ยุคนี้คนเรามีสาธารณูปโภคพื้นฐาน หรือ "น้ำ-ไฟ-ส้วม" ดีขึ้น ทำให้อายุยืนขึ้น และดูเหมือนคนส่วนใหญ่จะหนีเรื่อง "อายุยืน" ได้ยาก เนื่องจากการรักษาโรคก้าวไปไกลขึ้นมาก...
...
โอกาสที่จะมีอายุยืนมี 2 วิธี
- วิธีแรกคือ อยู่แบบเดิมๆ ไม่ใส่ใจสุขภาพ อาศัยแต่เทคโนโลยี เช่น ยารักษาโรค ฯลฯ > วิธีนี้จะทำให้อายุยืนแบบ "มีโรคมาก" เช่น เบาหวาน อัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ
- วิธีที่สองคือ อยู่แบบใส่ใจสุขภาพ และใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม > วิธีนี้จะทำให้อายุยืนแบบ "มีโรคน้อย "
...
ท่านอาจารย์นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์อายุรวัฒน์(สาขาส่งเสริมให้อายุยืนอย่างมีคุณภาพ) เขียนเรื่อง "ทานแบบพระสงฆ์ หัวใจการชะลอความแก่" ไว้ในหนังสือ "120 วิธี อายุยืน 120 ปี" เล่ม 1 ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
ปัจจัยหนึ่งที่น่าจะทำให้คนเรามีอายุยืนขึ้นอย่างมีคุณภาพคือ การลดอาหารกลุ่มให้กำลังงานให้น้อยลง (ดีที่สุดคือ ลดลงไป 40%) โดยได้สารอาหารครบถ้วน (calorie rectriction with adequate nutrition / CRAN)
...
อาหารกลุ่มให้กำลังงานมี 3 กลุ่มได้แก่ คาร์โบไฮเดรต(แป้ง น้ำตาล) ไขมัน และโปรตีน... การกินอาหารกลุ่มนี้มากเกินไม่ว่าจะเป็นแป้ง น้ำตาล ไขมัน หรือโปรตีนทำให้อ้วนได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะน้ำตาลและของหวานจะทำให้อ้วนได้ง่าย เนื่องจากเป็นอาหารที่กินแล้ว "ไม่ค่อยอิ่ม" ต่างจากไขมันหรือโปรตีนที่ทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มได้มากกว่า
ร่างกายนำอาหารกลุ่มนี้ไปใช้สร้างกำลังงาน และเก็บส่วนเกินในรูปไขมัน ปัญหาคือ ถ้าคนเรากินอาหารกลุ่มนี้มากเกินจะทำให้เกิดของเสีย เช่น อนุมูลอิสระจากการเผาผลาญสารอาหาร และขบวนการทางเคมี ฯลฯ จะมากเกินตามไปด้วย
...
ทีนี้ถ้าทำตรงกันข้ามคือ กินให้น้อยลง ของเสีย เช่น อนุมูลอิสระ ฯลฯ จะลดลง ซึ่งผลการทดลองในหนูทดลองบ่งชี้ว่า อายุน่าจะยืนขึ้น
ส่วนการทดลองในอาสาสมัครพบว่า ถ้าลดปริมาณอาหารกลุ่มให้กำลังงานลง 40% จะทำให้ความดันเลือดลดลง ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล)ชนิดเลวลดลง แถมกระบวนการเสื่อมของร่างกายก็น้อยลง
...
การลดกำลังงานหรือแคลอรีให้น้อยลง 40% คงจะทำได้ยากมากในชีวิตจริง ทว่า... มาตรการต่อไปนี้อาจช่วยให้พวกเราลดแคลอรีให้น้อยลงได้
- ฉัน(กิน)แบบพระ... กินมื้อเช้าและมื้อเที่ยงเท่าเดิม ลดอาหารมื้อเย็นลง และกินผัก ผลไม้ หรือน้ำสมุนไพรแทนหลังเที่ยง > วิธีนี้จะลดแคลอรีให้น้อยลงได้ประมาณ 1 ใน 3 หรือมากกว่านั้น เนื่องจากคนส่วนใหญ่จะกินข้าวมื้อเย็นมากกว่ามื้ออื่นๆ
- กินให้น้อยวันเว้นวัน...
