วันนี้หลังจากจัดการเรื่องเอกสารที่ต้องแจกเสร็จก็นึกได้ว่าวันนี้เป็นวันสมัครเรียนปริญญาเอก ที่บางมดเป็นวันสุดท้าย เลยเข้าไปสมัคร ในขณะที่เลือกสาขาเรียนก็เลือกตรงสาขาที่จบมาตอบ ปริญญาโท คือเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม แต่พอไปถึงตำแหน่งที่จะจ่ายเงิน เจ้าหน้าที่รับสมัครซึ่งเคยพบเจอกันแล้วสมัย ปริญญาโทบอกว่าสมัครไม่ได้เพราะยังไม่มีที่ปรึกษา จบกับวันนี้วันสุดท้ายแล้วกลุ้มใจซักพักก็เดินออกมา แล้วก็ ไม่สมัครแล้วดีกว่าเพราะคิดว่าไม่น่าได้

 

ที่บอกว่าไม่น่าได้เพราะไม่ค่อยอยากได้มากเท่าไรนัก เมื่อใจไม่อยากเลยทำให้ไม่ใส่ใจไปเฉยๆ ถ้าถามจริงๆว่าอยากเรียนไหมปริญญาเอก ตอบได้เลยว่า ไม่เพราะปริญญาเอกไม่ได้บอกว่าจะแก้ไขปัญหาส่วนรวมได้ทั้งหมด แต่ก็ไม่เสมอไปบางหัวข้อก็สามารถแก้ได้ แต่ก็ไม่สามารถใช้เป็นมาตรฐานในการแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้ อีกแหละ เพราะไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่จะแช่น้ำอะไรก็ได้อืดเป็นเส้นเหมือนกันแต่กระนั้นรสชาดก็ยังไม่เหมือนกัน

 

การเรียนปริญญาเอกสำคัญไหมในชีวิต ถามตัวเองอย่างนี้เสมอ แล้วตัวเองก็บอกว่าไม่จำเป็น เรียนปริญญาเอกแล้วแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ในภาพรวมใช่ไหม ก็ไม่ใช่เพราะสาขาที่จะต้องเรียนของที่นี่คือเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ซึ่งมักจะมองการแก้ปัญหาเป็นจุดๆมากกว่า จริงๆแล้ววิธีการแก้ขึ้นอยู่กับการนำมาประยุกต์ใช้

 

ไม่เรียนปริญญาเอกแล้วมีความรู้เท่าคนเรียนปริญญาเอกได้ไหม .... ไม่รู้จริงว่าได้ไหมเพราะไม่เคยลอง แต่คิดว่าได้ ยังจำคำของอาจารย์ตุ้มได้ว่าคนที่จบปริญญาเอกเป็นคนที่ฉลาดลึก แต่โง่กว้างมีคำถามของมหาวิทยาลัยไหนจำไม่ได้เพราะสมัครหลายมหาวิทยาลัยถามว่าทำไมจึงเรียนปริญญาเอกสาขา.....” ประเด็นที่ตอบไปมีอยู่ ๒ ข้อ คือ ๑. เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถทางด้านวิชาการ ๒.เพื่อเป็นที่ยอมรับของวงการวิชาการ นี่คือคำตอบที่กลั่นมาแล้วจากใจ บางครั้งการที่เราอยู่ในสังคมใดก็ตามอาจจะต้องตามบ้างต้านบ้างเพื่อความอยู่รอด แต่ต้องต้านในทางที่ถูก ตามในสิ่งที่ดี