สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ตระหนักถึงผลกระทบต่อธุรกิจไทย ในการเจรจาเขตการค้าเสรี จึงได้ตั้ง สำนักงาน FTA เพื่อศึกษาติดตามวิเคราะห์ผลประโยชน์และผลกระทบต่อสาขาธุรกิจต่าง ๆ ที่จะมีการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับประเทศต่าง ๆ ซึ่งมีการนำผลการศึกษานำเสนอต่อภาครัฐ และเผยแพร่ข้อมูลต่อสมาชิก

ประวัติความเป็นมาของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

การจัดตั้ง

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กำเนิดมาจาก "สภาการค้า" ซึ่งได้จดทะเบียนเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2498 ในสมัยรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ตามข้อเสนอแนะของกระทรวงเศรษฐการ (กระทรวงพาณิชย์ในปัจจุบัน) โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อให้เป็นองค์กรรวมของพ่อค้าไทยและพ่อค้าต่างประเทศ ในประเทศไทย ในการส่งเสริม และจัดระเบียบเกี่ยวกับการค้า รวมทั้งให้คำปรึกษา และรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การค้าอุตสาหกรรม การขนส่ง การผลิต การคลัง และการเงินต่อรัฐบาล

เหตุผลในการจัดตั้ง "สภาการค้า" ขึ้น เนื่องจากรัฐบาลในขณะนั้นได้พิจารณาเห็นว่า การค้าเป็นพลังสำคัญของเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อการค้าดีฐานะเศรษฐกิจของประเทศก็ดีตามไปด้วย แต่เศรษฐกิจของประเทศจะเจริญรุ่งเรืองได้ ก็ต่อเมื่อการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ อยู่ในระเบียบแบบแผนอันถูกต้อง แต่โดยที่ผู้ประกอบการค้าในประเทศไทยประกอบด้วยชนหลายชาติหลายภาษา และการค้าดำเนินไปโดยไม่มีระเบียบแบบแผนที่ถูกต้อง หากปล่อยให้ดำเนินการอยู่ในลักษณะเช่นนี้ต่อไป ก็จะเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจของประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2497 ตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อดำเนินการจัดตั้ง "สภาการค้า" ดังนี้

1. พลตำรวจเอก เผ่า  ศรียานนท์                  ประธานกรรมการ
2.พลเอก มังกร  พรหมโยธี                         กรรมการ
3. พลโท เภา  เพียรเลิศบริภัณฑ์ยุทธกิจ         กรรมการ
4. พลโท บัญญัติ  เทพหัสดิน ณ อยุธยา         กรรมการ
5. พลตรี ศิริ  ศิริโยธิน                                กรรมการ
6. นายสุนทร  หงส์ลดารมย์                         กรรมการ
7. พันเอก ช่วง  เชวงศักดิ์สงคราม                 กรรมการ
8. นายเกษม  ศรีพยัคฆ์                              กรรมการและเลขานุการ

 

คณะกรรมการฯ ดังกล่าวพิจารณาเห็นควรให้จัดตั้งสภาการค้าขึ้นในรูปสมาคม เพื่อให้เป็นสถาบันกลางของนักธุรกิจทุกชาติทุกภาษาที่ประกอบธุรกิจในการสั่งสินค้าเข้า ส่งสินค้าออก ผู้ประกอบการผลิต การอุตสาหกรรม การธนาคาร การประกันภัย การขนส่ง และการค้าอื่น ๆ ทั้งนี้ เพื่อให้สภาการค้าได้ทำหน้าที่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ในการดำเนินการส่งเสริมและจัดระเบียบการค้า ตลอดจนให้ข้อคิดเห็น คำปรึกษา ข้อเท็จจริง และคำแนะนำแก่รัฐบาลในเรื่องที่เกี่ยวกับการค้า ประสานงานระหว่างผู้ประกอบการค้ากับทางราชการ ประสานและส่งเสริมความสามัคคี และระงับข้อพิพาทระหว่างผู้ประกอบการค้าด้วยกัน

