รวมกันเราอยู่ แยกคู่เธอสบาย ^_^

     กลับมาทำงานอีกครั้ง หลังจากเข้ารับการอบรม KM Cognitive Coaching  ที่โรงแรมบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี  ข่าวแรกที่ได้รับทราบคือ รายวิชาที่จะต้องสอนในภาคเรียนที่ 2 ซึ่งจะเปิดทำการสอนในวันที่ 15 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ (โอ้...ยังไม่ได้ปิดเทอมเลยนะเรา...จะเปิดเทอมแล้วหรือนี่...) จำนวน 6 รายวิชา ได้แก่

  1. ระบบเครือข่ายเบื้องต้น  ชั้นม.5/8
  2. คอมพิวเตอร์  ชั้น ม.5/5-8
  3. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์  ชั้น ม.5/8
  4. คณิตศาสตร์คอมพิวเตอร์  ชั้น ปวช.3/1
  5. ภาษาอังกฤษในงานคอมพิวเตอร์  ชั้น ปวช.3/1
  6. Internet  ชั้น ปวช.3/1-2

    แหม ๆ ดูจากรายชื่อวิชา รู้สึกเหมือนเราเก่งจังเลยเน๊อะ ช่างเป็นผู้รอบรู้เกี่ยวกับงานคอมพิวเตอร์ซะจริงเชียว   น่าหนักใจแทนลูกศิษย์เหลือเกิน โดยเฉพาะห้อง ม.5/8  ที่จะต้องเรียนกับครูคนนี้ถึง 8 คาบ/สัปดาห์  เรียกว่า เจอกันจนกว่าจะเบื่อกันไปข้าง....

     ในบรรดารายวิชาเหล่านี้ มี 1 วิชาซึ่งยังไม่เคยสอนมาก่อนเลยและรู้สึกหนักใจ คือ วิชาระบบเครือข่ายเบื้องต้น  หลังจากเปิดหนังสือดูคร่าว ๆ แล้วพบว่าเนื้อหาการสอนประกอบด้วยภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ  ในส่วนของภาคทฤษฎีนั้น ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาค้นคว้าทำความเข้าใจในเนื้อหา และออกแบบการสอน  ปัญหาคือ ในส่วนของภาคปฏิบัติซึ่งเรายังไม่เคยปฏิบัติการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย หรือแม้กระทั่งเดินสาย LAN ก็ไม่เคย แล้วจะสอนให้ผู้เรียนปฏิบัติได้อย่างไร 

      หลับตาพักสมอง 2 วินาที (มองเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของท่าน ดร.สุวัฒน์ และทีมงาน) ก็เกิดไอเดียปิ๊งทันที... ก็เพิ่งจะอบรมการใช้เครื่องมือ KM นี่นา  คงจะมีเครื่องมือที่ช่วยอะไรเราได้บ้างล่ะ    

      ว่าแล้วก็หยิบ(ร่าง)คู่มือการจัดการความรู้ที่คณะวิจัยได้ให้ไว้ชื่นชมยามคิดถึง...เปิดไปเปิดมาก็พบว่าเครื่องมือหลายตัว สามารถนำมาแก้ปัญหาเราได้   แต่มีตัวนึงที่สะกิดใจ และน่าจะทำได้ง่ายก็คือ เทคนิค peer assist  (เพื่อนช่วยเพื่อน)  ในเมื่อเรามีคุณครูเจ้าหน้าที่สุดหล่อประจำห้องระบบเครือข่าย  (คนนี้เค้าเก่ง) สามารถช่วยเราได้  คงต้องไปขอให้เค้าช่วยถ่ายทอด/สอน/แนะเคล็ดวิชา เพื่อนำไปฝึกปฏิบัติแล้วถ่ายทอดให้กับผู้เรียนอีกครั้ง 

     แต่เมื่อนึกถึงทักษะความชำนาญพิเศษและการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการสาธิตในชั้นเรียนแล้ว บุคคลที่จะสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ได้ดีที่สุด ก็น่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและมี Best Practice ของตัวเอง ดังนั้น การเชิญครูเจ้าหน้าที่ท่านนี้ มาสอน ในรูปแบบของ Team Teaching  คือ ช่วยกันสอน ในเรื่องที่ตนถนัด และช่วยกันเติมเต็มในส่วนที่แต่ละคนขาดหายไป  วิธีนี้น่าจะเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดีที่สุด

     เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป...คุณครูเจ้าหน้าที่จะใจอ่อนกับลูกตื้อของเจ้ากัตหรือไม่  และจะมีการ Design รูปแบบการสอนอย่างไร โปรดติดตามต่อไปนะคะ...

ปล. หรือใครมีเทคนิคการตื้อดี ๆ ช่วยแนะนำเจ้ากัตด้วยนะคะ