นั่นคือ คนทำงานซึ่งเป็นฝ่ายผู้เสียภาษีจะต้องแบกภาระคนสูงอายุหลังเกษียณซึ่งเป็นฝ่ายใช้เงินภาษีมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ภาพจากสำนักข่าว BBC > [ Click ]

  • ภาพแสดงสัดส่วนคนทำงานต่อคนสูงอายุในญี่ปุ่น ซึ่งน้อยลงไปเรื่อยๆ จากปี 1990, 2000, 2025 หรือ พ.ศ. 2533, 2543, 2568 ตามลำดับ

...

ท่านอาจารย์ฟิลิพพา โฟการ์ที แห่งสำนักข่าว BBC ญี่ปุ่นตีพิมพ์บทความเรื่อง "จะหาเงินมาเลี้ยงสังคมสูงอายุญี่ปุ่นได้อย่างไร" ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

ญี่ปุ่นเป็นสังคมที่มีสัดส่วนคนสูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ทำงาน หรือเกษียณงานไปแล้วมากที่สุดในโลก

... 

สัดส่วนคนทำงานต่อคนเกษียณเพิ่มจาก 5.8 ต่อ 1 ในปี พ.ศ. 2533 จะค่อยๆ เพิ่มเป็น 2.1 ต่อ 1 ในปี พ.ศ. 2568

นั่นคือ คนทำงานซึ่งเป็นฝ่ายผู้เสียภาษีจะต้องแบกภาระคนสูงอายุหลังเกษียณซึ่งเป็นฝ่ายใช้เงินภาษีมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล สวัสดิการคนสูงอายุ ฯลฯ

...

อาจารย์โฟการ์ทีกล่าวว่า ทางออกมีอยู่ 4 ทางได้แก่

  1. เพิ่มภาษี > ภาษีที่มีโอกาสขึ้นสูงคือ ภาษีบริโภค (consumption tax) ซึ่งมีลักษณะคล้ายภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งมีอัตราอยู่ที่ 5% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศตะวันตกที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่
  2. เพิ่มงานหลังเกษียณ > คนญี่ปุ่นเชื่อว่า จะต้องทำงานจนถึงอายุ 65 ปีภายในปี พ.ศ. 2573 เพื่อให้มีคนทำงานที่มีส่วนจ่ายภาษีมากขึ้น
  3. เพิ่มอัตราการเกิด หรือกล่าวง่ายๆ คือ ผลิตลูกกันให้มากขึ้น จะได้มีคนหนุ่มสาวเข้ามาทำงานมากขึ้น
  4. เพิ่มประสิทธิภาพของระบบบริการสุขภาพ โดยจ่ายให้น้อยลง แต่ให้ได้ผลผลิตมากขึ้น เรื่องนี้ก็เข้าข่าย "พูดง่าย-ทำยาก" เช่นกัน

...

ศาสตราจารย์ยูซูชิ อิวาโมโตะ แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียวกล่าวว่า ระบบทำงานของญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะจ่ายค่าจ้างตามผลผลิต ดังนั้นค่าจ้างคนสูงอายุจึงต่ำกว่าคนวัยหนุ่มสาวหรือวัยกลางคน

ข่าวดีคือ คนญี่ปุ่นค่อนข้างขยัน และชอบทำงาน ตัวอย่างเช่น คุณยามาดะ อายุ 68 ปี ทำงานในหน่วยรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่ลานจอดรถแห่งหนึ่ง ใจกลางเมืองโตเกียวกล่าวว่า ดีใจที่ได้ทำงาน และเต็มใจจะทำงานต่อไปตราบเท่าที่ยังมีเรี่ยวมีแรงอยู่

...

เมืองไทยเรามีสัดส่วนคนสูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะเรียกว่า เดินตามญี่ปุ่นต้อยๆ เลยก็ว่าได้ ต่างกันที่บ้านเราจนกว่าญี่ปุ่นมาก

การใส่ใจรักษาสุขภาพการเงิน โดยการอยู่แบบพอเพียง หลีกเลี่ยงหนี้สิน ออมทรัพย์ไว้ และใส่ใจสุขภาพเป็นหลักประกันสำคัญที่จะช่วยให้พวกเรามีชีวิตหลังเกษียณที่ดีกว่าการหวังพึ่งแต่รัฐบาลครับ

ที่มา                                                                           

  • Thank BBC > Phillippa Fogarty > How to fund Japan's ageing society > [ Click ] > November 22, 2007.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 22 พฤศจิกายน 2550.