การเล่นแบดมินตันอย่างเดียวอาจจะไม่พอสำหรับคำว่า "สุขภาพที่ดี" ก็เป็นได้

คนส่วนมากเดี๋ยวนี้พูดถึงเรื่องสุขภาพกันเยอะขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น เรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย ฯลฯ

สังเกตได้จากเวลาเลิกงาน, เลิกเรียน จะมีคนมาออกกำลังกายกันเยอะแยะไปหมด

ซึ่งผมเองก็ชอบการออกกำลังกายเหมือนกัน โดยเฉพาะกีฬาแบดมินตัน . . . แต่เคยถามตัวเองเหมือนกันว่าเล่นกีฬาชนิดนี้อย่างเดียวพอรึเปล่า ซึ่งคำตอบที่ได้รับ กลับกลายเป็นว่า "ไม่พอ" (ต้องขอขอบคุณ ห้องสมุดที่ชื่อว่า internet  จริงๆ หาอะไรก็เจอ) พอเข้าไปศึกษาเรื่องการออกกำลังกายอย่างจริงๆ จังๆ ปรากฎว่า การออกกำลังกายมีหลายแบบด้วยกัน ซึ่งแบ่งออก เป็น 2 ส่วน ได้แก่

1. การออกกำลังกายแบบแอโรบิค
(Aerobic Exercise)
ถ้าจะให้พูดกันง่ายๆ ก็คือการออกกำลังกายประเภทนี้เป็นการออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง (20 นาทีขึ้นไป) เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค ฯลฯ การออกกำลังกายแบบนี้เป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และยังทำให้หัวใจ ระบบหมุนเวียนโลหิต และปอดแข็งแรง ซึ่งการออกกำลังกายชนิดนี้ต้องใช้ออกซิเจนในการเผาผลาญพลังงานในการออกกำลังกาย มีการใช้แป้งและไขมันมาเป็นพลังงาน

2. การออกกำลังกายแบบแอนแอโรบิค
(Anaerobic Exercise)

ก็คือการออกกำลังกาย แบบหนักหน่วง ใช้ระยะเวลาสั้น

การเล่นกีฬาอย่าง เทนนิส,  แบดมินตัน หัวใจมีการทำงานหนัก แต่ไม่สม่ำเสมอ ตามหลักวิชาเวชศาสตร์การกีฬา แพทย์ไม่ถือว่าเป็นกีฬาที่เหมาะสมต่อการบริหารร่างกายและหัวใจ เพราะขณะที่เรายืนรอรับลูกเสริฟนั้นหัวใจเต้นอยู่ในภาวะเกือบปกติ หลังจากรับลูกเสริฟข้ามตาข่ายไปแล้ว มีการเตรียมตอบโต้กันไปมา การวิ่งเข้าหาลูกแต่ละครั้ง ต้องวิ่งอย่างเต็มที่ ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นทันที  พอตีลูกโต้กลับไปได้ ก็หยุดพักหรือมีการเคลื่อนไหวน้อย ทำให้หัวใจและร่างกายทำงานแบบเดี๋ยวเร่งเดี๋ยวหยุดไม่สม่ำเสมอ โอกาสที่หัวใจและร่างกายจะชำรุดทรุดโทรมเร็วจึงเป็นไปได้มาก เรามักจะได้ข่าวเกี่ยวกับกนที่เล่นกอล์ฟหรือเล่นเทนนิสเป็นประจำเป็นโรคหัวใจหรือ
เกิดหัวใจวายคาสนามพวกนี้จะได้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเป็นส่วนใหญ่ การออกกำลังกายชนิดนี้จะใช้แป้งมาเป็นพลังงาน

เพราะฉนั้นการเล่นแบดมินตันอย่างเดียวอาจจะไม่พอสำหรับคำว่า "สุขภาพที่ดี" ก็เป็นได้ 

ก่อนที่จะออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตามควรมีการ วอร์มอัพ วอร์มดาวน์ ทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังเล่น ด้วย