะไรๆ ที่ดีขึ้นเวลามีไข้สูงได้แก่ สมาธิในการทำงานหรือสนใจเรื่องต่างๆ ดีขึ้น สบตาคนอื่นมากขึ้น ความสัมพันธ์กับคนอื่นดีขึ้น

การศึกษานี้เป็นการศึกษาแรกเริ่ม ทว่า... อาจนำไปสู่การรักษาโรคที่ "ไม่มีวิธีรักษา" ได้ในอนาคต

...

ขอแสดงความยินดีกับพวกเราที่เกิดมามีความสุขกับการอุ้มหรือถูกอุ้ม สบตาใครบางคน และมีญาติสนิทมิตรสหายได้

เราอาจจะรู้สึกว่า ความสุขเหล่านี้มันช่างแสนธรรมดาเหลือเกิน ทว่า... คนอีกหลายคนเกิดมาไม่เคยมีความสุขแบบนี้เลย

ข่าวประกาศ                                      

  • ถ้าไม่มีความผิดพลาดทางเทคนิค...
  • ผู้เขียนจะลาปลีกวิเวก > 10-16 ธันวาคม 2550
  • และลาไปอินเดีย-เนปาล > 20 ธันวาคม 2550 - 3 มกราคม 2551

ที่มา                                                

  • Thank Michael Conlon. Andrew Stern & Eric Beech ed. > Fever can unlock autism's grip: study > [ Click ] > December 3, 2007. / J Pediatrics.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 3 ธันวาคม 2550.

</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span>