แม่จะพยายามไม่ร้องไห้ ไม่เครียดต่อหน้าลูกของแม่ แม่มีเหตุและผล คือ ลูกแม่ไม่เครียด และมีกำลังใจจะสู้ต่อไป
  ากแม่คนหนึ่งที่ชีวิตนี้มีผู้สืบสายเลือด 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน อายุ 15-11-5 ขวบ ปกติลูกทั้ง 3 คน มีร่างกายแข็งแรง  จนปี พ.ศ. 49 เดือนสิงหาคม มันน่าเป็นเดือนของวันแม่ที่มีความสุขเหมือนทุกปี แต่ปีนี้ได้เกิดเหตุรายกับลูกชายคนที่ 2

  ลูกเป็นไข้ ปวดตามข้อ มีจุดจำๆ เหมือนโดนของแข็งทิ่มเป็นจุดๆ วันที่ 28 สิงหาคม แม่ได้พาลูกเต้ย หรือ ด.ช. โสภณ มาเจริญ แม่พาน้องมาตามหมอบอกว่าให้เอาไปรักษาที่ รพ. เด็ก อยู่ติดกับ รพ.ราชวิถี วันแรกวุ่นวายสับสนมากกว่าจะทำเรื่องราวอะไรๆ เกี่ยวกับเอกสารเสร็จ ก็บ่ายกว่า และกว่าจะได้เตียง ต้องรอเหมือนแสวงทองคำ แต่สิ่งที่แม่ว่าแม่ไม่ผิดหวังที่พาลูกมารักษาที่ รพ.เด็ก คือการรักษาของอาจารย์ดีมาก ให้ความเป็นกันเองดี คุณหมอและพยาบาลจะเรียกบรรดาแม่ ที่พาลูกๆ มารักษา ว่า "แม่" ทุกคำ และนิสัยก็ดีพอสมควร ไอ้ที่ดีมากก็มีแต่น้อย และไอ้ที่ไม่มีมารยาทก็มี เหมือนไม่มีการอบรมก่อนการทำงาน แต่ไม่ไม่ว่าเขามากหรอก เขาไม่ได้ทำอะไรให้แม่ แต่แม่เห็นเขาทำกับคนอื่น แต่มันก็เป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้เขาพัฒนากันดีขึ้น บางคนที่ทำเชิดหยิ่งก็รู้จักหัวผู้ใหญ่มากขึ้น แต่บางคนอยู่อย่างไงก็อยู่อย่างนั้น แม่ไม่ชอบอยู่อย่าง แต่ก็เข้าใจดีนะว่า นักศึกษาที่มาเรียนแพทย์ เข้าต้องการความรู้ (แต่เขาจะมีความสามารถรึเปล่ามันเรื่องของเขา) แต่แม่ว่าเขาเก่งแต่การจดการถามมากกว่า เพราะการทำงานการสัมผัสกับผู้ป่วยแทบไม่มี (บางคนนะ) ส่วนมากพยาบาลจะเป็นคนทำ แม่ว่ามันแปลกเขาน่าจะลองเรียน และสัมผัส ปฏิบัติบ้างน่าจะดี จบไปไม่อยากมั่นใจเลยนะ (บางคน) <p align="center"></p><p align="justify">          ม่ชอบอยู่อย่างหนึ่งคือ มีน้องๆ พี่ๆ อาสาที่มาคอยช่วยผ่อนคลายเด็กๆ และดูแลแทนแม่ๆ ของแต่ละคนในบางครั้ง แม่ว่าก็ OK นะ เพราะพวกเด็กๆ ได้ความรู้และผ่อนคลายอารมณ์ด้วย ทุกคนที่มีอาชีพบริการไม่ว่าจะอาชีพอะไร?  แม่ว่าน่าจะปรับอารมณ์ส่วนตัวกันบ้างน่าจะดีนะ และแม่บางคนก็มีอาการเครียดเกินไปก็มีนะ แต่สำหรับแม่ความรู้สึกแม่สู้ ลูกของแม่ก็ต้องสู้ แม่จะบอกเขาตลอดเวลา ไม่ว่าจะไม่มีเวลาเหลืออยู่เท่าไร สำหรับเราแต่เราจะทำมันให้ดีที่สุด </p><p align="center"></p><p align="justify">           ม่จะพยายามไม่ร้องไห้ ไม่เครียดต่อหน้าลูกของแม่ แม่มีเหตุและผล คือ ลูกแม่ไม่เครียด และมีกำลังใจจะสู้ต่อไป บางคนว่าแม่ว่า "ทำไมลูกเป็นขนาดนี้จึงไม่เศร้าละ" แม่ดีใจที่มีคนถาม แม่จะตอบว่า "ลูกเรายังไม่ตาย จะรีบร้องไห้ทำไม ลูกเห็นจะคิดอย่างไร" แม่แคร์ความรู้สึกของลูกแม่นะ เวลาเห็นลูกโดนทำการรักษา แม่ใจแทบขาด แต่แม่จะกระซิบและบีบมือบอกลูกเสมอว่า "สู้นะลูก ทนเท่าที่เราจะทนได้ ถ้าลูกทนไม่ไหวก็หลับนะ หลับให้สบาย แม่จะอยู่ข้างๆลูกตลอดเวลา" แม่เชื่อว่ายาราคาเป็นล้านเป็นแสน ก็สู้ยาจากใจแม่ไม่ได้หรอก ลูกแม่มีกำลังใจที่ดีเสมอมา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการเรียนรู้ชีวิตได้หลายเรื่องราว การเจอผู้คน การปรับตัวเวลาอยู่ใน รพ. และได้เรียนรู้เรื่องโรคภัยเยอะแยะ ชีวิตของบรรดาแม่ๆ ของแต่ละคน อยู่คนละจังหวัด อยู่คนละที่ อยู่คนละแบบ แบบของครอบครัวมาไม่เหมือนกัน แต่ต้องมาอยู่ใช้ชีวิตรวมกัน สาระพัดเรื่องราว ที่ผ่านมาควรทำให้มีความสุขเท่าที่จะมีได้ อยากสะสมแต่ความทุกข์ อย่าทำแต่เรื่องเศร้า เอาเวลาที่เหลือทำดีที่สุดกันเถอะ</p><p align="justify">ปล. ขอบคุณแม่นก ที่แชร์เรื่องเล่าให้ได้เอามาลงให้ทุกคนได้อ่านและรับรู้ </p>