พินัยกรรมชีวิต
เราทุกคนต้องตาย
แต่เราไม่รู้ว่าเราจะตายวันไหน เมื่อไร หรือตายอย่างไร
คนจำนวนมากไม่ได้นึกถึง และตระหนักในเรื่องความตาย
เพราะถ้าเรารู้ว่าเราจะตาย เราก็คงจะไม่ใช้ชีวิตแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
เมื่อวานฉันร้องไห้เพราะได้อ่านบันทึกของเพื่อนคนหนึ่ง เขียนถึงพ่อที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับทำให้ย้อนนึกถึงหากเป็นคนใกล้ตัวเราล่ะ เราจะเป็นอย่างไร ทำอย่างไร คิดไม่ออกเลยจริงๆเมื่อหลายวันก่อนพี่คนหนึ่งสรุปความรู้จากการประชุมให้ฉันฟัง เกี่ยวกับ พินัยกรรมชีวิต”
จึงขอนำมาเล่าเป็นประสบการณ์ต่อ ทุกท่านลองสมมติว่าเราจะตายเราจะฝากฝังคนที่อยู่อย่างไร ?
1. ทรัพย์สินเงินทองจัดการอย่างไร : วัตถุ ของใช้ ของรัก หนี้สิน
2. คนในครอบครัว / ญาติสนิท : ลูก พ่อ แม่ สุนัข แมว ฯลฯ ใครจะดูแลต่อ จัดการอย่างไร
3. การงานที่ริเริ่ม ค้าง / รุ่งเรืองอยู่ สานอย่างไรต่อ
4. งานศพจัดแบบไหน ไม่อยากให้มีอะไร ประหยัด ? ป้องกันโรคร้อน ? ลดค่าใช้จ่าย ? แสดงความจริงบางอย่างไหม
5. ถ้านอนไม่รู้สึกตัว สื่อสารไม่ได้ อยากบอกคนรับผิดชอบว่าไม่อยากรับการรักษาแบบไหน
6. เมื่อเราจากไปแล้ว อยากให้ทำอะไรกับอวัยวะของเรา
7. สองคนที่ไว้วางใจคือใคร
หากตอบได้ทุกข้อเราก็คงตายอย่างไม่ต้องห่วงอะไรอีกต่อไป บางคนบอกว่าตายไปแล้วเราจะสั่งใครไว้ได้ ขนาดตอนอยู่ยังสั่งไม่ได้เลย 55555555555 นั่นสินะ
จึงมีข้อคิดต่อไปอีก
เราต้องตระหนักเสมอว่า
เป็นความจริงแท้ที่ไม่ช้าไม่นาน เราก็ต้องตายไป
เราได้ทำอะไรเพื่อคนรอบข้างแล้วหรือไม่
คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อตัวเอง แต่เกิดมาเพื่อคนอื่นๆ
เราได้ทำประโยชน์อะไรกับโลกใบนี้บ้างหรือยัง
เรามัวแต่คิดถึงแต่ตัวเองอยู่หรือเปล่า
เราได้มอบความรักกับคนรอบข้างเราบ้างหรือไม่
เมื่อสักวัน เราจากไป
จะมีใครไหมที่คิดถึงเราจะมีใครสักคนไหม
ที่ทำบุญ กรวดน้ำให้เรา ทุกครั้งที่เขามีโอกาส
หรือจะมีใครไหมที่เมื่อจากกันไป เราจะมีแต่ความเศร้าเสียใจ
และเสียดายที่น่าจะทำอะไรให้เขามากกว่าที่ทำอยู่
ถ้ามี โปรดทำเสียแต่วันนี้ อย่าได้รอช้า เพราะเวลาไม่รอใคร
ขอบคุณข้อคิดดีดีจากพี่กบ คุณเหนือห้วงมหรรณพ และเพื่อนจากแดนไกล