Advance practice nurse in peditric oncology
ดิฉัน จบ ป. ตรี (วท.. พยาบาล ) จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัย

ขอนแก่น ปี พ.. 2529 ดิฉันเลือกเป็นพยาบาลเด็กด้วยใจชอบ ตอนเรียน ป. ตรี ก็เลือกเรียน advance เด็ก เริ่มปฏิบัติงานในบทบาทพยาบาลประจำการ ระดับ 3 หอผู้ป่วยเด็ก  2ง แผนกการพยาบาลกุมารเวชกรรม งานบริการพยาบาล โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ. ขอนแก่น เงินเดือน ณ ขณะนั้น เริ่มต้นที่ 2,765 บาท  แต่ก็มีความสุขตามอัตถภาพภายใต้เศรษฐกิจพอเพียง ไม่เคยคิดอยากไปทำงานเอกชนหรือที่ที่มีรายได้เยอะๆ โดยส่วนตัวเงินคือปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต (แต่คงไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด) ณ หอผู้ป่วย 2ง นั้นเองเป็นสถานที่ที่ให้ดิฉันได้เรียนรู้ เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความสุขุมรอบคอบ ความละเอียดอ่อน และประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยเด็ก ทั้งในระยะวิกฤตและเรื้อรังที่อยู่ในภาวะด้านอายุรกรรมและศัลยกรรม ซึ่งขณะนั้นพี่เพ็ญประภา มงคลจันทร์ คือหัวหน้าหอผู้ป่วยเด็กที่ดิฉันปฏิบัติงานอยู่ พี่คอยให้คำแนะนำและช่วยสอนงาน รวมทั้งพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่ปฏิบัติงานด้วยกันในสมัยเมื่อ 20 ปี ที่แล้ว เราอยู่ด้วยกันแบบพี่น้อง รักใคร่ สามัคคี และ ปี พ.. 2530 พี่เพ็ญประภา ต้องย้ายไปทำงานที่ กทม. หัวหน้าตึกคนใหม่คือพี่คำหยาด ไพรี (สกุลเดิม สีสุมัง) ซึ่งก็คอยให้คำแนะนำ สอนงาน สนับสนุนในการปฏิบัติงานเช่นเดียวกัน การทำงานสอนให้ต้องอดทน ขยัน แบ่งปัน สม่ำเสมอ ทุ่มเท เสียสละ ชีวิตมีความสุขในระดับหนึ่ง เลิกงาน สังสรรค์เฮฮา shopping กับเพื่อนๆ ตามประสาเด็กสาววัยรุ่นสมัยนั้น และนอน แต่ที่แน่ๆ ทำให้เรามีความรู้ ความละเอียดรอบคอบ มีทักษะ มี ประสบการณ์ด้านการพยาบาลเด็ก (เป็นอย่างดี เป็นตัวอย่างแก่น้องๆในหอผู้ป่วย และเพื่อนร่วมงานเสมอๆ ไม่ได้ยอตัวเอง แต่นี่คือความจริง! ) พอทำงานมาระยะหนึ่ง แม้ทักษะ (skill) จะเพิ่ม แต่คิดว่าความรู้ (knowledge) จะต้องพัฒนาด้วย เพราะตอนทำงานสมัยเด็กๆ ไม่ค่อยได้เข้าห้องสมุด ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ ขึ้นเวร เช้า-บ่าย-ดึก หรือขึ้นต่อเวรเป็นเนืองๆ (routine work) จึงมีความรู้สึกว่า ณ ตอนนั้นมันเหมือนถึงจุดอิ่มตัว (คิดว่าบางท่านอาจจะเคยมีความรู้สึกแบบเดียวกับดิฉัน คงไม่ใช่เบื่อ ไม่ใช่ Burn out แต่เป็นความรู้สึกที่อยากเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาตัวเอง) ดังนั้น ปี พ.. 2536 ได้ลองสอบเรียนโทที่คณะศึกษาศาสตร์(จิตวิทยาการศึกษา ตอนนั้นมีความรู้สึกไม่อยากเรียนพยาบาล แต่ไม่ผ่านสัมภาษณ์เพราะลาเรียนไม่ได้) จึงได้สอบไปเรียนการพยาบาลเฉพาะทางระยะสั้น สาขาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ ณ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ศิริราช) ณ ตรงนี้ก็ทำให้ดิฉันได้เปิดโลกทัศน์ เห็นมุมมอง แนวทางในการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยที่ดี จากจุดนี้เองจุดประกายในใจว่าจะต้องกลับมาเรียนโทที่นี่อีก มองเห็นความหมายของการทำงานของวิชาชีพการพยาบาล ทำให้รู้สึกรักวิชาชีพมากขึ้น ประทับใจอาจารย์ที่ให้ความรู้ ให้ความเอาใจใส่ และให้กำลังใจ พอกลับจากการเรียนการพยาบาลเฉพาะทาง กลับมาทำปฏิบัติงานต่ออีก 3 ปีที่หอผู้ป่วยเด็ก 2ง แผนกการพยาบาลกุมารเวชกรรมเหมือนเดิม  และเมื่อปี พ.. 2539 ได้สอบเข้าเรียน  . โท ที่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ศิริราช) ที่เดิมเหมือนที่ได้ตั้งใจไว้ โดยเลือกเรียนสาขาการพยาบาลแม่และเด็ก เพราะเลือกเป็นพยาบาลเด็กด้วยหัวใจมาแต่แรก       ตอนที่มาเรียน ป.