สุรา เมรัย มัชชะ

ว่าจะเล่านิทานเรื่องกำเนิดสุรามาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาส ครั้งนี้สบโอกาสเพื่อจะ link ไปยัง เล่าเรื่องสิงคาลกสูตร ๘ .... แต่ก่อนจะเล่านิทานก็จะว่าด้วยความหมายตามศัพท์ก่อน...

สุรา มาจากรากศัพท์ว่า สุ แปลว่า ไหลหยด นั่นคือ น้ำที่ปรุงขึ้นมาจากการกลั่นให้ไหลลงที่ละหยดๆ ชื่อว่าสุรา  (สำหรับผู้เคยหุงเหล้าเถื่อนคงจะเข้าใจดี ส่วนตัวผู้เขียนเคยเห็น และเคยช่วยเขาหุง)...

บางมติบอกว่า สุ รากศัพท์นี้ มีความหมายว่า ดื่ม โดยมีวิเคราะห์ว่า...

ชนํ สุราเปตีติ สุรา น้ำเมาใดยังคนให้ดื่มอยู่ เหตุนั้น น้ำเมานั้น ชื่อว่า สุรา (ทำให้คนดื่ม)

อธิบายว่า ตัวของสุราเองนั้น มีความสามารถบางอย่างในการยั่วยวนให้คนหลงใหลแล้วต้องดื่มเข้าไป... ประมาณนั้น

......

เมรัย เป็นศัพท์ตัทธิต (ชื่อไวยากรณ์บาลีชนิดหนึ่ง) แปลงมาจากคำว่า มทะ แปลว่า มึนเมา โดยมีวิเคราะห์ว่า.... 

มทํ ชเนตีติ เมรยํ น้ำเมาใด ยังความมึนเมาให้เกิดขึ้นอยู่ เหตุนั้น น้ำเมานั้น ชื่อว่า เมรัย (ทำความมึนเมาให้เกิดขึ้น)

......

มัชชะ มาจากรากศัพท์ว่า มทะ ในความหมายว่า มึนเมา ดังวิเคราะห์ว่า...

มชฺชนฺติ เอเนนาติ มชฺชํ ชนทั้งหลาย ย่อมมึนเมาด้วยน้ำชนิดนี้ ดังนั้น น้ำชนิดนี้ ขื่อว่า มัชชะ (เป็นเหตุมึนเมา)

ความต่างกัน ก็คือ สุรา หมายถึง เหล้ากลั่น... เมรัย หมายถึง เหล้าดอง เช่น หวาก กระแช่ อุ สาโท... ส่วน มัชชะ เดิมที่หมายรวมทั้งสุราและเมรัย ปัจจุบันอาจรวมเอายาเสพติตทุกชนิด ...ประมาณนี้

.....

อีกมติหนึ่ง ที่ได้ชื่อว่า สุรา เพราะนายสุระ เป็นผู้คนพบคนแรก ดังมีนิทานใน อรรถกถากุมภชาดก ว่า

พรานคนหนึ่งชื่อนายสุระ เข้าไปยังป่าหิมพานต์ เจอไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง แตกเป็นคาคบสามกิ่ง ตรงคาคบมีโพรงเท่าตุ่ม เมื่อฝนตกก็มีน้ำขังอยู่ในโพรงไม้นี้.... ใกล้ๆ ไม้ต้นนี้ก็มี ต้นสมอไทย มะขามป้อม และมีเถาพริกไทยขึ้นเลื้อยอยู่ด้วย เมื่อผลสุกแล้ว ทั้งมะขามป้อม สมอไทย และเมล็ตพริกไทยก็หล่นลงในโพรงนี้...

ใกล้ๆนั้น ก็มีข้าวสาลีป่า นกคาบมากินที่ต้นไม้นี้... เมื่อแดดร้อนจัด น้ำในโพรงก็กลั่นตัวเองตามธรรมชาติ... นกทั้งหลาย ก็ไปดื่มกินน้ำในโพรงนี้ เกิดมึนเมาขึ้น บางตัวก็หล่นลงมา สลบอยู่ครู่หนึ่งก็ตื่นขึ้นมา บินไปได้ตามปกติ... นายสุระ พิจารณาเห็นว่า น่าจะไม่มีอันตราย จึงลองขึ้นไปบนต้นไม้ตักมาชิมดู...

นายสุระ ดื่มไปก็รู้สึกครื้มใจ จึงจับนกที่หล่นอยู่มาปิ้งกินแกล้มสบายใจ... ดื่มกินอยู่คนเดียวนานๆ ไม่สนุก จึงนำไปฝากฤาษีซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นั้น... ฤาษีนี้ชื่อ วรุณ ทั้งสองดื่มเหล้าแกล้มนกปิ้งก็รู้สึกครื้มอกครื้มใจ จึงชวนกันนำน้ำนี้เข้าไปเผยแพร่ในเมือง....

นิทานยังอีกยาว ผู้สนใจไปอ่านต่อที่ กุมภชาดก.

......

เพราะฤาษีวรุณ เป็นผู้ค้นพบร่วมกับนายสุระ ดังนั้น คำว่า วารุณี จึงสามารถแปลว่า เหล้า ได้เช่นเดียวกัน โดยความหมายว่า...

  • น้ำของนายสุระ ชื่อว่า สุรา
  • น้ำของฤาษีวรุณ ชื่อว่า วารุณี

อนึ่ง นิทานนี้ไปจบที่ พระเจ้าสัพพมิตต์ ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของชื่อว่า กรมสรรพสามิต ในปัจจุบัน....