สารตะกั่วปนเปื้อนในถังน้ำ

สั่ง ร.ร.หยุดใช้ตู้ทำน้ำเย็นมีตะกั่ว [19 ต.ค. 50 - 04:15]

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวในการประชุมปฏิบัติการเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า สิ่งที่จะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษในสถานศึกษา เกี่ยวกับสุขภาพของนักเรียน มี 5 เรื่องคือ 1. น้ำดื่ม ต้องสะอาด และเพียงพอ 2. ห้องสุขา ต้องถูกสุขลักษณะ และเพียงพอ 3. โภชนาการ หรือวิธีการประกอบอาหารในโรงเรียน 4. อุบัติภัย เช่น เครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น ต้องตรวจสอบและดูแลอย่างเข้มงวด และ 5. มลพิษที่จะส่งผลต่อสุขภาพของเด็ก ทั้งนี้ในเรื่องของน้ำดื่ม สพฐ.ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำรวจสถานการณ์น้ำดื่มและตรวจสอบเครื่องทำน้ำเย็นในโรงเรียนสังกัด สพฐ. 32,288 โรง ซึ่งเก็บข้อมูลไปแล้ว 17,254 โรง พบว่ามีโรงเรียนที่บริการน้ำดื่มผ่านเครื่องทำน้ำเย็นแบบกด 3,809 โรง ในจำนวนนี้ 1,857 โรง มีเครื่องทำน้ำเย็นที่ใช้ตะกั่วบัดกรี 4,132 เครื่อง ขณะที่สถานศึกษา 3,872 โรง ซึ่งใช้เครื่องทำน้ำเย็นแบบถัง ในจำนวนนี้ 1,748 โรงใช้เครื่องทำน้ำเย็นแบบถังที่ใช้ตะกั่วบัดกรี 3,733 เครื่อง 

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า จากตัวเลขดังกล่าวได้สั่งการให้โรงเรียนหยุดใช้เครื่องทำน้ำเย็นทุกชนิดที่มีการใช้ตะกั่วแล้ว และจะดำเนินการปรับแก้ส่วนประกอบ โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่จะส่งนักศึกษามาดูแลให้ ทั้งนี้ภายในปี 2550 จะร่วมกันรณรงค์ให้โรงเรียนทุกแห่งมีน้ำดื่มที่สะอาด ส่วนเครื่องทำน้ำเย็นที่ขาดมาตรฐาน แม้ สพฐ.จะไม่มีนโยบายที่จะให้ซื้อเครื่องทำน้ำเย็น แต่จะสนับสนุนในเรื่องของเครื่องกรองน้ำ ทั้งอยากขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมบริจาคด้วย เพราะยังมีโรงเรียนอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีเครื่องกรองน้ำที่ได้มาตรฐาน.