กระบวนการเยียวยา ฟื้นฟู และเยียวยาอัตตาที่ป่วยไข้ให้กลับคืนความปกติ เพื่อให้กลับมาเห็นคุณค่าของตัวเอง (Empowerment and restoration of damaged ego)

แนวทางการพัฒนาที่สำคัญที่สุดของการทำงานเป็นทีมในความคิดของดิฉัน คือ การสร้างให้คนในทีมตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพของตน

จากการขึ้นเวรพยาบาลผู้ตรวจการวันหนึ่ง ดิฉันเห็นแม่บ้านกำลังเก็บถุงขยะสีแดง (ขยะติดเชื้อ) ขึ้นมามัดปากถุง ทีแรกก็นั่งดูเทคนิคของเธอว่าจะถูกตามหลักป้องกันการแพร่กระจายเชื้อหรือเปล่า เธอรวบปากถุงขยะด้วยมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างหยิบเชือกฟางจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาใช้ปากงับไว้ ใช้มือสองข้างช่วยกันรวบปากถุงอีกครั้ง แล้วจึงหยิบเชือกจากปากมามัด ก็ไม่เสี่ยงอะไรเพราะมือไม่ได้สัมผัสกับปาก แต่พอดูขยะในถุงเห็นมีขยะแค่ติดก้นถุง สมองก็คิดทันทีว่า "สิ้นเปลือง โลกร้อนก็เป็นปัญหาจะแย่อยู่แล้ว" เลยเกิดบทสนทนาหนึ่งว่า

"วันนึงเก็บขยะกี่ครั้งคะ" "2 ครั้งค่ะ เวรเช้าเก็บบ่ายสอง เวรดึกเก็บหกโมงเช้า"

"ถุงขยะนี้มันยังไม่เต็ม รอไว้เก็บเวรเช้าไม่ได้หรือ" " :) ไม่รู้ค่ะ เขาให้ทำยังไง หนูก็ทำอย่างนั้น"

ว่าแล้วก็หันมาสนทนาต่อกับพยาบาลหัวหน้าเวร

"คิดยังไงบ้าง" "เขา OK งานกันไม่ค่อยได้ ถ้าจะเปลี่ยน มันก็คือไปล้างระบบเก่าที่วางไว้แล้ว อีกอย่างถ้าขยะเต็มก่อนบ่ายสอง ก็ต้องเรียกให้มาเก็บอีก :("

แล้วด้วยความสนิทสนมกันเป็นการส่วนตัวพอสมควรกับน้องพยาบาลหัวหน้าเวร ดิฉันก็ร่ายยาวถึงความคิดเรื่องการพัฒนาคนให้มีศักยภาพในตัวเอง สามารถประเมินและตัดสินใจแก้ปัญหา เพื่อพัฒนางานประจำง่าย ๆ ให้มีคุณค่ามากขึ้น แต่รับรองว่าประโยชน์ที่เกิดทั้งคนและงานจะไม่ใช่เรื่องธรรมดา ๆ แน่

วันนี้ที่เขียนเล่าเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาหลายวัน ก็เพราะอ่านคอลัมน์โปรดตามเคย คือ"จิตวิวัฒน์" ในนสพ.มติชนวันเสาร์ที่ 20 ตุลา เรื่องวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ที่เรียกว่า "องค์กร" โดย อ.ณัฐฬส วังวิญญู  http://matichon.co.th/matichon/news_detial.php?s_tag=01act02201050&day=2007-10-20&sectionid=0130 สิ่งที่สะดุดความคิดของดิฉันคือ

จากการจัดกระบวนการการเรียนรู้ให้กับองค์กรหนึ่ง พบว่า "ผู้เข้าร่วมที่อยู่ในลำดับชั้นล่างสุดของสายงานหรือสายบังคับบัญชามีแนวโน้มที่จะ "เงียบ" ความเป็นตัวของตัวเองยังแสดงออกมาน้อยมาก ด้วยอาจจะรู้สึกว่าไม่ค่อยปลอดภัยอย่างเพียงพอที่จะแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมา"

ด่านแรกนี้ต้องอาศัยกระบวนการเยียวยา ฟื้นฟู การเยียวยาอัตตาที่ป่วยไข้นี้ให้กลับคืนความปกติ เพื่อให้กลับมาเห็นคุณค่าของตัวเองไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพหรือลำดับชั้นไหนขององค์กร เพราะไม่เช่นนั้นคนเหล่านี้ก็จะดำรงอยู่ต่อไปในลักษณะของการปิดกั้น สร้างเกราะกำแพงขวางกั้นโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง (Empowerment and restoration of damaged ego)

และเมื่อเราเริ่มเยียวยาคนเหล่านี้ให้เริ่มรู้สึกดีและภูมิใจในคุณค่าของตัวเองได้แล้ว ก็จะรู้สึกปลอดภัยอย่างเพียงพอในการที่จะเปิดรับและเปิดใจเรียนรู้จากผู้อื่นได้

การพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้จึงจำเป็นต้องอาศัยเวลาในการเยียวยาคนที่ถูกคัดเลือกให้เข้ามาทำงานร่วมกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระดับหัวหน้างานหรือระดับปฏิบัติ ให้มีศักยภาพในตัวเองเพียงพอสำหรับการพัฒนาทั้งการให้นโยบาย  การปฏิบัติตามนโยบาย และการนิเทศติดตาม