            คณะกรรมการฯ ได้จัดทำระเบียบข้อบังคับของสภาการค้า และได้จดทะเบียนเป็นสมาคมภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2498 สภาการค้าจึงมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ซึ่งภายหลังการจดทะเบียน ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราวขึ้นดำเนินการในนามของสภาหอการค้าฯ รวมทั้งเพื่อเตรียมการจัดประชุมใหญ่สามัญ และเลือกตั้งคณะกรรมการสภาหอการค้าฯ ชุดแรกต่อไป คณะกรรมการชั่วคราวของสภาหอการค้าฯ ประกอบด้วย กรรมการรวม 4 คน ดังนี้ คือ

1. ประธานหอการค้ากรุงเทพ (หอการค้าไทยในปัจจุบัน)
2. ประธานหอการค้าอังกฤษ
3. ประธานสมาคมนักธุรกิจจีนแห่งประเทศไทย
4. ประธานหอการค้าอินเดีย

คณะกรรมการชั่วคราวดังกล่าวข้างต้นได้ บริหารงานในนามสภาหอการค้าฯ เป็นเวลาประมาณ 6 เดือน จากนั้น ในเดือนธันวาคม 2498 จึงได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการของสภาหอการค้าขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีผู้ได้รับการเลือกตั้งรวม 13 คน ซึ่งเมื่อมีการกำหนดหน้าที่กรรมการแล้วเป็นดังนี้

            1. พลตำรวจเอก เผ่า  ศรียานนท์                ประธานกรรมการ

2. พลตรี ศิริ  ศิริโยธิน                             รองประธานกรรมการ

3. พลเอก มังกร   พรหมโยธี                     บรรณารักษ์

4. พลโท ประยูร   ภมรมนตรี                     ปฏิคม

5. พันเอก ช่วง   เชวงศักดิ์สงคราม              เหรัญญิก

6. นายสุนทร  หงส์ลดารมย์                       นายทะเบียน

7. นายเกษม  ศรีพยัคฆ์                            เลขาธิการ

8. พลโท เภา เพียรเลิศ บริภัณฑ์ยุทธกิจ       กรรมการ

9. พลโท บัญญัติ  เทพหัสดิน ณ อยุธยา       กรรมการ

10. ประธานหอการค้ากรุงเทพฯ (หอการค้าไทยในปัจจุบัน) กรรมการ

11. ประธานหอการค้าอังกฤษ                             กรรมการ

12. ประธานสมาคมนักธุรกิจจีนแห่งประเทศไทย     กรรมการ

13. ประธานสมาคมนักธุรกิจอินเดีย                      กรรมการ

 

การจัดตั้งเป็นสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

            ต่อมาในปี 2509 ในสมัยรัฐบาล ฯพณฯ จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 2 จะประกาศใช้บังคับ (ระหว่างปี 2510 - 2514) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อบทบาทของภาคเอกชน ที่มีส่วนร่วมต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ พิจารณาเห็นว่า "หากจะพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้บรรลุตามเป้าหมาย จำเป็นต้องได้รับการตอบสนองและได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากภาคเอกชน" ฉะนั้น เพื่อให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลกับเอกชนบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น จึงต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และคำจำกัดความของ สถาบันการค้าของภาคเอกชนเสียใหม่ร่วมทั้งการกำหนดสิทธิและหน้าที่ของสถาบันกลางนี้ใหม่ด้วย ทั้งนี้โดยให้มีบทบาทหน้าที่แตกต่างไปจากสมาคมการค้า กฎหมายเดิมเพื่อให้การประสานงานกับภาครัฐบาล เป็นผลดี ในระดับที่แตกต่างกัน และเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยส่วนร่วม