โท ได้ทำวิทยานิพนธ์ เรื่อง การรับรู้ผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดและพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อบรรเทาผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดในเด็กวัยเรียนโรคมะเร็งโดยพื้นฐานส่วนตัวมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ที่หอผู้ป่วยเด็ก 2ง เห็นปัญหา เห็นความทรมานของเด็กจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด จึงอยากทราบว่าเด็กเขารับรู้และมีพฤติกรรมการดูแลตนเองอย่างไร มีปัจจัยอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้และการดูแลตนเองของเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงพรรณนา เพราะเชื่อว่าหากเด็กมีการรับรู้ดีและถูกต้องเกี่ยวกับเคมีบำบัด น่าจะดูแลตนเองได้ดีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากยาเคมีบำบัด และตรงนี้เองอาจจะพอบอกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการซึมซับการเตรียมตัวการพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญในคลินิก หรือผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง (advance practice nurse: APN) ในเวลาต่อมา         เมื่อดิฉัจบ ป. โท กลับมา พ.. 2541 การทำงานก็ยังคงต้องขึ้นปฏิบัติงานในผลัดเวรเช้า บ่าย ดึก (ซึ่งต้องทำให้ได้ดี และเป็นตัวอย่างแก่น้องๆ ให้คำแนะนำให้คำปรึกษาแก่บุคลกรในผลัดเวรที่รับผิดชอบ การบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในเวร รวมทั้งให้คำปรึกษาทางด้านวิชาการ ทั้งในและนอกเวลาปฏิบัติงาน) รู้สึกว่าการทำงานมีภาระเพิ่มหลายเท่าตัว แต่นี่คือสิ่งที่จะต้องทำและทำด้วยความเต็มใจ เพื่อตอบแทนองค์กร ตอบแทนผู้ร่วมงานที่ให้เราได้มีโอกาสไปเรียนต่อ จึงพยายามหาความหมาย ( meaning) ของการทำงานๆ รู้สึกว่าไม่ใช่ทำให้จบในแต่ละเวรเหมือนเมื่อก่อน (เพราะตอนเป็นพยาบาล junior ทำงานเพื่อให้แล้วเสร็จ ไม่เป็นภาระแก่เวรอื่นๆ ทำบทบาทที่รับผิดชอบให้ดีที่สุดจบ) ทำให้มีความรู้สึกว่าเราน่าจะได้ใช้ความรู้ความสามารถได้เต็มศักยภาพมากกว่านี้ เคยขอย้ายเพื่อไปเป็นอาจารย์แต่ด้วยเหตุผลที่ยังติดทุนผูกพันทำให้คณะไม่อนุญาต จึงไปไม่ได้ แต่เมื่อมาคิดทบทวนความรู้สึกตอนนี้ดีที่ได้อยู่ที่นี่ อาจเป็นพรหมลิขิตที่จะต้องอยู่ที่ศรีนครินทร์แห่งนี้ จริงๆ แล้วรักการทำงานในคลินิก รักคนไข้ รักเพื่อนร่วมงาน  รักหน่วยงาน คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ทำงานจะให้ได้ดี  คงจะต้องมีองค์ประกอบและบริบทที่เกี่ยวข้อง อาจจะบอกว่าพยาบาลทำได้ทุกอย่าง แต่ทำให้ได้ดีในสายตาตนเองและคนอื่นให้เป็นที่ประจักษ์ ต้องอาศัยความร่วมมือของบุคลากรทุกระดับ ทุกบทบาท ซึ่งแต่ละคนต้องเข้าใจบทบาท เคารพ และยอมรับในแต่ละบทบาทซึ่งกันและกัน โดยส่วนตัวมองภาพการพัฒนาวิชาชีพการพยาบาลเป็นเรื่องส่วนรวม ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะโดยส่วนตัวเป็นคนที่ทุ่มเทในการทำงานด้วยหัวใจเกินร้อย  จึงได้แต่คิดว่าผู้บริหารควรกล้าลงทุน คัดสรร ใช้คนให้ถูกทาง สนับสนุน ใจกว้าง