สถาบันทักษิณคดีศึกษากับการจัดการความรู้
โลกยุคปัจจุบันแข่งขันกันด้วยความสามารถในการนำความรู้มาสร้างนวัตกรรมสำหรับใช้เป็นพลังการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมหรือความอยู่ดีกินดีและความสุขของคนในสังคม ไม่ใช่แข่งขันกันด้วยการ สั่งสมปัจจัย เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ ทุน หรือ แรงงานอย่างที่เป็นมาแต่เดิม โลกยุคปัจจุบันเป็นสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ (knowledge based society and economy) หรือเรียกว่ายุคแห่งความรู้ การจัดการความรู้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบกิจการทุกประเภท สำหรับประเทศไทยมีสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม หรือ สคส. เป็นหน่วยงานส่งเสริมการจัดการความรู้ในบริบทต่าง ๆ ของสังคมไทย สังกัดสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมาระบบงานจะเป็นเรื่องการทำงานอย่างเป็นระบบ ใครจะทำอะไรต้องเป็นไปตามขั้นตอน ตามเป้าหมายที่มีกฎเกณฑ์ และนโยบายตั้งไว้ แต่ระบบงานในปัจจุบันแนวคิดเหล่านั้นได้ปรับเปลี่ยนมาเป็น ต้องดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้งานมีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้นโดยการใช้และการสร้างความรู้เพิ่มขึ้น นั่นคือทุกคนต้องรู้จักจัดการกับความรู้ส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานให้มากขึ้นและก็ต้องรู้จักแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในกลุ่มทีมงาน ด้วยความเชื่อที่ว่า ประสบการณ์ของคนทำงานแต่ละคน (Work Experience)คือความรู้อันทรงพลัง (Leverage Knowledge) จึงสมควรที่สุดที่จะมา “แลกเปลี่ยนเรียนรู้”(Sharing Knowledge) ระหว่างกันเพื่อการจัดการให้เป็นองค์ความรู้ใหม่ (Knowledge Management หรือ KM) สถาบันทักษิณคดีศึกษาเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมภาคใต้จำนวนมาก ทั้งในลักษณะของข้อมูลที่เป็นเอกสาร ข้อมูลที่จัดแสดงวัตถุของจริง ข้อมูลภาพ - เสียง ซึ่งเป็นความรู้เปิดเผย (Explicit Knowledge) ที่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ง่าย และข้อมูลที่เป็นความรู้ในตัวบุคคล ซึ่งเป็นความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) อยู่ในความคิด ความเชื่อ ค่านิยม ประสบการณ์ที่สั่งสมมาของบุคคล ในปี พ.ศ.2550 สถาบันทักษิณคดีศึกษาจึงได้ตั้งเป้าหมายการจัดการความรู้ของหน่วยงานคือ การสร้างระบบการจัดการความรู้เรื่องพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยาเพื่อการท่องเที่ยวทางศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อให้บุคลากรในหน่วยงานได้นำความรู้ในเรื่องพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยาไปใช้เพื่อการแนะนำและอธิบายลักษณะของพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยาแก่บุคคลภายนอก และสามารถเป็นผู้นำชมที่ดีในการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา ตลอดจนนำข้อมูลองค์ความรู้ที่เป็นความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge)มากลั่นกรอง ออกมาเป็นความรู้เปิดเผย (Explicit Knowledge) โดยกระบวนการในการปฏิบัตินั้นสถาบัน ฯ ได้ตั้งคณะทำงานการจัดการความรู้มาร่วมกันระดมสมอง และจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้มีการเล่าเรื่องแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการทำงานในหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา จากกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เบื้องต้น สถาบันทักษิณ ฯ ได้รับข้อมูลจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น นายชัยวุฒิ พิยะกูล นักวิจัยชำนาญการ ๘ มีความเชี่ยวชาญเรื่องประวัติศาสตร์ โบราณคดีท้องถิ่น และศาสนา นายพิทยา บุษรารัตน์ นักวิจัยชำนาญการ ๘ มีความเชี่ยวชาญเรื่องวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคใต้ : หนังตะลุง โนรา นางสาวอุบลศรี อรรถพันธุ์ นักวิจัยชำนาญการ ๘ มีความเชี่ยวชาญเรื่องผ้าทอพื้นเมืองภาคใต้และพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา นางซัลมา วงศ์ศุภรานันต์ นักวิชาการช่างศิลป์ ๖ และ นายภิญโญ รัตนพงศ์ นักวิชาการศึกษา ๖ มีความเชี่ยวชาญเรื่องการออกแบบและจัดตกแต่งพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา นางสาวเขมิกา หวังสุข นักวิชาการศึกษา มีความเชี่ยวชาญเรื่องการอนุรักษ์โบราณวัตถุ และความรู้ทางโบราณคดี และ นายบุญเลิศ จันทระ นักวิจัย มีความเชี่ยวชาญเรื่องมานุษยวิทยาทางวัฒนธรรมภาคใต้ เป็นต้น ข้อมูลจากผู้ที่มีความรู้ดังกล่าว คณะทำงานการจัดการความรู้ได้นำไปพิจารณาวางแนวทางกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกิจกรรมนำชมพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยาโดยผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวข้างต้น ซึ่งถือเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ของแต่ละบุคคลสู่บุคลากรอื่น ๆ ข้อมูลความรู้ในตัวบุคคลที่รวบรวมได้ จะใช้เป็นประโยชน์โดยนำไปปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยาของสถาบันทักษิณคดีศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังเป็นข้อมูลความรู้ให้กับบุคลากรในฝ่ายงานต่าง ๆ ของสถาบัน ฯ นำไปใช้เผยแพร่สู่สาธารณชน และคาดหวังว่าผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา สถาบันทักษิณคดีศึกษา จะได้รับความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมภาคใต้เป็นอย่างดี