บทคัดย่อ
เรื่องที่วิจัย : การศึกษาผลการใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนวัดตะเคียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรีเขต 1
ผู้วิจัย : นายประทีป จันทร์สกุลณี ตำแหน่ง ครู ค.ศ.2 ปีที่วิจัย : ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
2.1.เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกลุ่มสาระคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามเกณฑ์ 80/80
2.2.เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้ ชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ใน 2 ประเด็น คือ 2.1.1.ร้อยละความก้าวหน้าทางการเรียนของนักเรียนเป็นรายชุดกิจกรรม
2.1.2.การทดสอบความแตกต่างของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนเป็นรายชุดกิจกรรม
สมมติฐานของการวิจัย
1.ประสิทธิภาพของ ชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลลัพธ์ = 80 / 80
2.นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
วิธีดำเนินการวิจัย
1. กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยคือผู้เรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2550 จำนวน18 คน
2. เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ ประกอบด้วย
2.1. เครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหา - ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ จำนวน 5 ชุด
2.2. เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล - แบบบันทึกผลงานระหว่างใช้ ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ - แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน รายชุด จำนวน 5 ชุด แบบทดสอบวัด (ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน) ได้ดำเนินการหาประสิทธิภาพของแบบทดสอบโดยการประเมินหาความตรงเชิงเนื้อหา และความถูกต้อง และความสอดคล้อง กับจุดประสงค์การเรียนรู้ ด้วยการหาค่า IOCจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 4 ท่านความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนก จากประชากร จำนวน 18 คน ก่อนนำไปใช้ทดสอบจริงกับกลุ่มตัวออย่าง หาค่าของความเชื่อมั่นด้วยแบบคูเดอร์ –ริชาร์ดสัน ( Kuder-Richardson )วิธี KR-20
วิธีดำเนินการทดลอง
ในการดำเนินการใช้ ชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ผู้วิจัยดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
1. นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ไปทดสอบกับกลุ่มตัวอย่าง และบันทึกผลการทดสอบไว้เป็นคะแนนก่อนเรียน
2. ดำเนินการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามเนื้อหา และให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะ และผลงาน แล้วบันทึกผลการทำแบบฝึกทักษะไว้เป็นคะแนนแบบฝึกทักษะ ชุดกิจกรรมที่ 1 ถึง ชุดกิจกรรมที่ 5 รวม 15 ชั่วโมง
3. ภายหลังที่กลุ่มตัวอย่างได้เรียนด้วย ชุดกิจกรรมแล้ว ผู้วิจัยได้นำ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ไปทดสอบ และบันทึกผลการทดสอบไว้เป็นคะแนนหลังเรียน
4. นำคะแนนแบบฝึกหัด คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มาวิเคราะห์ โดยวิธีการทางสถิติ หาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม และเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผลการวิจัยพบว่า 1. การหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ( โดยเทียบกับเกณฑ์ 80/80 ) ที่กำหนด ผู้รายงานนำคะแนนการทำกิจกรรม,แบบฝึกทักษะ,ผลงาน,ใบงาน และคะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนทุกคนในแต่ละชุด มาคำนวณค่าร้อยละของกระบวนการ ร้อยละของคะแนนผลลัพธ์เป็นรายชุด ดังแสดงในตารางที่ 1
ตาราง 1 แสดงประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยเทียบกับเกณฑ์ 80/80
ชุดที่ |
เรื่อง |
ร้อยละของคะแนนกระบวนการ |
ร้อยละของคะแนน ผลลัพธ์ |
1 |
สนุกกับการบวก |
90.27 |
90 |
2 |
เพลิดเพลินการลบ |
87.40 |
83.30 |
3 |
โจทย์ปัญหาการบวกในท้องถิ่นของเรา |
86.10 |
85.74 |
| 4 | โจทย์ปัญหาการลบพบคุณธรรม | 81.34 |
82.20 |
| 5 | โจทย์ปัญหาระคน | 83.51 |
82./ 20 |
แผนภูมิแท่ง เปรียบเทียบประสิทธิภาพร้อยละของกระบวนการ และผลลัพธ์ กลุ่มสาระการ
เรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2550 <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> 2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการใช้ ชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยพิจารณาจาก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">2.1.ร้อยละความก้าวหน้าทางการเรียนหลังการใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนปรากฏข้อมูลดังตาราง 2</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตาราง 2 แสดงร้อยละความก้าวหน้าทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> กลุ่มสาระการ เรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2550 </p> <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
ชุดที่
คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน
คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน
ร้อยละของความก้าวหน้า
1
สนุกกับการบวก
2
เพลิดเพลินการลบ
8.33
46.30
3
โจทย์ปัญหาการบวกในท้องถิ่นของเรา
8.61
38.40
8.22
33.40
8.22
42.20
</tbody></table> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> จากตาราง 2 ความก้าวหน้าของชุดการจัดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้อยู่ระหว่าง ร้อยละ 33.40 ถึง 46.30 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ ร้อยละ 15 ชุดกิจกรรมที่มีร้อยละความก้าวหน้าทางการเรียนสูงสุด คือ ชุดกิจกรรมที่ 2 และร้อยละความก้าวหน้าทางการเรียน ที่ต่ำสุด คือ ชุดกิจกรรมที่ 4 โจทย์ปัญหาการลบพบคุณธรรม แสดงให้เห็นว่าการใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนกลุ่มสาระการ เรียนรู้คณิตศาสตร์ มีความก้าวหน้าในการเรียนจริง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p> แผนภูมิแท่ง แสดงร้อยละความก้าวหน้าทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ </p><p> 2.2. ความแตกต่างของคะแนนก่อนเรียนกับคะแนนหลังเรียนมีนัยสำคัญทางสถิติ ( t-test ) </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยนำคะแนนก่อนเรียนหลังเรียน จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มาหาค่าความแตกต่างด้วยค่าที ( t-test) ที่นัยสำคัญทางสถิติระดับ .05 ปรากฏผลดังตาราง 3 </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตาราง 3 แสดงความแตกต่างระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ด้วยค่าที่ ( t-test ) ( n = 18 )</p> <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน
คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน
ค่าที่ ( t-test )
1
9
11.50
2
3.7
8.33
6.79
3
4.77
8.61
14.83
4.88
8.22
18.46
4.00
8.22
15.38
</tbody></table> จากตาราง 5 พบว่า นักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชุดที่ 1-5 มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 แผนภูมิแท่ง แสดงความแตกต่างระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">การวิเคราะห์ข้อมูล
1.ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> 2.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนด้วย ชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p>อภิปรายผลการวิจัย
1. ชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนวิชาคณิตศาสตร์ ผลการวิจัยพบว่า มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด แสดงว่า เป็นไปตามสมมติฐานข้อ 1 คือ มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 แสดงว่า นักเรียนที่ได้รับการเรียนด้วย ชุดกิจกรรม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นนี้เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้นักเรียนมีความเข้าใจในบทเรียน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของวัชรินทร์ วงทาสี (2538) ได้ทำการวิจัยการสร้างชุดการสอน วิชาจริยศึกษา กลุ่มสร้างเสริมลักษณะนิสัย เรื่องการอยู่ร่วมกัน คนดีมีความกตัญญูกตเวทีและมีความเมตตากรุณา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/ 80 ผลการวิจัยพบว่า ชุดการสอนที่สร้างมีเกณฑ์มาตรฐาน 84.50 / 87.40เนื่องจากนักเรียนได้เรียนรู้จากสื่อประสมทำให้มีความเข้าใจได้มากขึ้น
2. จากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ก่อนและหลังเรียนด้วย ชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05