• จะคุยเรื่องชีวิตกันได้ ต้องมีเหตุการณ์มาสะกิดใจ การพูดคุยกันแบบนี้ สำหรับผมคล้ายๆ การทำ AAR จากประสบการณ์ชีวิต ชีวิตคนแก่ประสบการณ์ชีวิตยาว AAR สนุก
• ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ประสบการณ์ชีวิตบางช่วงมันขมขื่น บอบช้ำ แต่พอมา AAR มันมีค่ามาก ให้การเรียนรู้มาก
• ผมบอกลูกว่าประสบการณ์ชีวิตทุกช่วง ทุกแบบ มันมีประโยชน์ต่อตัวเรา เป็น “บทเรียน” ชีวิต
• ดังนั้น การตัดสินใจทางเลือกชีวิตของเราเอง จึงไม่มีถูก ไม่มีผิด
• แต่เรามีหน้าที่ที่จะต้องทำให้ทางเลือกที่เราเลือกแล้ว เป็นทางเลือกที่ถูก และต้องเผชิญผลที่ตามมาอย่างกล้าหาญ อย่างมีสติ อย่างอดทน และใช้ปัญญา ในการดำเนินการต่อ
• จริงๆ แล้วชีวิตของเราเกี่ยวข้องกับผู้คนมากมาย เราจึงต้องฝึกมองโลก มองเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ จากมุมมองของคนอื่น มุมมองแบบอื่นด้วย และต้องเป็นคนที่ “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เป็น ในยามที่เหมาะสม ในภาษาสมัยใหม่ อาจเรียกว่า มองแบบ holistic
• มองในมุมหนึ่ง ชีวิตคือความสัมพันธ์ เป็น “โซ่ชีวิต” ชีวิตของแต่ละคน มี “โซ่เล็กๆ ที่มองไม่เห็น” เป็นล้านโซ่ คล้องตัวเราโยงกับคนอื่น อย่างยุ่งเหยิง
• และที่สำคัญ “โซ่สัมพันธ์” เหล่านี้ไม่เหมือนกัน บ้างก็เป็นโช่ทางใจ บ้างก็ผ่านคำเล่าลือ บ้างก็ผ่านสายโลหิต บ้างก็ผ่านโรงเรียน ฯลฯ ยิ่งในสมัยนี้ “โซ่” ยิ่งมีมากแบบยิ่งขึ้น มี “โซ่เสมือน” ในโลกเสมือน (virtual world) หรือโลกอินเทอร์เน็ต
• ใครเคยทำอะไรไว้ ก็เกิด “โซ่สัมพันธ์” ทั้งทางตรงและทางอ้อม บางเรื่องมันเกิดมานานแล้ว จนเราลืมไปสนิทแล้ว แต่พอมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น “โซ่สัมพันธ์” นั้นมันก็มาทำหน้าที่เตือนความจำแก่ผู้เกี่ยวข้อง ทางพระจึงบอกว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” และในโลกยุคที่ “โลกแบน” (คือถึงกันหมด) กรรมของคนอื่น หรือกรรมส่วนรวม ก็ตกเป็นภาระของเราที่ต้องร่วมรับกรรมด้วย
• คนในยุคปัจจุบัน จึงต้องเตรียมตัวเตรียมใจ มีสติ มีปัญญา ที่จะเผชิญชีวิตที่ซับซ้อน
• แต่ผมไม่มองชีวิตเป็นความยากลำบากนะครับ ผมมองเป็นความงาม และความน่าพิศวง น่าเรียนรู้ และน่าเป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน
วิจารณ์ พานิช
๖ ต.ค. ๕๐