เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2550 ตื่นแต่เช้าเพราะมีภาระกิจที่จะต้องเดินทางเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เป็นเรื่องที่เลขาจำเป็นอยากจะไปด้วยเพราะเป็นเรื่องของประเทศที่ทุกคนต้องรู้ถึง "สถานการณ์หลักประกันทางเศรษฐกิจสำหรับผู้สูงอายุไทย" ทางเครือข่ายองค์กรชุมชน "ออมบุญวันละหนึ่งบาทเพื่อสวัสดิการชุมชน จังหวัดลำปาง" โซนใต้ ได้เคยให้ข้อมูลกับ ผู้อภิปรายข้อเสนอ "การจัดตั้งระบบบำนาญแห่งชาติในประเทศไทย" โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งอาจารย์ได้มาในพื้นที่เครือข่าย และกลุ่มองค์กรที่อยู่ในเครือข่าย "ออมบุญวันละหนึ่งบาทฯ" แล้ว 2 ครั้ง และได้ช่วยให้ชาวบ้านได้มีการเปลี่ยนแปลงในองค์กรชุมชน "ออมบุญวันละหนึ่งบาทฯ" ซึ่งทางเครือข่ายองค์กรชุมชนนี้ รู้สึกดีใจมากที่อาจารย์ยังติดตามเรื่องนี้ตลอด และได้นำข้อมูลที่ทางกลุ่มได้ส่งมาให้อาจารย์ได้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลขององค์กรชุมชน ถึงแนวทางการจัดสวัสดิการที่มีความยั่งยืนในระดับหนึ่งและได้รับข้อเสนอแนะด้วย เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มที่อาจารย์ได้เขียนถึงกลุ่มต่างๆ ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน เปรียบกับกลุ่มของสงขลา แล้วพอจะหาทางที่จะต้องปรับให้มีความยั่งยืนตามวิถีชาวบ้านทำงานให้เกิดความยั่งยืนของกองทุนที่ชาวบ้านได้รวมตัวกันทำเอง แต่บางเรื่องก็ต้องอาศัยหลักวิชาการ จากท่านอาจารย์และผู้รู้หลายท่าน เช่น พ่อเคล้า และพ่อชบ จากสงขลา การไปประชุมครั้งนี้ทำให้เลขาจำเป็นได้มีกำลังเพิ่มที่จะทำงานให้กับสังคม ชุมชน และทุกพื้นที่ ที่ต้องการจะทำงานเพื่อเป็นการทำความดีถวายให้กับในหลวงของประเทศไทยเรา
เห็นหนังสือที่อาจารย์ได้เขียนเปรียบเทียบอายุของสมาชิกเป็นกราฟที่เห็นแล้วทุกคนเอาใจใส่ผู้สูงอายุมากว่า ได้มีการออมให้ผู้อายุมาก แต่ก็เป็นผลกระทบกับกลุ่มที่มีผู้สูงอายุเป็นสมาชิกมากเหมือนกัน จึงทำให้คนทำงานต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์แต่ละครั้งจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ที่เคยจัดให้กับสมาชิก เพื่อที่จะทำให้กลุ่มนั้นได้มีสมาชิกที่มีอายุที่แตกต่างกันไป เพื่อให้เกิดการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขร่วมกัน เอื้ออาทรต่อกัน และเป็นสังคมที่เข็มแข้ง และน่าอยู่ในภาวะสถานะการณ์ที่หารอยยิ้มอยากจัง
เพราะว่าการจ่ายเบี้ยยังชีพของตำบลที่กองทุนตั้งอยู่นี้มีการแจกเบี้ยยังชีพให้กับชุมชนในตำบลล้อมแรด ในวันนี้ด้วยแล้วบางคนรู้ว่าเลขาจำเป็นไปงานประชุมเรื่องผู้สูงอายุมา เลขาจำเป็นไม่รู้ว่าจะพูดว่าอย่างไร ที่เบี้ยยังชีพที่ได้นั้นไม่ทั่วถึง จึงได้แต่บอกว่าให้ทุกคนช่วยกันสะสมเงินออมของตนเองไว้ก่อนเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทำแล้ว อย่ารอเวลา หรือวาสนา มันคงจะไม่ช่วยให้เราต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นสักเท่าไหร่
วันนี้เปิดสำนักงานก็ได้จ่ายสวัสดิการเยี่ยมไข้ให้กับสมาชิกแล้ว และได้มีสมาชิกพูดว่าออมกันวันละบาทก็ดีไม่ต้องไปง้อให้คนอื่นจ่ายก็ได้แค่เงินบาทเดียว เลขาจำเป็นมีความรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นเพราะชาวบ้านยังมีความคิดที่จะพึ่งตนเองอยู่
ยังมีอีกหลายท่านที่เลขาจำเป็น รู้จักและยังไม่ได้เอ่ยนาม คงจะไม่ว่านะค่ะ โอกาสหน้าจะเข้ามาเขียนถึงการทำงาน รายงานความก้าวหน้าขององค์กรชุมชน "ออมบุญวันละหนึ่งบาทฯ" ต่อนะค่ะ
นกน้อยทำรังแต่พอตัว