ชีวิตที่ใช้จิตว่ายวนและวนเวียนอยู่ในทุก ๆ อิริยาบถ ในทุก ๆ คำพูด ในทุก ๆ ความคิด ในทุก ๆ ลมหายใจ

ชีวิตที่หมั่นตรวจสอบข้อผิดพลาด พลั้งเผลอ เผอเรอ ในสิ่งที่เคยผิดพลาด กำลังผิดพลาด และไม่ให้สิ่งนั้นผิดพลาดอีก

ชีวิตที่คอยแก้ไข ปรับปรุง ล้มแล้วลุก คลุกอยู่กับปัญญาทั้งในกาย จิต และคำ

ชีวิตที่บ้างครั้งรู้ว่าผิด ก็ยังปล่อยให้กายและใจติดอยู่กับความผิดอันเป็นสัญญาและกรรมเก่าที่คอยเฝ้าวนเวียนเพียรให้แก้

ชีวิตที่พยายามไม่เดินตามกรรม เดินให้ทันกรรม เดินแซงกรรมให้ได้ “ด้วยความเพียร” ไม่ให้กรรมกำหนดวิถีชีวิต แต่ให้ชีวิตเป็นผู้กำหนดกรรมหรือการกระทำทั้งเก่าและใหม่

ชีวิตที่ต้องเดินทวนกระแสแห่งกิเลส กามตัณหาที่รุมเร้าจากทั้งภายในจิตและรอบ ๆ ของชีวิต

ชีวิตที่ต้องฝืนทั้งกิน ทั้งนอน ชีวิตที่เดินย้อนศรความสะดวกและสบาย


โอ้...ชีวิต

วันนี้เจ้าคงจะต้องเหนื่อย เจ็บ ทุกข์อย่างแสนสาหัส
แต่วันข้างหน้าเจ้าจะต้องพบกับแสงสว่างที่ปลายทาง เหมือนกับการเดินทางที่รุ่งสางได้พบยอดกับที่ตนได้เฝ้าปีนป่าย ต้องล้ม ลุก คลุก คลาน เจ็บแล้ว เจ็บเล่า เจ็บจนต้องถามว่าทำไมต้องมาเจ็บแบบนี้

ทว่า...โลกภายนอกที่ดูเหมือนหวาน หอม สวย งาม ก็เปรียบดั่งเหมือนดอกกุหลาบที่สีสวย มีกลิ่นหอม แต่แฝงไปด้วยหนามที่พร้อมทิ่มแทงผู้ที่เฝ้าชิดชมอยู่นั้นตลอดเวลา

การใช้ชีวิตที่ต้องปีนอยู่บนหน้าผาอันสูงชัน
การใช้ชีวิตที่ต้องฝ่าฟันกระแสแห่งกิเลส กระแสแห่งตัณหา
สักวันกายนี้จะนำพา ดวงจิตนั้นหนาสู่วิมุติสุขเอย...