- กินให้น้อยสัปดาห์ละ 2-3 วัน... ซึ่งอาจเริ่มจากการลดแคลอรีในวันหยุด
...
การลดแคลอรีในวันหยุดอาจใช้วิธีเพิ่มผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น ส้ม แอปเปิล ฝรั่ง ฯลฯ เน้นการกินผลไม้ทั้งผล ไม่ใช่น้ำผลไม้ เพื่อให้อิ่มได้นาน นอกจากนั้นคุณค่าของผลไม้ โดยเฉพาะเส้นใย(ไฟเบอร์) สารต้านอนุมูลอิสระ และสารพฤกษเคมี(สารคุณค่าพืชผัก - phytochemicals) มักจะอยู่บริเวณเปลือก หรือส่วนใกล้เปลือกผลไม้ การคั้นกินแต่น้ำจะทำให้เสียคุณค่า และเสี่ยงอ้วนเพิ่มขึ้นมาก
...
การฉัน(กิน)แบบพระมีแนวโน้มจะให้ผลดีกับสุขภาพมากถ้าทำร่วมกับมาตรการต่อไปนี้...
- ฉัน(กิน)เกือบอิ่ม ไม่ถึงกับอิ่ม... เรื่องนี้ท่านพระสารีบุตรให้โอวาทว่า ให้ฉัน(กิน)จนเกือบอิ่ม กะว่าอีก 5-6 คำจะอิ่ม แล้วหยุด ให้ดื่มน้ำแทน
- บิณฑบาต(เดิน)เป็นวัตร(ทำเป็นประจำ)... การบิณฑบาตเป็นโอกาสสำคัญที่พระภิกษุ สามเณรจะได้ออกกำลัง
- ทำงานออกแรงบ่อยๆ เช่น เดิน กวาดวัด ถูพื้น ฯลฯ... วิธีนี้พวกเราเปลี่ยนเป็นทำความสะอาดบ้าน หรือทำงานบ้านได้
...
ข้อควรระวังของการงด หรือลดข้าวเย็นคือ ควรระวังอย่าฉัน(กิน)ชดเชยมากเกินไปในมื้อเที่ยง เพราะถ้าฉัน(กิน)ชดเชยมากๆ อาจทำให้การลดแคลอรีไม่ได้ผล
การศึกษาในหนูทดลองพบว่า ถ้าให้หนูกินอาหารที่มีกำลังงานหรือแคลอรีเท่ากัน... หนูที่กินอาหารกลางคืนจะอ้วนมากกว่าหนูที่กินอาหารกลางวัน 30%
...
หลักการนี้สอดคล้องกับแนวคิดในการงด หรือลดอาหารเย็นว่า น่าจะมีผลดีกับสุขภาพในระยะยาว และอาจทำให้อายุยืนอย่างมีคุณภาพได้ด้วย
เรียนเสนอให้พวกเราหันมากินอยู่แบบพอเพียงให้มากขึ้น โดยเฉพาะมื้อเย็นนี่... "น้อยไว้ละดี" ครับ
ขอแนะนำ
ที่มา
- ขอขอบพระคุณ > ท่านอาจารย์นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช. ทานแบบพระสงฆ์ หัวใจการชะลอความแก่. ใน: 120 วิธี อายุยืน 120 ปี. เล่ม 1. สำนักพิมพ์ใกล้หมอ 2550. พิมพ์ครั้งที่ 1. หน้า 52-53, 135-136.
- ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนด้าน IT.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 29 ตุลาคม 2550.
"น้อยไว้ละดี"
จะท่องไว้ค่ะ ค่อย ๆ ลด ละ ไปทีละนิด ^_^ ขอบคุณนะคะ
ขออนุญาตฝากถึงค่ะ .. หลาย ๆท่านบอกว่าเป็นการบ้าน แต่ต้อมว่าเป็นปรากฏการณ์http://gotoknow.org/blog/naepalee/142539
ขอขอบคุณ... คุณเนปาลี