คงต้องพึ่งตัวเองก่อน โดยพาครอบครัวหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัยสักพักจริงหรือนี่ ???

วันนี้ มีแม่ลูกคู่หนึ่งที่พวกเราคุ้นเคยดีลงมาปรึกษาเพื่อนฉันที่สำนักงาน ภายหลังจากที่ลูกชายได้พาแม่ไปเย็บแผลโรงพยาบาล และขอใบรับรองแพทย์มาแล้ว

ลูกชายซึ่งพูดภาษาไทยได้แตกฉาน เริ่มเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เช้านี้พ่อของเขาได้เอามีดฟันหัวแม่ของเขา โชคดีที่ไม่เป็นอะไรหนักมาก เพราะแม่ใส่หมวกกันหนาวไว้ เลยได้แค่เย็บ ๒ เข็ม และตาเขียวบวม หมอบอกว่าที่ไหล่ก็บวมด้วย เพราะโดนด้ามมีด

ครั้งนี้ยังโชคดี ไม่หนักเท่าครั้งก่อนที่แม่โดนจอบฟาดหัว !!!

เป็นอย่างนี้บ่อยครั้งเมื่อพ่อเมา และอาละวาดเอากับแม่ จนครั้งสุดท้ายแม่กลัวมาก และทนไม่ไหว ต้องออกจากบ้านและมาอาศัยกับลูกชายที่อีกหมู่บ้านหนึ่ง แต่เช้านี้พ่อก็ตามมาก่อเรื่องอีกจนได้

แถมเมื่อลูกชายขู่ให้กลับบ้าน ไม่งั้นจะแจ้งตำรวจมาจับ พ่อยังท้าว่า "ดูซิใครจะตายก่อนกัน" คงเหมือนครั้งก่อนที่พ่อโมโหลูกชายแล้วดักซุ่มจะยิง โชคดีอีกเช่นกัน ที่ครั้งก่อนลูกรู้ตัวก่อน เลยไม่ได้กลับบ้านวันนั้น...

เมื่อไม่รู้จะป้องกันแม่และตัวเองซึ่งมีภรรยาและลูกเล็กๆ อีก ๓ คน ได้อย่างไร จึงตัดสินใจจะให้กฎหมายเข้าช่วย เพื่ออย่างน้อย ถ้าพ่อซึ่งไม่มีใครในครอบครัวและในหมู่บ้านเอาอยู่แล้ว ถูกจับไปอยู่ในคุกสักระยะหนึ่ง ก็คงจะทำให้อีกหลายชีวิตปลอดภัย และอาจมีความหวังให้พ่อได้ห่างเหล้าได้บ้าง แม้ใจหนึ่งก็อดจะเป็นห่วงพ่อไม่ได้

แต่เมื่อไปแจ้งความ ตำรวจกลับเห็นว่าเป็นเพียงความผิดลหุโทษ เพียงแค่ปรับ ซึ่งลูกชายและแม่จึงยังไม่ดำเนินการใดๆ เพราะกลัวว่านอกจากจะไม่ได้แก้ปัญหาแล้ว จะยิ่งทำให้พ่อโกรธ และอาจทำการรุนแรงได้อีก

ลูกชายจึงได้พาแม่กลับไปด้วยความหวาดวิตกว่า ถ้าครั้งนี้ไม่โชคดีเหมือนครั้งก่อนๆ ถ้าพ่อเกิดทำร้ายแม่ หรือตัวเขาได้สำเร็จอย่างที่ได้ขู่ไว้ จะทำอย่างไร?  จะเป็นอย่างไรต่อสำหรับเมียและลูกๆ เขาที่บ้าน ??

คิดไม่ออกจริงๆ ว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามไกล่เกลี่ย เพราะเห็นเป็นเรื่องในครอบครัว ผัวเมียตีกัน เมื่อกฎหมายไม่อาจคุ้มครองชีวิตของแม่และลูกชายที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวได้เช่นนี้  จะไปพึ่งใครดี ??

แม้ พรบ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.๒๕๕๐ เอง ก็ยังมีแนวทางให้พยายามยอมความกัน แม้ในชั้นศาล (มาตรา ๑๕)

แล้วสมมติเป็นอย่างนั้นจริง ความรุนแรงที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องภายหลังจากนี้ ใครจะรับผิดชอบ ??

หรือครั้งนี้ คงต้องพึ่งตัวเองก่อน โดยพาครอบครัวหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัยสักพักจริงหรือนี่ ???