ผมเป็นเพียงส่วนเสี้ยวหนึ่งของการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการจัดทำผลงานทางวิชาการเพื่อขอมี/ขอเลื่อนวิทยฐานะให้สูงขึ้น ของข้าราชการครูโรงเรียนมัธยมศึกษา 42 โรงของจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจัดโครงการพัฒนาฯ ครั้งที่ 5 (ครั้งสุดท้าย) ระหว่างวันที่ 13-14 ตุลาคม 2550 เป็นความร่วมมือของโรงเรียนจ่านกร้อง สนับสนุนงบประมาณ 100,000 บาท กับสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานช่วงชั้นที่สี่ จังหวัดพิษณุโลก สนับสนุนงบประมาณ 60,000 บาท ครูที่เข้าร่วมโครงการ ลงทะเบียนครั้งละ 150 บาท ตลอดโครงการ (ว่ากันว่าถูกที่สุดในประเทศไทย) ครั้งแรกตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2549 เว้นว่างมาด้วยเหตุปัจจัยหลายประการ ผมได้ให้ผู้แทนครูที่ประสบความสำเร็จผ่านการประเมินชำนาญการพิเศษมาสดๆร้อน 2 ท่านเล่าให้ผู้เข้าร่วมโครงการฟัง เพื่อจุดประกายชีวิตให้ก้าวเดิน และ ผู้แทนครูที่อยู่ในระหว่างส่งผลงานผ่านการประเมินด้าน 1 และ 2 แล้ว เหลือ ด้าน 3 มาเล่าให้ฟัง 2 ท่าน สร้างพลังการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยิ่งนัก รวม 4 ท่าน เล่าประสบการณ์อย่างมีกึ๋น โดยมี คุณครูราตรี รุ่งทวีชัย ครูเชี่ยวชาญ และ ผอ.วิเชียร รุ่งทวีชัย ผอ.เชี่ยวชาญ แห่งจังหวัดนครปฐม เป็นวิทยากร นั่งยิ้มสุขในผลงานของลูกศิษย์ โครงการนี้จัดให้ทั้ง ผอ.,รองผอ. และครู เรียกว่ามีผลงานที่ได้รับคำแนะนำแต่ละครั้ง ก็จะนำมาให้วิทยากรตรวจ แนะนำเพิ่มเติมในครั้งต่อไป แถมส่งไปให้อาจารย์ทั้ง 2 ท่านถึงบ้านท่านก็ดูแล นับเป็นความกรุณายิ่งนัก กิจกรรมในวันนี้ ผมและผู้อำนวยการโรงเรียนที่มาร่วมกิจกรรม ปลื้มปิติยิ่งนัก ผมได้พบท่าน ผอ.องอาจ สุขแสงสุวรรณ ผอ.โรงเรียนจ่านกร้อง ท่านเป็นที่ปรึกษาสมาคมฯ ท่านก็ถามผมว่า รุ่น 2 จะมีอีกไหม เข้าทางสมาคมฯ ทันที ผมตอบแทนสมาคมฯด้วยคำว่า.ตกลง. ขอเป็นส่วนเสริมเช่นเดิม ก็เลยแจ้งคณะครูที่เข้าร่วมในวันนี้ เสียงปรบมือขอบคุณโรงเรียนจ่านกร้อง และสมาคมฯ กึกก้อง และคิดว่าโครงการดีๆนี้ จะต่อยอดอย่างยั่งยืนเป็นลำดับไป <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p> ท่านทั้งหลายที่เป็นครู จะรู้ว่ามีหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนดไว้อย่างไรบ้าง ความก้าวหน้าในวิชาชีพครู..ก็อยู่ตรงนี้แหละครับ ถ้าเราเข้าถึง เข้าใจ ก็จะนำไปสู่การพัฒนางาน พัฒนาตน ผมอ่านหนังสือเรื่อง ก้าวเข้าสู่การเลื่อนวิทยฐานะ เขียนโดย ดร.สุวิทย์ มูลคำ และดร.อรทัย มูลคำ เขียนถึงการพัฒนาตนเองเป็นกงล้อ หมุนรอบ เริ่มต้นที่ สำรวจตนเอง กำหนดจุดพัฒนา/เลือกวิธีพัฒนางาน สัมมนา/ปฏิรูปการเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ/ทบทวน/ไตร่ตรอง สรุปและสร้างความรู้จากการปฏิบัติจริง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสุดท้ายปรับเปลี่ยนความคิด/สานต่อความคิด เมื่อทำได้ดั่งนี้ชีวิตครูเราก็จะประสบความสำเร็จ มีความมั่นคงในชีวิตราชการ มีพลังชีวิตอยู่เพื่อสร้างคนให้มีคุณภาพทั้งความรู้และคุณธรรม เป็นเสาหลักชีวิตให้กับครอบครัว <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p> วันนี้พบได้ว่า ครู 80 กว่าชีวิตที่เข้าร่วมโครงการ ล้วนแล้วแต่มีความตั้งใจ มุ่งมั่นพัฒนาตน พัฒนางาน แสวงหาความรู้ เพื่อสร้างความก้าวหน้าให้กับตนเองอย่างไม่หยุดนิ่ง อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาผู้เรียน นี่คือเป้าหมายที่พวกเราต้องการ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จได้รับการเลื่อนวิทยฐานะให้สูงขึ้นทุกท่านนะครับ สวัสดี.
พัฒนาผลงานของตัวเองโดยใช้ลูกศิษย์เป็นเครื่องมือเพื่อเลื่อนวิทยะฐานะ และสนองตอบทางด้านการเงิน
แต่กลับลืมไปว่าคุณครูคือ ผู้สร้างบุคคลกร เพื่อให้สังคมและประเทศพัฒนา ทัดเทียมกับนาประเทศ ดูตัวอย่างสิงค์โปรและไต้หวัน
ที่เน้นการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์
ข้อคิดเลื่อนเป็นผู้ชำนาญการพิเศษ ตัวดัชนีชี้วัด คือ อะไร ลูกศิษย์เป็นคนดีไหม สามารถศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้กี่%
ดูตัวอย่างโรงงเรียนของ ดร. องอาจ ชุมสาย ณ อยุธยา