“เศรษฐกิจพอเพียง อาจเป็นคำที่ฮิตติดหูผู้คนอย่างมากในปัจจุบัน แต่จะมีสักกี่คนที่จะเข้าใจความหมายของมันอย่างแท้จริง  คำว่า "พอเพียง" หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล เมื่อคราวจำเป็น ความหมายที่ว่านี้หากเราศึกษาจริงๆ แล้วอาจเข้าใจได้ไม่ยาก แต่มันก็เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์หลายท่าน โดยความพอเพียงนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราจะปฏิบัติตามทฤษฎีของมันได้มากน้อยแค่ไหน แล้วถ้าปฏิบัติไปแล้วแค่ไหนถึงเรียกว่าพอเพียง เนื่องจากยังมีช่องว่างของความพอเพียงระหว่างคนรวยกับคนจน ยกตัวอย่างเช่น คนรวยอาจมองว่าสิ่งที่เขาทำหรือสินค้าที่เขาซื้ออาจเป็นความพอเพียงแล้วเพราะเขามีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะทำหรือซื้อ แต่คนจนอาจมองว่าสิ่งที่คนรวยทำหรือซื้อนั้นเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยก็เป็นได้ เป็นต้น  เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราสามารถนำความพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับการใช้เทคโนโลยีได้หรือไม่ 

          การดำเนินชีวิตของคนเราในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เนื่องมาจากความผันแปรของวิถีแห่งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอื่น ๆ ของโลก ซึ่งปัจจุบันการดำรงชีวิตเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทมากมายกับการดำเนินชีวิตของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดต่อสื่อสารแบบไร้สายหรือไร้พรมแดน ซึ่งนอกจากจะมี Internet ที่สามารถสื่อสารไปทั่วโลกแล้ว ยังมีสิ่งที่เรารู้จักและคุ้ยเคยกันดีก็คือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ของสังคมในปัจจุบันไปแล้วก็ว่าได้ ขนาดเด็กประถม มัธยม ก็มีโทรศัพท์มือถือใช้กันแล้ว โทรศัพท์มือถือจึงเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยไปแล้วในปัจจุบัน สินค้ารุ่นใหม่ ๆ เทคโนโลยีสูง ๆ  ถูกผลิตออกมาสู่ท้องตลาดจำนวนมากมาย แต่เราก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าสินค้าไอทีมักมีความเป็นพลวัตสูง ถ้าจะให้ซื้อรุ่นที่ผลิตออกมาใหม่ ๆ   ก็คงตามไม่ทัน พอซักระยะหนึ่งราคามันก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว แล้วไหนจะค่าใช้จ่ายที่ตามมาจากการใช้โทรศัพท์อีกหล่ะไม่ว่าจะเป็นการใช้รายเดือน หรือแบบบัตรเติมเงินก็ตาม ที่นี้แล้วเราจะใช้โทรศัพท์มือถือแบบพอเพียงได้อย่างไร ประเด็นนี้ผู้เขียนขอหยิบเคล็ดลับการใช้โทรศัพท์มือถือแบบพอเพียงจากนิตยสาร First Mobile ซึ่งให้คำแนะนำเรื่องการบริโภคโทรศัพท์มือถือแบบพอเพียงไว้ได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ไม่ยากเลย มีดังนี้

          1. ลดนิสัยการเป็นคนช่างเล่าการมีนิสัยเป็นคนช่างเล่านั่นแหละที่เป็นเหตุแห่งการคุยยาวโดยเฉพาะคนที่ชอบเล่าระหว่างเดินทางหรือขับรถ ได้แก่ ฝึกการปลดปล่อยเรื่องราวผ่านการเล่าด้วยวิธีการอื่น เช่น การจดบันทึกเรื่องราวประทับใจหรือความเป็นไปในชีวิตผ่านไดอะรี่ หรือฝึกฆ่าเวลาด้วยวิธีอื่น เช่น หากขับรถก็จงเพลิดเพลินกับเพลงไพเราะหรือดีเจเสียงใสแทนการเม้าท์ และถ้านั่งรถเมล์ก็ลองฝึกปล่อยอารมณ์ไปตามบรรยากาศ อ่านหนังสือ หรือไม่ก็หลับเป็นดีที่สุด

          2. หาร้อยแปดพันเก้าเหตุผลโน้มน้าวใจ เช่น การโทรศัพท์มือถือทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ หรือการใช้โทรศัพท์มือถือนานๆ ทำให้เป็น สิวไม่ใช่ด้วยรังสีหรือความร้อนส่วนใดๆ แต่เป็นที่ตัวเครื่อง โดยเฉพาะคนที่นิยมแนบโทรศัพท์ไว้ข้างแก้ม และเมื่อความสกปรกจากตัวเครื่องสัมผัสกับผิวอันบอบบาง    ความงามจึงลดลง                                                                  

