ปัญหาการศึกษา

ปัญหา หลุมดำ ของประเทศไทย ประเทศไทยจัดการศึกษามาค่อนข้างนาน และเริ่มมีการพัฒนาหลักสูตรมาเรื่อยๆ เพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย คนไทยส่วนมากภาคภูมิใจที่คิดว่าการศึกษาของไทยก้าวหน้า ก้าวล้ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน นี่เป็นการคิดฝ่ายเดียวหรือเปล่า คิดเข้าข้างตนเองหรือไม่ คงจะต้องหาคำตอบในคำถามข้างต้น                ประเทศไทยรับวัฒนธรรมทางด้านการศึกษา มาจากประเทศทางตะวันตก ตั้งแต่เริ่มมีการล่าอาณานิคม เพื่อหาประโยชน์จากประเทศในทวีปเอเชีย ประเทศไทยถึงแม้ว่าจะไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศใด คงไม่สามารถเป็นตัววัดได้ว่า ประเทศมีความก้าวหน้า มีการศึกษาที่ดี มีข้อดีที่ไม่สามารถตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศใดๆ คนไทยมีความภาคภูมิใจที่คงความเป็นไทยไว้ได้ หลังจากที่มีการติดต่อกับประเทศตะวันตก ประเทศก็เริ่มมีแนวคิดที่จะจัดการในเรื่องการศึกษา พยายามที่จะเลียนแบบประเทศทางด้านตะวันตก ซึ่งได้รับการยกย่องว่า เป็นประเทศที่เจริญแล้ว ไม่ว่าในเรื่องต่างๆ เช่น การศึกษา เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เสรีภาพ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ฯลฯ อื่นๆ อีกมากมาย เราก็ยอมรับว่าเขามีความเจริญ และมีความเจริญมากกว่าเรามาก ดังนั้นประเทศไทยจึงเริ่มส่งคน บุคลากร เพื่อไปศึกษายังประเทศต่างๆ ที่คิดว่าเขามีความเจริญ เขาไปไกลแล้ว เขาล้ำหน้ามากกว่าเรามากนัก ความคิดต่างๆ เหล่านี้กำลังได้รับการปลูกฝังจากคนสู่คน และแพร่ขยายออกไปสู่สังคมมากขึ้น แล้ววันหนึ่งเราก็ยอมรับว่า บุคคลที่ได้รับการเรียนรู้ทางด้านการศึกษาจากต่างประเทศ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะสามารถมาสอน พัฒนาระบบการศึกษาของไทยให้มีความเท่าเทียมหรือใกล้เคียงกับของต่างชาติ หรือของชาวตะวันตกได้ ซึ่งการพัฒนาการศึกษาในขณะนี้ก็เป็นไปในลักษณะนี้ ซึ่งพยายามเลียนแบบ ลอกแบบ เพื่อให้สามารถได้รับการยอมรับจากชาวตะวันตก บุคลากรที่ได้รับการยอมรับว่ามีความรู้ มีประสบการณ์ก็จะต้องจบการศึกษามาจากต่างประเทศ หรือไม่ก็ต้องมีประสบการณ์ในการศึกษาดูงานจากต่างประเทศมาค่อนข้างมาก ในบางครั้งตำราที่ใช้ในการศึกษา เพื่อการพัฒนาในด้านต่างๆ ก็ต้องเป็นตำราที่ได้รับการแปลมาจากต่างประเทศ มีการประยุกต์ตำราต่างประเทศเพื่อให้เข้ากับสภาพของประเทศไทย ก็ต้องมีการอ้างอิงตำราจากต่างประเทศอยู่ดี