การดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนในคลินิกโรคเรื้อรังของโรงพยาบาลนาเชือก

ประเด็นความสำเร็จของการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนในคลินิกโรคเรื้อรังของโรงพยาบาลนาเชือก

เรื่องเล่า

                ผู้รับริการในคลินิกโรคเรื้อรังโรงพยาบาลนาเชือก  มีผู้ป่วยและสามีเป็นเบาหวานทั้งคู่มาเป็นเวลา  8 ปีแล้ว  มีลุกเป็นผู้ดูแลที่บ้าน  ผู้ป่วยทั้งสองรายมีภาวะแทรกซ้อน  คือสามี  มีอาการมึนชาที่ขา  และผู้ป่วยเองก็มีอาการมึนชาที่ขาเช่นกันแต่อาการมากกว่าและมีขาอ่อนแรงร่วมด้วย  พฤติกรรมของผู้ป่วยรายนี้  กิน  นอนอยู่ที่บ้าน  ทำงานบ้านเล็กน้อย  และมีความคิดว่าตนเองเป็นผู้ป่วย  ไม่ออกกำลงกาย  ในด้านการรักษาได้รับยาลดน้ำตาลในเลือดเป็นแบบยากิน  ระดับน้ำตาลในเลือดมากว่า  200  mg%ทุกครั้งที่มารับบริการ  ส่วนสามีของผู้ป่วยมีพฤติกรรมดูแลตนเองคือออกกำลังกายโดยการเดิน  กินยาB1-6-12  ยาลดน้ำตาล  รับประทานอาหารพวกผัก  ลดการกินแป้งและน้ำตาล  นวดฝ่าเท้าด้วยตนเองด้วยโลชั่นผสมยาหม่อง  และแช่เท้าด้วยน้ำอุ่น แล้วอาการมึนชาลดลง  และระดับน้ำตาลประมาณ 150  mg%  ซึ่งสามีปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่  แต่ตัวผู้ป่วยเองรับฟังคำแนะนำแต่ไม่ปฏิบัติตาม  และเริ่มมีอาการขาอ่อนแรงนอกจากชา  เจ้าหน้าที่จึงสนใจผู้ป่วยคู่นี้  และศึกษาพบว่าสามีปฏิบัติตามคำแนะนำและอาการดีขึ้น เพราะมีแรงบันดาลคือคิดว่าตนเองเป็นเป็นหัวหน้าครอบครัวหากไม่ดูแลตนเองให้แข็งแรงจะไม่สามารถเป็นหลักให้ครอบครัวได้  จึงปฏิบัติตนตามคำแนะนำจนอาการดีขึ้น  ผู้ให้บริการจึงชี้ให้ผู้ป่วยเห็นถึงผลดีที่สามีปฏิบัติจนอาการดีขึ้น  และให้สามีกระตุ้นภรรยาให้ปฏิบัติ  จนภรยาอาการดีขึ้น  เดินได้ด้วยการใช้ไม้ค้ำยัน  และเจ้าหน้าที่ได้ออกไปเยี่ยมบ้านบ่อยขึ้น  ไปสอนและให้ความรู้ที่บ้าน เน้นให้ทราบถึงอันตรายของภาวะแทรกซ้อน  โดยยกตัวอย่างผู้ป่วยที่พิการ  อัมพาตที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อน  และมีรูปประกอบด้วย

