บันทึกนี้อยากเขียนขอบคุณคุณรัตติยา กับหนังสือ ช่วยหน่อยเปลี่ยนไต” แม้อาจช้าไปสักนิด สายไปสักหน่อย เพราะผู้เขียนได้รับหนังสือตั้งแต่เมื่อเย็นวันพฤหัสที่ผ่านมา โดยพี่โอ๋นำมามอบให้ ผู้เขียนเกรงใจมั่กมาก !! เพราะดูเหมือนช่วงนี้ตัวเองจะเป็นฝ่ายรับมากกว่าให้ รู้สึกไม่ดีเลย (จริง ๆ น๊ะ)....อีกทั้งช่วงนี้มีเวลาน้อยมาก แทบจะไม่ได้ติดต่อกับใคร และฝากรอยไว้ให้ใคร หรือจะอ่านบันทึกก็มีเวลาจำกัด เปิดอ่านได้ไม่กี่หน้าก็ได้เวลาทำงานอีกแล้ว 

Book__
หนังสือ ช่วยหน่อยเปลี่ยนไต

หนังสือชื่อ ช่วยหน่อยเปลี่ยนไต อ่านแล้วก็อดคิดถึงพี่นิดหน่อยไม่ได้ ไม่เจอกันซะนาน แม้จะทำงานภาคเดียวกัน-แหะ แหะ หนังสือเล่มนี้เก็บไว้อ่านขณะทำงานไปด้วย เพราะไม่อยากรีบอ่านให้จบ ตอนนี้อ่านได้เกือบครึ่งเล่มแล้ว อย่างที่บอกว่าขืนรออ่านจบเดี๋ยวจะช้าไป

อ้อ! หนังสือเล่มนี้ทำให้ความรู้สึกของคนทำ Lab. คนหนึ่ง (ผู้เขียนเองจ๊า) เข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นโรคไตแล้วชักกลัว(เป็นกะเค้าด้วย) รวมทั้งอยากเบื้องหลังเล็ก ๆ ของการทำงาน Lab. ของผู้ที่เป็นโรคไตด้วย (นิดหนึ่ง) 

ห้อง Lab. เคมี คุ้นเคยกับการทำ Lab. ของผู้ป่วยที่เป็นโรคไต(มีทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ) โดยเฉพาะในวันที่มีคลินิกออกตรวจ(วันอังคารและพฤหัส)  การทดสอบที่สั่งตรวจบ่อย ๆ ก็คงหนีไม่พ้น พวก BUN, Creatinine, K+ และ CO2 รวมทั้งพวก Calcium, Phosphorous และ Uric acid โดยเฉพาะ BUN จะตรวจทั้งในก่อนและหลังล้างไต อยากบอกค่ะว่า ส่วนใหญ่ serum ผู้ป่วยโรคไต ปั่นยากสสส์ แม้จะปั่นแยกเอาเม็ดเลือดแดงออกแล้ว แม้แต่ serum ตั้งทิ้งไว้เผลอ ๆ ก็ Clotted อีก แต่เราก็จะมีไม้เขี่ยเลือดเสียบเอาไว้ เป็นสัญญาณ เอาไว้กวนอีกทีก่อนเข้าเครื่องอัตโนมัติ โดยเฉพาะการทดสอบ Electrolytes เราจะระวังมาก เพราะหากเกิดการ Clotted ขึ้นมาทำให้เครื่องถูกอุดตันได้ และก็จะมีผลต่อผู้รับบริการท่านอื่น ๆ นอกจากนี้ก็ยังมีการทดสอบที่เป็นสิ่งส่งตรวจอื่น ๆ ปัสสาวะเป็นต้น ซึ่งทางห้อง Lab. เราก็จะดูผลควบคู่ไปกับห้องจุลทรรศน์ด้วยฯ

  <blockquote> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พูดถึงหนังสือกันต่อ อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วอดทำให้คิดถึงข้อคิดว่า…</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> </blockquote><ul>

  • ร่างกายเรานึ้ต้องรักษาให้ดี เพราะไม่รู้ว่าเรายังต้องอาศัยไปอีกนานแค่ไหน (เอามาจากหนังสือเดินทางสู่อิสรภาพ) และก่อนที่อะไร  ๆ มันจะสายเกินไป ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ อย่างน้อย  ๆ ก็กินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน (กินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่เน้นรสชาดและความอร่อยจนเกินไป) โรคไตยิ่งต้องใช้เงินมากโขอยู่ ...
  • ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี เพราะพี่หน่อยมีคนรักและมีคนปรารถนาดีมากมาย 
  • ยังมีอีก เพราะยังอ่านไม่จบ...
  • </ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้องขอขอบคุณพี่แป๊ด หรือคุณรัตติยา มาก ๆ อีกครั้งผ่านบันทึกนี้ และเก็บความทรงจำเรื่องราวครั้งหนึ่งที่เคยได้รับหนังสือจากพี่หวังว่า…สักวันคงได้ตอบแทนบ้าง และขอให้พี่ดูแลสุขภาพ ที่สำคัญอยากให้พี่เขาลดน้ำหนักให้ได้สักนิดเพียงแค่ 5 -10 กก.พอ อ้อ !! แล้วอย่าลืมแวะมาตรวจสุขภาพน๊ะค๊ะ ยินดีให้บริการจ๊า !!</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>

    ปล. บันทึกนี้เขียนตั้งแต่วันเสาร์ จะส่งวันเสาร์ แต่ IE ขัดข้องอ่ะ (โอ๊ะ โอ๋ เกินเวลางานอีกแล้วจ๊า!! จ๊าก..กกก )

    </span>