กระทู้เมื่อสักครู่ทำให้นึกได้ถึงกรณี นางหนุ่ม ไหมเเสงซึ่งเป็นเเรงงานต่างด้าวฯ  "พม่า" ที่ประสบอุบัติเหตุเนื่องจากการทำงานจนเป็นอัมพาต เเละไม่สามารถรับเงินจากกองทุนทดเเทนได้ เเม้จะเป็นเเรงงานต่างด้าวจดทะเบียนถูกต้อง เเละจ่ายเงินสมทบให้กับระบบประกันสังคม การเบิกค่ารักษาของนางหนุ่ม ก็ต้องอาศัยเบิกจากระบบหลักประกันสุขภาพเเรงงานต่างด้าว ที่จ่ายไป 1900 บาท เเต่การรับเงินทดเเทนจากสำนักงานประกันสังคม กลับตกเป็นเรื่องความเมตตาของนายจ้างที่จะจ่ายให้ตามที่สำนักงานประกันสังคมเเจ้งให้จ่าย มิใช่การได้รับเงินสมทบจากกองทุนทดแทนที่นางหนุ่มถูกหักเงินประกันสังคมเพราะข้ออ้างที่ว่านางหนุ่มไม่มีหนังสือเดินทางเเละไม่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ นายจ้างต้องมาขึ้นทะเบียนกับกองทุนทดแทน เเละลูกจ้างต้องมายื่นเเบบเสียภาษี 

ถ้าตัดเงื่อนไขเรื่องนายจ้างต้องขึ้นทะเบียนกับกองทุนทดแทนเเละนางหนุ่มต้องมายื่นเเบบเสียภาษี เเล้วกลับไปอ่านข่าวจากสำนักงานประกันสังคม เรื่องการขึ้นทะเบียนของเเรงงานต่างด้าวสามสัญชาติ ที่ผ่านการพิสูจน์สถานะ (โดย นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เป็นผู้ข่าว)กระทู้ที่เเล้วอีกครั้งว่า ... 
"ส่วนของนายจ้างมีหน้าที่ต้องดำเนินการดังนี้คือ ให้แจ้งขึ้นทะเบียนลูกจ้างคนต่างด้าวที่เป็นผู้ประกันตนพร้อมเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนพร้อมหลักฐานประกอบการขึ้นทะเบียน คือ  ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) หนังสือเดินทาง (Passport) หรือเอกสารแสดงตัวแทนหนังสือเดินทาง " [...] เลขาธิการกล่าวต่อไปว่า หากลูกจ้างที่เป็นคนต่างด้าวไม่มีหลักฐานดังกล่าว หรือมีหลักฐานไม่ครบให้ถือว่าหลักฐานประกอบการขึ้นทะเบียนประกันตนไม่ครบถ้วน  และไม่สามารถขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนได้ 

โปรดอ่านอีกครั้งหนึ่ง

จะเห็นได้ว่า ที่จริงเเล้วระบบนี้ล็อกให้เเรงงานต่างด้าวสามสัญชาติ ที่ไม่มีหลักฐาน คือใบอนุญาตทำงาน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารเเสดงตัวเเทนหนังสือเดินทาง หรือมีหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่สามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนได้ ดังนั้นความโชคร้ายบนความโชคดีของนางหนุ่มก็คือ ถ้าข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็นจริง นางหนุ่มก็โชคดีที่ได้เป็นผู้ประกันตน เเละได้จ่ายเงินสมทบ ทั้งๆ ที่ตามระเบียบที่ล็อคไว้ บอกว่า คนที่เอกสารไม่ครบอย่างนางหนุ่ม ไม่น่าจะสามารถเป็นผู้ประกันตนได้ (เเละเมื่อเป็นผู้ประกันตนไม่ได้ ก็น่าจะหมายความว่าจ่ายเงินสมทบไม่ได้)
 
เเต่นายหนุ่มได้เป็นผู้ประกันตน จ่ายเงินสมทบไปเเล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ตอนจ่ายๆ ไม่มีปัญหา เรียบร้อยดี เเม้เอกสารหลักฐานด้านหนังสือเดินทางจะไม่ครบ เเต่ตอนจะขอรับสิทธิตามที่จ่ายเงินไป ปรากฏว่ามีปัญหาทันที เพราะไม่มีหนังสือเดินทางเเละเอกสารเเสดงตัวฯ ยังไม่นับรวมการยื่นเเบบภาษีเเละเรื่องการขึ้นทะเบียนของนายจ้าง 

แปลกที่ทางสำนักประกันสังคมน่าจะทักท้วง ยกเลิกการขึ้นทะเบียนเเละคืนเงินให้นางหนุ่มเเต่เเรกเพราะเอกสารไม่ครบเเต่เเรก เพิ่งมาบอกเอาตอนที่นางหนุ่มจ่ายเงินสมทบมาครบระยะที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ ซ้ำยังกลายเป็นผู้ทุพลภาพจากการทำงาน 

บอกช้าอย่างนี้เสียความรู้สึก