2. เทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่ว่าเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การจัดการศึกษาบรรลุอุดมการณ์การศึกษาตลอดชีวิตสำหรับทุกคนคือ เทคโนโลยีสมัยใหม่ จะช่วยให้คนที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษามีโอกาสมากขึ้น เพราะปัจจุบันเราถือว่าเป็นยุคโลกไร้พรมแดน แม้จะอยู่ห่างไกล ก็สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้ทัดเทียมกัน และทำให้เกิดการศึกษานอกระบบที่เป็นการศึกษาที่สามารถพัฒนาตนเองได้ ส่วนคนที่อยู่ในระบบการศึกษาก็สามารถนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น
โรงเรียนสตรีสมุทรปราการ ได้คำนึงถึงการบริหารการศึกษาในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ และได้เพียรพยายามที่จะพัฒนางานโรงเรียนให้มีความรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ ในขณะเดียวกันก็สามารถ กำกับติดตามการทำงานให้เป็นไปตานโยบาย ตามแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีแนวคิดในการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการของโรงเรียนอย่างเป็นระบบ โดยเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการบริหารลงบนโปรแกรม Windows 95 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ทำให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ และการทำงานของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครื่องอื่นๆ ในโรงเรียนทำงานง่ายขึ้น ที่สำคัญได้มีการจัดเตรียมวิธีการที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ใช้ในเครือข่ายด้วยกันได้ง่ายขึ้นโดยการเตรียม Menu Icon Dialog Box ที่เข้ามาแทนที่คำสั่งต่างๆ ที่ใช้บ่อยใน Dos นอกจากนั้นยังได้พัฒนาศูนย์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายในโรงเรียนสตรีสมุทรปราการจากระบบ Work Group เป็น Windows NT มีเรือข่ายในระบบบริหาร 13 สถานี และได้ติดตั้งระบบข้อมูลสารสนเทศทางไกล Internet เป็นแม่ข่ายของโรงเรียน 3 แห่ง คือ โรงเรียนสมุทรปราการ โรงเรียน
วิสุทธิกษัตรี และโรงเรียนบางกะปิ ในการจัดระบบเครือข่ายดังกล่าวจะจัดให้ครอบคลุมการทำงานทุกฝ่าย และคำนึงว่างานใดที่ต้องใช้ข้อมูลมากๆ มีความยุ่งยากในการทำงาน และมีการพัฒนาโปรแกรมโดยคำนึงถึงการใช้ฐานข้อมูลร่วมกันมากที่สุด ในการใช้โปรมแกรมที่ได้นำเข้ามาใช้ในเรื่องของงานบริการแนะแนว คือ
1. งานระเบียนสะสม โดยขอความร่วมมือกับบริษัทคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่งในการเขียน
โปรแกรมระเบียนสะสมขึ้นใช้เองในโรงเรียน โดยใช้ข้อมูลพื้นฐานความต้องการที่จะรู้จักนักเรียน เขียนเป็นโปรแกรมลงบน Microsoft Access และใช้เป็นระบบ Net Work บน Microsoft Windows NT การใช้ระบบระเบียนสะสมบนคอมพิวเตอร์ ทำให้งานแนะแนวสามารเก็บรวบรวม สืบค้น ถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เอื้ออำนวยความสะดวก ในการกรอกข้อมูลของนักเรียน เนื่องจากระบบเป็นระบบ Net Work ซึ่งสามารถเรียกใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโรงเรียน
2. งานบริการสนเทศ ได้มีการสำระบบคอมพิวเตอร์ และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศผ่านเครือข่าย Internet มาใช้ในการให้ข่าวสารและข้อมูลในด้านต่างๆ คือ
2.1 แนะแนวการศึกษา โดยผ่านเครือข่าย Internet ไปยังสถาบันการศึกษาทั่วโลก โดยนักเรียนสามารถเรียกใช้บริการแนะแนวการศึกษานี้ได้ด้วยตนเอง
2.2 แนะแนวอาชีพ โดยผ่านเครือข่าย Internet ไปยังแหล่งประกอบการทั่วโลก โดยนักเรียนสามารถเรียกใช้บริการแนะแนวอาชีพได้ด้วยตนเอง
2.3 แนะแนวด้ายบุคลิกภาพ ได้มีการจัดคอมพิวเตอร์จำนวน 2 เครื่อง ในการใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยา เช่นแบบทดสอบความสนใจทางอาชีพ แบบประเมินตนเอง โดยสามารถประเมินผลการทดสอบและให้คำตอบแก่ผู้ทดสอบได้ตามหลักวิชาการ ซึ่งนักเรียนสามารถที่จะขอใช้บริการนี้ได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีทำงานร่วมกับระบบวัดผล และงานกิจการนักเรียน ในการออกบัตรประจำตัว ซึ่งเสมือนบัตรผ่านที่สำคัญของนักเรียนที่จะติดต่อในเรื่องต่างๆ ของนักเรียนกับโรงเรียน ในการทำบัตรประจำตัวจะประกอบด้วยการถ่ายภาพจากกล้องดิจิตอล ผ่านเข้าสู่ระบบเลขประจำตัว ห้องเรียน มีการทำแถบรหัส Bar Code เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการอ่าน และค้นหาข้อมูลของนักเรียน ใช้ในการติดตามความประพฤติของนักเรียน ซึ่งเป็นระบบในการติดตามดูแลความประพฤติของนักเรียนขณะที่อยู่ในบริเวณโรงเรียน
อ้างอิง
กรมวิชาการ. วารสารวิชาการ เรื่อง การประกันคุณภาพการศึกษา ฉบับที่ 6 วันที่ 6 มิถุนายน 2541
โรงเรียนท้องเนียนคณาภิบาล. รายงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา เรื่อง ข้อมูลพื้นฐานโรงเรียนท้องเนียนคณาภิบาล ประจำปี 2549
กระทรวงศึกษาธิการ สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา การจัดการความรู้ในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ : อัดสำเนา 97 หน้า, 2548โรงเรียนท้องเนียนคณาภิบาล. รายงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา
เรื่อง ข้อมูลพื้นฐานโรงเรียนท้อง เนียนคณาภิบาล ประจำปี 2549