           3. เปลี่ยนแปลงค่านิยมการใช้โทรศัพท์ เช่น ถ้าคุณไม่ได้เกิดบนกองเงินกองทองก็ไม่จำเป็นจะต้องตะบันใช้งานโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ได้อยู่ในกลุ่มลูกค้าที่คุณต้องการ เพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆ ก็ได้ บางทีค่าโทรศัพท์ส่วนเกิน (พอดี) ของคุณสามารถซื้อของหลอกล่อเหล่านั้นได้ด้วยซ้ำไป และเลิกคิดว่าการใช้โทรศัพท์แบบเติมเงินเป็นเรื่องของเด็กๆ เพราะแท้จริงการใช้โทรศัพท์แบบเติมเงินสามารถบังคับตัวเองได้ดีเลยหล่ะ ด้วยการกำหนดจำนวนเงินที่จะเติมไว้อย่างแน่นอน ถ้าหมดก็ไม่ต้องเติม รับสายอย่างเดียว

          4. คำนึงถึงความคุ้มค่าของสิ่งรอบตัว เช่น ระลึกเสมอว่า อยู่บ้านใช้โทรศัพท์บ้าน ติดต่องานใช้โทรศัพท์ที่ทำงาน และถ้าอยู่นอกบ้านจะใช้บริการโทรศัพท์สาธารณะบ้างก็ไม่ต้องกลัวใครจะหาว่าเชยยิ่งโทรศัพท์พื้นฐานมีโปรโมชั่นโทรถูกด้วยแล้ว ยิ่งสบายกระเป๋าเราไปใหญ่ หรือถ้าคุณแค่อยากบอกใครว่า รักนะเด็กโง่ก็ไม่จำเป็นต้องโทรกระหน่ำ แค่ “SMS” สั้นๆ สักข้อความ เขาคนนั้นก็ยิ้มแก้มปริแล้วล่ะลองสมัครแพ็คเกจ SMS ไว้ใช้ในกรณีพิเศษแบบนี้ได้ เพราะอัตราการส่งต่อข้อความจะถูกเป็นพิเศษ 

          เพียงเท่านี้การเราคงใช้โทรศัพท์มือถือแบบพอเพียงกันได้แล้ว นอกจากจะทำให้เราลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันลงแล้ว ยังทำให้สุขภาพของเราดีขึ้นอีกด้วย ดังกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับความพอเพียง ดังนี้ ...มีกิน มีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอ.แม้บางอย่างอาจดูฟุ่มเฟือย แต่ถ้าทำให้มีความสุข ถ้าได้ทำก็สมควรที่จะทำ สมควรที่จะปฏิบัติ. อันนี้ก็ความหมายอีกอย่างของเศรษฐกิจ หรือระบบพอเพียง...พอเพียงนี้อาจจะมีมากอาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่เบียดเบียนคนอื่น ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง...(พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2541)  

<h2 style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify" align="justify">            สำหรับความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแล้วเห็นว่าโทรศัพท์มือถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน และเชื่อว่าการสื่อสารที่สะดวก รวดเร็วก็คงจะไม่เครื่องมือชนิดไหนที่ดีไปกว่าการใช้โทรศัพท์มือถือ แต่การซื้อหรือใช้โทรศัพท์นั้นต้องคำนึงถึงข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง จึงขอเริ่มตั้งแต่การเลือกซื้อโทรศัพท์    เราไม่จำเป็นต้องซื้อของราคาแพง ขอเพียงมี Options เพิ่มเติมจากการรับสายและโทรออก เช่น มีกล้องถ่ายรูป และฟังเพลงได้เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็นการคุ้มค่าอย่างหนึ่ง หมายความว่า เราไม่ต้องพกกล้องถ่ายรูปดิจิตอล ไม่ต้องพก MP3 เพียงแค่เรามีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็สามารถสร้างความสะดวกสบายให้เราได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องคำนึงถึงราคาเป็นสำคัญเลือกที่ราคาไม่สูงมากเกินไป ส่วนค่าใช้จ่ายในการใช้โทรศัพท์ ปัจจุบันค่ายมือถือหลายค่ายได้ผลิต Promotion ต่าง ๆ ออกมามากมาย ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม นอกจากนี้เราต้องควบคุมค่าใช้จ่ายด้วยตนเองด้วย เช่น เห็นว่า Promotion ถูก แต่เราก็กระหน่ำโทร อย่างนี้ก็ไม่สามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ โดยเฉพาะคนที่ใช้แบบรายเดือน อย่าลืมว่านอกจากค่าโทรและค่าบริการเสริมที่เราต้องจ่ายตามจริงแล้ว ยังมีภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7 %  ที่ยังต้องจ่ายอีกด้วย และประเด็นสุดท้ายเราไม่ควรคุยโทรศัพท์เป็นเวลานาน เนื่องจากมีตำราหรือข่าวทางหนังสือพิมพ์เคยตีพิมพ์ถึงอันตรายจากการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน เช่น คลื่นโทรศัพท์จะมีผลต่อระบบประสาทหู สมอง นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว เนื่องจากความร้อนและสิ่งสกปรกที่ติดมากับโทรศัพท์ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เราเป็นสิวได้ อย่างนี้แล้วเรามาประหยัดเพื่อตัวเอง และประเทศชาติกันเถอะค่ะ </h2><h1> ข้อมูลอ้างอิง   </h1><h1>http://www.bcoms.net/article/detail.asp?id=228) </h1>