เมื่อวานนี้ดิฉันเข้าประชุมเครือข่ายพัฒนาระบบข้อมูลโรคหัวใจหลอดเลือดและเบาหวาน ซึ่งมี ดร.อัญชลี ศิริพิทยาคุณกิจ ([email protected]) จากสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายฯ การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๖ ดร.อัญชลีแจ้งว่าเป็นการประชุมครั้งสุดท้าย หลังจากนี้จะจัดทำเอกสารเสนอแนะการพัฒนาระบบข้อมูลของประเทศไทยต่อไป ผู้มีรายชื่อในทีมงานมาเข้าประชุมรวม ๘ คนจากจำนวน ๑๘ คน และมีเจ้าหน้าที่มาร่วมประชุมด้วย ๓ คน
สาระสำคัญของการประชุมวันนี้คือการทบทวนและสรุปตัวชี้วัดโรคหัวใจหลอดเลือดและเบาหวานที่ได้ทำมาแล้วทั้งหมด มีการแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม ในแต่ละกลุ่มได้แจกแจงว่ามีอะไรบ้าง วิธีการคิดตัวเลขเอาอะไรเป็นตัวตั้ง อะไรเป็นตัวหาร และจะมีวิธีการเก็บข้อมูลอย่างไร ตัวอย่างตัวชี้วัดมีดังนี้
๑. กลุ่มปัจจัยเสี่ยงและการให้บริการทางการแพทย์ มี ๑๖ ตัวชี้วัด เช่น
| ความชุกของภาวะน้ำหนักเกินในผู้ใหญ่ |
| ความชุกของโรคอ้วน |
| ความชุกของรอบเอวเกินปกติ |
| ความชุกของระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ |
| ความชุกของระดับความดันเลือดผิดปกติ |
๒. กลุ่มการป่วยและการให้บริการทางการแพทย์ มี ๒๑ ตัวชี้วัด เช่น
| ความชุกโรคความดันเลือดสูง |
| ความชุกโรคเบาหวาน |
| ร้อยละของการตรวจ HbA1C ในผู้ป่วยเบาหวาน |
| อัตราการควบคุมระดับความดันเลือดได้ดี |
| ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่ถูกตัดขา |
๓. กลุ่มการตายและการให้บริการทางการแพทย์ มี ๖ ตัวชี้วัด เช่น
| อัตราตายโรคเบาหวาน |
| อัตราตายโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน |
| อัตราตายโรคหลอดเลือดสมอง |
เท่าที่ฟังดูดิฉันเห็นว่าการกำหนดตัวชี้วัดใดๆ นั้น จะเลือกตัวไหน เก็บข้อมูลอย่างไร ก็ยังมีข้อแย้งเรื่องความสมบูรณ์เสมอ การเก็บตัวชี้วัดบางตัวก็ต้องตัดสินใจว่าจะปฏิบัติอย่างไรดี เช่น การวัดเส้นรอบวงเอว จะวัดผ่านระดับสะดือหรือวัดเหนือ iliac crest ผู้เข้าประชุมมักคาดหวังว่าการปฏิบัติของเทพธารินทร์จะใช้เป็นที่อ้างอิงได้ ดิฉันจะต้องสื่อความคาดหวังนี้ไปยังทีมของเทพธารินทร์ให้รู้ตัว ถือเป็นสิ่งกระตุ้นภายนอกที่จะช่วยให้เราพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น
วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