การค้นพบสุสานหลวงแห่งหนึ่งของอียิปต์ ในปี ค.ศ.1922 ซึ่งอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่ถูกโจรกรรม เป็นสุสานที่มั่งคั่งที่สุดเท่าที่พบมา เต็มไปด้วย เงินทอง งาช้าง ไม้แกะสลักต่างๆ และที่ทำให้โลกตื่นตาตื่นใจ ก็คือ หน้ากากปิดพระพักตร์มัมมี่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์

หน้ากากของฟาโรห์ตุตันคาเมน
ตอนสิ้นพระชนม์นั้น ฟาโรห์ตุตันคาเมน มีพระชันษาเพียง 18 เท่านั้น นับว่าเยาว์วัยมากสำหรับฟาโรห์ ทั้งๆที่ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงและมีพระชนม์ชีพอยู่ในอาณาจักรที่รุ่งเรืองที่สุดในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม ฟาโรห์อาเคนนาเทน พระบิดาของฟาโรห์ตุตันคาเมนนั้น มีศัตรูรอบด้าน นักโบราณคดีจึงคาดคะเนว่า ยุวกษัตริย์องค์นี้ก็คงมีผู้เกลียดชังไม่น้อย เหมือนกัน จึงเป็นไปได้ว่า พระองค์ทรงถูกฆาตกรรม
ผู้ที่นำหลักฐาน ต่างๆมาประมวลจนถึงขั้นระบุตัวอาชญากรผู้สังหารฟาโรห์ได้ก็คือ เกรก คูเปอร์ อดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ กับ ไมค์ หัวหน้าตรวจแห่งรัฐยูทาห์ โดยทั้งสองได้ทำการศึกษาเอกสารบันทึกประวัติศาสตร์ ภาพของสุสาน ฟิล์มเอ็กซเรย์ ์มัมมี่ ตลอดจนสัมภาษณ์ผู้สันทัดกรณีทั้งหลายซึ่งสรุปได้ดังนี้ เมื่อ โฮเวริด์ คาร์เตอร์ นักโบราณคดีอังกฤษ ค้นพบ สุสานแห่งนี้ราว 80 ปีก่อนโน้นเขาตระหนักได้ว่า มันแปลกไปกว่าสุสานฟาโรห์อื่น คือ ขนาดเล็กราวกับว่าเป็นที่ฝังศพของสามัญชน การตกแต่ง ตลอดจนภาพเขียนประดับก็เขียนแบบลวกๆเมื่อพิจารณาอย่างละเอียดก็เห็นได้ว่า มีการลบชื่อเจ้าของสุสาน แล้วเขียนนามกษัตริย์ตุตันคาเมนทับลงไป! แถมการดองพระศพก็รีบร้อน โดยการเอา ขี้ผึ้งป็นถังๆเทท่วมมัมมี่เหมือนจะกลบเกลื่อนร่องรอยบางประการ? เพื่อสืบสวนหาเหตุสิ้นพระชนม์ คาร์เตอร์ได้ทำ การชันสูตรพระศพในปี 1925 ซึ่งทำให้ซากมัมมี่เสียหาย เพราะขี้ผึ้งได้ผนึกผ้าพันมัมมี่กับพระศพ จนแยกไม่ออก หลังจากการศึกษาอย่างถี่ถ้วนแล้วก็มิได้พบสิ่งที่น่าสงสัยแต่อย่างใด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p> กระทั่งอีก 40 ปีต่อมา ในค.ศ 1968 มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลได้รับอนุญาติให้เอ็กซเรย์
มัมมี่ฟาโรห์ตุตันคาเมน
ซึ่งทำให้เจอเอากุญแจที่ยิ่งใหญ่นำ ไปสู่การไขความลับที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือ มีชิ้นส่วนกระดูกชิ้นหนึ่งฝังอยู่ในโพรงสมองของกษัตริย์ตุตันคาเมนและพบ รอยทึบที่บริเวณกะโหลกส่วนล่าง ซึ่งน่าจะเป็นก้อนเลือดคลั่ง ชี้ให้เห็นว่าพระองค์ทรงถูกตีกระเศียรด้านหลังอย่าง รุนแรง เพื่อให้กระจ่างยิ่งขึ้น คูเปอร์กับคิง ได้นำฟิล์มเอ็กซเรย์ไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางชันสูตรพิจารณาซึ่งผล ก็ออกมาอย่างรวดเร็วว่ามีความผิดปรกติที่ชิ้นกระดูกเหนือเบ้าตาของพระศพ อันเกิดจากการที่ศรีษะกระแทกพื้น เมื่อหงายหลังล้มแล้วสมองถูกกระแทกไปข้างหน้า นอกจากนี้ยังพบว่ากระดูกต้นคอนั้นเชื่อมเป็นชิ้นเดียว อันเป็น ลักษณะของความผิดปรกติที่เรียกว่า ‘คลิปเปลฟีล’ ผู้ที่มีอาการนี้จะไม่สามารถเอี้ยวคอได้ ทำให้เมื่อล้มหรือถูกผลัก จะเจ็บตัวมาก เมื่อผลการชันสูตรศพชี้ชัดว่า ฟาโรห์ตุตันคาเมน ถูกปลงพระชนม์ ถ้าเช่นนั้นใครเล่าคือตัวการ?” หากจำกัดวงให้แคบเข้าเฉพาะผู้ที่ใกล้ชิด พระองค์” คูเปอร์อธิบาย “ ซึ่งมีที่น่าสงสัยอยู่ 4 คน คือ มายา-เสนาบดีคลัง / โฮเรมเฮบ-แม่ทัพ/ อังคีเซนพาเทน-มเหสี / และ อัยย์-อัครมหาเสนาบดี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>