เคล็ดลับ/เทคนิค <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1.       ทำกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน  จัดกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานให้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทุกเดือน  โดยการบอกเล่าประสบการณ์จริงในการคุมระดับน้ำตาลที่ได้ผล</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2.       สร้างแรงจูงใจจากนที่รักและใกล้ชิด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">-          ยกตัวอย่างจริงที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานที่ผู้ป่วยรู้จัก</p>-          อธิบายโดยมีภาพและเอกสารประกอบ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">3.       การเยี่ยมบ้าน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">-          รูปแบบการเยี่ยมบ้านที่มีบรรยากาศเป็นกันเอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">-          เยี่ยมบ้านสม่ำเสมอ  สัปดาห์ละ 1 ครั้ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">-          พูดคุยโดยใช้ภาษาพื้นบ้าน  เข้าใจง่าย  ถ่ายทอดชัดเจน</p><p>หมายเหตุ  ผู้เล่า คุณพิสมัย  ประทุมวัน  ผู้ร่วมกลุ่ม คุณนภาพร  อิ่มสันเทียะ เภสัชกร, คุณเนาวรัตน์  ไชยมนตรี  พยาบาลวิชาชีพ ,คุณทองพันธ์  สีแก้ว  จพง. วิทยาศาสตร์การแพทย์, น.ส. ยศวดี  จำนงนิตย์  พยาบาลวิชาชีพ ,นางยุวธิดา  มโนรัตน์   พยาบาลวิชาชีพ, นางยุพาภรณ์  บูรภักดิ์  พยาบาลวิชาชีพ </p><p>กลุ่มที่  2  ความสำเร็จในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานระดับน้ำตาลสูงกว่า  300  mg% ที่มีอาการทางคลินิก</p><p>เรื่องเล่า </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                ผู้ป่วยมารับบริการที่สถานีอนามัยในวันหยุดมีพยาบาลอยู่เวร  1  คน  ผู้ป่วยมาด้วยอาการหูอื้อ  แน่นท้อง  มา 15  นาที  มีประวัติเป็นโรค  เบาหวาน  ความดันโลหิตสูง  และไตวายเรื้อรัง  เจาDTX  ได้ 345  mg%  ได้ให้ยา  M.Car 1 ช.ต. x 3 pc. และให้คำแนะนำการปฏิบัติตัว  และให้นอนobserve อาการที่ สอ. แต่ผู้ป่วยปฏิเสธ  ขอกลับไปนอนที่บ้าน  อีก 10  นาทีต่อมาผู้ป่วยกลับมาที่ สอ.อีกด้วยอาการหูอื้อ  เหงื่อออก  ตัวเย็น สีหน้ากังวลมาก  กระหายน้ำ  จึงเจาะ DTX  ได้ HI  วัด V/S  T= 36.5 C  , P = 86 ครั้ง/min , R = 24  ครั้ง/min , BP = 140/ 80 mmHg  ไม่บวม  จึงได้โทร. Consult  ER  รพ.นาเชือก  พยาบาลER สั่งให้ 0.9% NSS 1000 cc drip 80 cc/ hr , RI  10  U  vein  stat.  และให้รถ EMS ออกรับ  EMS ออกมารับพร้อมพยาบาลใน 15 นาทีหลังจากแจ้ง  ผู้ป่วยได้รับการadmitted  และ  1  สัปดาห์ต่อมาผู้ป่วยกลับมาขอบคุณเจ้าหน้าที่สอ. ที่ช่วยให้ตนปลอดภัย</p>เคล็ดลับ/เทคนิค <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1.       ถ้าผู้ป่วยเบาหวานDTX >300  mg% และมีอาการทางคลินิก(Hyperglycemia) ห้ามให้กลับบ้าน(จุดตาย)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2.       ห้ามให้ IV ที่มี Dextrose (ข้อควรระวัง)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">3.       ความรวดเร็วในการตัดสินใจเรียกบริการEMS ภายใน  1 นาที</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">4.       จัดระบบEMS ให้เข้าถึง สอ. ภายใน  10 นาที</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">5.       ระหว่างรอ  ให้ปฏิบัติตามProtocol  ของแพทย์ที่order ไว้(ตอนนี้ไม่มีในระดับสอ.</p>หมายเหตุ  ผู้เล่า น.ส.เกษร  ปะตังธานี  ผู้ร่วมกลุ่ม  น.ส.พวงพันธ์  ชารีอัน  เภสัชกร, น.ส.ทัศนีย์  กุลจรัสบรม  พยาบาลวิชาชีพ ,นางวลีรัตน์  ปุเลทะตัง  พยาบาลวิชาชีพ, นางปิยะนันท์  ศิริยะ  พยาบาลวิชาชีพ,