กระบวนการสวัสดิการภาคประชาชน เป็นการลงทุนทางสังคม เป็นการพัฒนาคน ที่เกิดผลในทางเศรษฐกิจ

งานศึกษาของดร.วรเวศม์พยากรณ์ไว้ชัดเจนว่าสถานะทางการเงินของกองทุนสวัสดิการภาคประชาชนสงขลาระดับตำบลหรือเชื่อมโยงเป็นหน่วยจัดการหนึ่งเดียวในระดับจังหวัดโดยสมมุติให้ทุกคนเข้าเป็นสมาชิก ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก กล่าวคือ

1)ปัจจัยสำคัญอยู่ที่เงินบำนาญ 
แม้ตัดเงินสวัสดิการอื่นๆออกไป หากยังคงอัตราบำนาญที่กำหนดไว้ กองทุนก็จะประสบปัญหาทางการเงินในระยะยาวโดยเริ่มตั้งแต่การจ่ายเงินบำนาญเป็นต้นไป
แต่หากลดเงินบำนาญลงก็จะยืดระยะเวลาประสบปัญหา
และหากตัดเงินบำนาญออกไปเลย เหลือเพียงสวัสดิการอื่นๆ กองทุน ก็จะไม่ประสบปัญหาทางการเงิน

2)การเพิ่มเงินสัจจะโดยสมาชิกหรือรัฐร่วมสมทบจะช่วยยืดระยะเวลาที่กองทุนจะประสบปัญหาออกไป กล่าวคือ ตามสวัสดิการ9เรื่องทีกำหนดไว้ในปัจจุบัน กองทุนจะมีเงินไหลออกมากกว่าไหลเข้าเมื่อเริ่มจ่ายเงินบำนาญ และเริ่มประสบปัญหาทางการเงินในปี 2572
โดยที่เงิน1บาทที่เพิ่มขึ้นจะช่วยยืดระยะเวลาออกไป12 ปี คือ
สัจจะ2บาท กองทุนจะเริ่มติดลบในปี 2584
3บาท  กองทุนจะเริ่มติดลบในปี 2596
4บาท กองทุนจะเริ่มติดลบในปี 2608

คำพยากรณ์ของดร.วรเวศม์มาจากหลักฐานข้อมูลประชากรในจังหวัดสงขลา ทั้งโครงสร้างอายุของประชากรและอัตราการเกิด โดยที่การเดินทางไปสู่ความแก่ของประชากรมีความเที่ยงตรงมาก เมื่อสรุปว่าสวัสดิการบำนาญเป็นปัจจัยหลักต่อความมั่นคงของกองทุน                คำพยากรณ์นี้จึงมีความแม่นยำสูงมาก

หากนำเงินกองทุนสะสมที่ค่อยๆโตขึ้นจนมียอดเงินสะสมสูงสุดก่อนจ่ายบำนาญประมาณ25,000,000,000ไปลงทุน ที่ง่ายที่สุดคือฝากธนาคารก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่แนวคิดของครูชบจะไม่นำดอกเบี้ยมาจ่ายสวัสดิการ
ดังนั้นหากรัฐร่วมสมทบตามข้อเสนอของชุมชนคือ1ต่อ1ใน3ระดับ รวม4บาทแล้ว กองทุนสวัสดิการจังหวัดสงขลาที่ครอบคลุมประชากรทั้งจังหวัดตามอัตราการจ่ายสวัสดิการที่กำหนดไว้ในปัจจุบันก็จะเริ่มประสบปัญหาทางการเงินตั้งแต่ปี2608เป็นต้นไป


ปัญหานี้สามารถเตรียมการแก้ไขล่วงหน้าได้ หากมองว่า กระบวนการสวัสดิการภาคประชาชน เป็นการลงทุนทางสังคม เป็นการพัฒนาคน  ที่เกิดผลในทางเศรษฐกิจ

คำถามคือ กระบวนการดังกล่าวเกิดผลตามที่กล่าวถึงมากน้อยแค่ไหน อย่างไร? เพราะเงินลงทุนของรัฐในแต่ละปีมีมากมายมหาศาล ถ้าจะลงทุนเพื่อการนี้แล้วเกิดผลคุ้มค่ามหาศาล ทำไมรัฐไม่เลือกช่องทางนี้?
คำถามคือ กระบวนการดังกล่าวเกิดผลในการพัฒนาทุนทางสังคม พัฒนาคน และพัฒนาเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน       อย่างไร?

พระอาจารย์สุบิน ปณีโต เคยเสนอให้มีการวิจัยเปรียบเทียบการลงทุนของรัฐผ่านกลไกที่มีอยู่กับการลงทุนโดยให้รัฐใช้เงื่อนไขเป็นหุ้นส่วนร่วมสมทบตามที่ขบวนสวัสดิการภาคประชาชนเสนอโดยใช้กลไกของชุมชน โดยเฉพาะสถาบันศาสนาในการพัฒนา

โครงการประสานงานวิจัยองค์กรการเงินและระบบสวัสดิการชุมชน โดยการสนับสนุนของสกว.เปิดรับสมัครโครงการวิจัยและพัฒนาตามแนวทางนี้ ท่านใดสนใจเขียนเข้ามาพูดคุยได้ครับ