มายา เป็นผู้ที่มีตำแหน่งเป็นเสนาบดีคลัง นับว่าเป็นผู้ใกล้ชิดในฐานะที่ต้องดูแลทรัพย์สินในพระคลัง สมบัติต่างๆ ที่พบในสุสานกษัตริย์ตุตันคาเมนนั้นจะมีนามของมายาประทับเป็นสำคัญ และเมื่อสุสานถูกรุกรานหลังการสิ้นพระชนม์แรกๆ มายาเป็นผู้พบเห็นและจัดการปิดตายสุสานอย่างแข็งแรง และเค้าเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อฟาโรห์มาก อย่างไรก็ตามการสิ้นพระชนม์ของตุตันคาเมน หาได้ทำให้มายายิ่งใหญ่ขึ้นมาแทนที่ได้ เพราะไม่มีบารมีพอ เขาจึงน่าพ้นจากข้อหาฆาตกร
โฮเรมเฮป
เป็นแม่ทัพผู้มีอำนาจ เขาเป็นผู้สอนตุตันคาเมนให้เรียนรู้การล่าสัตว์
และการขับขี่รถม้าศึก
จึงเป็นไปได้ว่าเขาอาจพากษัตริย์ตุตันคาเมนไปฝึกขี่รถศึกแล้วสร้างสถานการณ์อุบัติเหตุขึ้นเมื่อพระองค์สิ้น
พระชนม์ห่างไกลเมืองหลวง พระศพอาจเน่า
เมื่อนำกลับมานี่เองป็นเหตุผลของการอาบขี้ผึ้งรักษาศพอย่างมาก
ดังกล่าวการมีกองทัพหนุนหลัง ทำให้โฮเรมเฮบ
ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ได้อย่างง่ายดาย แต่ในที่สุดแล้วก็ตัดโฮเรมเฮบ
ออกไปเพราะหลังจากกษัตริย์ตุตันคาเมนสิ้นพระชนม์
เขาก็ดำรงตำแหน่งเดิมต่อไปมิอาจเอื้อมขึ้นเป็นกษัตริย์
องค์ใหม่แต่อย่างใด
ราชินี
อังคีเซนพาเทน
พระนางอาจก้าวขึ้นปกครองอียิปต์แทนที่พระสวามี
จากรูปการณ์แล้วน่าจะเป็นไปได้ว่า
ราชินีองค์นี้ปราถนาจะให้ทายาทของพระนางเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์
แต่จากซากมัมมี่ทารก 2 ซาก ที่พบในสุสาน
อาจบ่งบอกว่า ฟาโรห์ตุตันคาเมนไม่สามารถให้กำเนิดทายาทที่แข็งแรง
เพราะความผิดปกติจากกระดูกต้นคอทำให้ต้องใช้ไม้เท้าช่วยตั้งแต่เด็ก
ด้วยเหตุนี้ อังคีเซนพาเทน
จึงต้องสังหารสวามี เพื่อที่จะได้เลือกหาคู่ครองคนใหม่
แต่ทั้งคูเปอร์และคิงเห็นว่า
ฟาโรห์และราชินีคู่นี้สนิทสนม รักใคร่กันมาแต่เด็ก
ภาพเขียนในสุสานก็แสดงถึงความเสน่หาที่มีต่อกัน
จึงยากที่จะปลิดพระชนม์กันเองได้
ภาพวาดที่แสดงให้เห็นว่าฟาโรห์ตุตันคาเมนต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน
และราชินีอังคีเซนพาเทนแสดงความรักที่มีต่อฟาโรห์ตุตันคาเมน

อัยย์ ผู้เป็นอัครเสนาบดีมาตั้งแต่สมัยฟาโรห์อาเคนนาเทน ต้องให้ฟาโรห์ตุตันคาเมนครองราชย์ตั้งแต่ 9 ขวบ ในฐานะทายาทตามสิทธิ ต่อมาจึงได้ลอบปลง พระชนม์ แล้วขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อมา มีหลักฐานชิ้นหนึ่ง เป็นสาส์นที่เขียนขึ้นป็นรูปอักษรลิ่ม (คูนิฟอร์ม) ส่งจาก ราชินีอียิปต์ม่าย ไม่ปรากฎนามแห่งอียิปต์ ไปถึงกษัตริย์แห่งแดนฮิตไตต์ (ตุรกี) เชื้อเชิญให้พระโอรสมาเสกสมรส กับพระนาง ทั้งนี้เพราะพระนางเกรงว่าจะถูกบีบบังคับให้วิวาห์ นอกจากนี้ยังพบแหวนโบราณวงหนึ่ง ซึ่งจารึกพระนามอังคีเซนพาเทนกับอัยย์ ทำให้น่าเชื่อว่า ทั้งสองได้เสกสมรสกัน และส่งเสริมให้ อัยย์ เป็น ฟาโรห์อย่างสมฐานะ แต่ต่อมาภายหลังฟาโรห์อัยย์ก็ลอบปลงพระชนม์ราชินีอังคีเซนพาเทนเช่นเดียวกัน
ทั้งจากหลักฐานลักษณะของสุสาน การชันสูตร พระศพจากฟิล์มเอ็กซเรย์ ตลอดจนเหตุการณ์แวดล้อมต่างๆ ล้วนระบุชี้ชัดว่าฟาโรห์ตุตันคาเมนนั้น สิ้นพระชนม์ จากการฆาตกรรม ซึ่งผู้เป็นฆาตกรก็มิใช่ใครอื่น แต่เป็นบริพารผู้ใกล้ชิดของพระองค์นั่นเอง