รัฐบาลจึงได้ตราพระราชบัญญัติหอการค้า พ.. 2509 ขึ้น เป็นการเฉพาะ ขณะเดียวกันก็ได้ตราพระราชบัญญัติ สมาคมการค้า ขึ้นเป็นการเฉพาะเช่นเดียวกัน ตามนัยแห่งเหตุผลดังกล่าวข้างต้น สภาการค้าจึงได้รับการเปลี่ยนชื่อใหม่ตามความในมาตรา 6 และ 16 แห่งพระราชบัญญัติหอการค้า พ.. 2509 เป็น "สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย" โดยมีหอการค้าอีก 3 ประเภท อยู่ภายใต้พระราชบัญญัตินี้ด้วย คือหอการค้าไทย หอการค้าต่างประเทศ และหอการค้าจังหวัด

ทั้งนี้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้จดทะเบียนกับนายทะเบียนหอการค้าประจำจังหวัดพระนคร และธนบุรี เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2511 ทะเบียนเลขที่ 4/2511 มีฐานะเป็นหอการค้า ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาจนถึงทุกวันนี้

 

รายนามประธาน "สภาการค้า" และ "สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย"

ประธานสภาการค้า

1. พลตำรวจเอก เผ่า  ศรียานนท์      มิถุนายน  -  ธันวาคม   2498

2. พันเอก ช่วง   เชวงศักดิ์สงคราม    ระหว่างปี 2499 - 2501

3. นายจุลินทร์   ล่ำซำ                   ระหว่างปี 2501 - 2502

4. นายบรรเจิด  ชลวิจารณ์              ระหว่างปี 2502 - 2508

5. นายสุริยน  ไรวา                       ระหว่างปี 2508 - 2512

ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2511 เป็นต้นมา)

6. นายจรูญ  สีบุญเรือง                  ระหว่างปี 2512 - 2516

7. นายอบ  วสุรัตน์                        ระหว่างปี 2516 - 2522

8. นายกิจจา  วัฒนสินธุ์                  ระหว่าง มีนาคม-ธันวาคม  2522

9. นายแพทย์สมภพ สุสังกร์กาญจน์ ระหว่างปี 2523 - 2530

10. นายยุกต์  ณ ถลาง                  ระหว่างปี 2530 - 2534

11. นายสุวิทย์   หวั่งหลี                 ระหว่างปี 2534 - 2537

12. นายโพธิพงษ์   ล่ำซำ               ระหว่างปี 2537 - 2540

13. นายวิเชียร  เตชะไพบูลย์           ระหว่างปี 2540 - 2544

14. ดร. อาชว์   เตาลานนท์ระหว่างปี 2544  2548

15. นายประมนต์  สุธีวงศ์               ระหว่างปี 2548 ถึงปัจจุบัน

 

วัตถุประสงค์

1. เพื่อเป็นสถาบันกลางในการประสานงานทางการค้าและเศรษฐกิจ ระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐบาล
2. เพื่อให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการส่งเสริมพัฒนาและแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าของประเทศ
3. เพื่อส่งเสริมการค้าของประเทศ ทั้งการค้าในประเทศ และการค้าต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
4. เพื่อให้บริการข่าวสารและข้อสนเทศทางเศรษฐกิจ การค้า การตลาด ตลอดจนเผยแพร่งานวิชาการและงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนให้สมาชิก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ

 

บทบาทหน้าที่

 

ความร่วมมือกับภาครัฐบาลเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้า
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีบทบาทหน้าที่ในการเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการค้าภาคเอกชน ในการประสานนโยบายและดำเนินงานระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐบาล โดยการให้คำปรึกษาแก่ภาครัฐบาล และหน่วยงานราชการต่าง ๆ เกี่ยวกับนโยบายและแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมการส่งออกของประเทศร่วมกับภาครัฐบาลอีกด้วย

สนับสนุนและส่งเสริมการประกอบธุรกิจภาคเอกชน
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาในการประกอบธุรกิจ อันเกิดจากระบบและระเบียบราชการ ประสานงานและผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และยังสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเอกชนได้มีโอกาสเรียนรู้เทคนิคการประกอบธุรกิจให้ทันสมัย ด้วยการขอรับทุนการศึกษา/ฝึกอบรม ที่จัดขึ้นทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนั้น ยังจัดให้มีบริการระงับข้อพิพาททางการค้า โดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ และทำการประนีประนอมข้อพิพาททางการค้าเมื่อมีการร้องเรียน รวมทั้งการให้บริการออกเอกสารค้ำประกันภาษีศุลกากรการนำของเข้าชั่วคราว (ATA Carnet) และออกหนังสือรับรองมาตรฐานสินค้าส่งออกอีกด้วย

การสนับสนุนการขยายการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ
เสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านธุรกิจและการค้ากับประเทศต่างๆเช่นสนับสนุนการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้าและเศรษฐกิจ/สภาธุรกิจเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างกันรวมทั้งสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข่าวสารการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนการค้าการแสดงและเผยแพร่สินค้าการอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือนักธุรกิจในการติดต่อธุรกิจระหว่างกัน อาทิ

         สภาธุรกิจ ACMECS สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ตาม ปฏิญญาพุกาม ที่ผู้นำประเทศได้ลงนามความร่วมมือไว้ และได้มีการจัดตั้งสำนักงานสภาธุรกิจ ACMECS ภาคเอกชนขึ้นที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

         โครงการพัฒนาเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง(GREATER MEKONG SUB-REGION: GMS) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  เป็นภาคเอกชนหลักในการเข้าร่วมการประชุมเพื่อเสนอประเด็นต่างให้กับภาครัฐนำไปพิจารณาโดยเอื้อเฟื้อสถานที่สำหรับสำนักเลขาย่อยให้กับGMS-BF และได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการภายใต้กรอบGMSเพื่อช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

      โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเป็นภาคเอกชนที่เป็นกลไกนำการพัฒนาโดยมีสภาธุรกิจชายแดนภาคใต้IMT-GT เป็นองค์กรในการเปิดเศรษฐกิจภาคใต้ไปสู่นานาชาติเพื่อมุ่งกระจายเศรษฐกิจการค้าและการระดมทุนสู่ภาคใต้ให้มีการปรับโครงสร้างการผลิตเพิ่มการจ้างงานยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น

        ความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ(Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation: BIMSTEC) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมการประชุมBusiness Forum เพื่อเสนอประเด็นต่างๆให้กับภาครัฐนำไปพิจารณาในการประชุมEconomic Forum ซึ่งมีการจัดแบบBack to Back โดยมุ่งเน้นให้มีการเพิ่มปริมาณทางการค้าการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิกให้มีมากขึ้นและอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับภาครัฐในการจัดทำเขตการค้าเสรีBIMSTEC นอกจากนี้ยังมีการก่อตั้งหอการค้าและอุตสาหกรรมBIMSTEC ซึ่งมีสำนักงานเลขานุการชั่วคราวที่ศรีลังกาเพื่อเป็นอีกกลไกของการผลักดันความร่วมมือให้มีความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นในอนาคต

สนับสนุนบทบาทหอการค้าและสมาคมการค้าในการส่งเสริมพัฒนาและแก้ไขปัญหาธุรกิจ
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้รับเงินกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์เพื่อสนับสนุนสมาคมการค้าต่างให้ได้มีโอกาสเพิ่มกิจกรรมซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่การดำเนินธุรกิจของสมาชิกส่วนรวมเช่นจัดให้มีการแสดงและเผยแพร่สินค้าในต่างประเทศการเสริมสร้างความรับผิดชอบของธุรกิจต่อส่วนรวมเป็นต้น

การศึกษาติดตามการเจรจาเขตการค้าเสรี FTA
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยตระหนักถึงผลกระทบต่อธุรกิจไทยในการเจรจาเขตการค้าเสรีจึงได้ตั้งสำนักงานFTAเพื่อศึกษาติดตามวิเคราะห์ผลประโยชน์และผลกระทบต่อสาขาธุรกิจต่างๆที่จะมีการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับประเทศต่างๆซึ่งมีการนำผลการศึกษานำเสนอต่อภาครัฐและเผยแพร่ข้อมูลต่อสมาชิก