พวกเราคงจะมีประสบการณ์เห็นคนที่อ้วนมากๆ เหนื่อยง่ายกว่าคนทั่วไป ข้อมูลจากสหรัฐฯ พบว่า ในช่วง 42 ปี (1960-2002 หรือ พ.ศ. 2503-2545) คนสหรัฐฯ สูงเพิ่มขึ้น 1 นิ้ว (2.5 เซนติเมตร) ทว่า... หนักเพิ่มขึ้น 24 ปอนด์ (10.9 กิโลกรัม)

พวกเราคงจะมีประสบการณ์เห็นคนที่อ้วนมากๆ เหนื่อยง่ายกว่าคนทั่วไป ข้อมูลจากสหรัฐฯ พบว่า ในช่วง 42 ปี (1960-2002 หรือ พ.ศ. 2503-2545) คนสหรัฐฯ สูงเพิ่มขึ้น 1 นิ้ว (2.5 เซนติเมตร) ทว่า... หนักเพิ่มขึ้น 24 ปอนด์ (10.9 กิโลกรัม)

สารคดีเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การอ้วนอธิบายไว้ในรายการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิค ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังดังต่อไปนี้

...

(1). เซลล์ไขมันของคนเราไม่เท่ากันคือ 25,000-275,000 ล้านเซลล์ > ข่าวดีสำหรับท่านที่มีจำนวนเซลล์ไขมันสูงคือ น้ำหนักตัวคนเราไม่ได้แปรตามจำนวนเซลล์ไขมัน เนื่องจากกลไกหลักในการสะสมไขมันคือ การเพิ่มขนาดของเซลล์ ไม่ใช่จำนวนเซลล์

...

(2). กระเพาะอาหารของคนเรามีความจุไม่เท่ากัน > กระเพาะอาหารฝรั่งมีขนาดประมาณ 1.42 ลิตร คนที่กินจุอาจมีขนาดกระเพาะฯ เพิ่มเป็น 2.84 ลิตร ถ้าเรานำขวดน้ำดื่มขนาด 1 ลิตรมาใส่น้ำตั้งไว้ต่อหน้า เราอาจจะเข้าใจได้มากขึ้นว่า คนที่กินจุเสี่ยงอ้วนมากขึ้นเท่าไร

วิธีลดอาหารแต่ละมื้อให้น้อยลงนิยมใช้วิธีแบบเดียวกับวิธีประหยัดน้ำในชักโครก กล่าวคือ ให้กินจนเกือบอิ่ม ประมาณว่า เหลือไว้สัก 5-6 คำจะอิ่ม แล้วดื่มน้ำตาม อย่ากินจนอิ่มพอดีหรือเกินพอดี

วิธีนี้ปรากฏครั้งแรกในคำสอนของท่านพระสารีบุตร(อัครสาวกฝ่ายขวา) และเป็นสูตรอายุยืนของชาวโอกินาวาในเวลาต่อมา

...

(3). ปอดของคนที่อ้วนมากๆ มีไขมันพอกไว้รอบๆ ผนังทรวงอก และรอบๆ กะบังลม ทำให้การหายใจไม่สะดวก

นอกจากนั้นไขมันยังพอกอยู่รอบๆ ทางเดินหายใจ ทำให้กรนมากขึ้น และเสี่ยงต่อโรคหยุดหายใจระหว่างการนอนหลับ ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้นเป็นพักๆ

...

(4). หัวใจของคนที่อ้วนมากๆ ต้องทำงานหนักขึ้น เนื่องจากปริมาตรเลือดในร่างกายเพิ่มขึ้น

เหตุผลข้อนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนอ้วนมากๆ เหนื่อยง่าย ทีนี้เมื่อลดความอ้วนได้... ปัญหาต่างๆ ก็จะค่อยๆ เบาบางลง ตั้งแต่หัวใจเหนื่อยน้อยลงจากปริมาตรเลือดน้อยลง ปอดทำงานได้ดีขึ้น

... 

นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมคนอ้วนมีแนวโน้มจะแข็งแรงเพิ่มขึ้นเมื่อผอมลง หรือลดน้ำหนักได้

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

ที่มา...                                                        

  • Thank Reuters & Diet Blog > The science of obesity > [ Click ] , [ Click ] > October 24, 2007. / National geographic channel.
  • Thank Wikipedia > Volume > [ Click ] > October 24, 2007.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก “บ้านสุขภาพ” มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนด้าน IT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 25 ตุลาคม 2550.