มีการจัดการระบบที่ดี ถึงจะได้ Out come ที่ต้องการ          และสามารถใช้ APN ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อองค์กรนั้นๆ       อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารหน่วยงานของดิฉัน ให้ความสำคัญและได้ให้โอกาสดิฉันพัฒนาตนเองด้านการบริหาร โดยไห้รักษาราชการแทนหัวหน้าหอผู้ป่วย 2 เป็นเวลา 2 ปี  ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ การบริหารจัดการทั้ง คน วัสดุอุปกรณ์ งบประมาณ รวมทั้งการดูแลผู้ป่วยเด็กไปพร้อมๆ กัน รู้สึกว่าตัวเองทำได้และพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ในสิ่งที่ได้รับมอบหมาย แต่มีความรู้สึกว่าทำไมพยาบาลทำงานมากเหลือเกิน (เป็นพยาบาลทำทุกอย่าง ทำได้ทุกอย่าง แต่ดีหรือเปล่า….น่าคิด!……ฉะนั้นเราน่าจะมี area of interest ของพยาบาล คือได้ดูแลคนไข้ ทำงานกับทีมสุขภาพ พัฒนาระบบการดูแลร่วมกันกับทีมการบริหาร สหสาขาวิชาชีพ ทีมผู้ปฏิบัติการพยาบาล ให้ได้ outcome ที่ดี) เพื่อการบริการสู่ความเป็นเลิศ (Best Practice) อย่างเป็นรูปธรรม และอาจเป็นความโชคดีของดิฉันเมื่อปี  .. 2545 ดิฉันมีโอกาสได้รับการสนับสนุนให้ไปพัฒนาตนเองในการดูแลผู้ป่วยเด็กเฉพาะทางเรื่อง Pediatric palliative care and hypnosis-hypnotherapy in children, Minnesota, USA เป็นเวลา 4 เดือน  ขอบพระคุณผู้บริหารแผนกทุกท่าน อาจารย์วัฒนา พุทธิสวัสดิ์  และผู้บริหารงานบริการพยาบาล และที่สำคัญขอขอบพระคุณ รศ. พญ. ศรีเวียง ไพโรจน์กุลที่สนับสนุนและผลักดันสำหรับการ formal training  ครั้งนี้ หลังจากรับวุฒิบัตร APN ได้เพียง 3 เดือน เมื่อกลับมาก็ได้นำความรู้ความสามารถมาประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยเด็กและครอบครัว พัฒนาระบบ และทำงานร่วมกับทีมการพยาบาล และทีมสหสาขาวิชาชีพ และ ได้รับมอบหมายให้เป็น nurse co-ordinator ของโครงการดูแลผู้ป่วยเด็กแบบประคับประคอง รพ. ศรีนครินทร์ (ประธานโครงการคือ รศ. พญ. ศรีเวียง ไพโรจน์กุล) จนถึงปัจจุบัน   ดิฉันได้รับการสนันสนุนจากทีมผู้บริหารแผนกการพยาบาลกุมารเวชกรรม ท่านผู้ตรวจการวัฒนา พุทธิสวัสดิ์ และคณะ โดยให้ปฏิบัติงานเต็มเวลาในบทบาทพยาบาลผู้ปฏิบัติการขั้นสูง สาขาการพยาบาลเด็ก เมื่อ 3 สิงหาคม  2547 และในปีเดียวกันนี้เองดิฉันได้รับแต่งตั้งเป็นตำแหน่งพยาบาล 8 (ชำนาญการเด็กมะเร็ง) ความจริงแรกเริ่มการพัฒนา CNS : Clinical nurse specialist เป็นดำริการจัดทำโครงการฯ ของท่านผู้ตรวจการแผนกการพยาบาลกุมารเวชกรรมมาก่อนแล้ว กอรปกับมีคณะทำงานติดตามการปฏิบัติงานของพยาบาลผู้ปฏิบัติการขั้นสูง โดยท่านอาจารย์บุบผา ชอบใช้ เป็นประธาน เกิดขึ้นในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นโครงการวิจัยเพื่อติดตามการปฏิบัติงานของ APN กลุ่มตัวอย่าง ในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ณ ตอนนั้น (รุ่นที่ 1) มี 2 คน คือ คุณอุบลรัตน์ ต้อยมาเมือง (สาขาการพยาบาลอายุรศาสตร์-ศัลยศาสตร์:ผู้ป่วยปลูกถ่ายไต) และสาขาการพยาบาลเด็ก (มะเร็ง) คือดิฉัน  ทำให้ดิฉันมีโอกาสได้ปฏิบัติงานเต็มเวลาในบทบาทพยาบาลผู้ปฏิบัติการขั้นสูงของแผนกการพยาบาลเด็ก นับแต่นั้นเป็นต้นมา จึงขอกราบขอบพระคุณผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง ไว้ ณ ที่นี้ <p> บทที่ 2  เตรียมตัวอย่างไรสู่การเป็นพยาบาลผู้ปฏิบัติการขั้นสูง                </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ติดตามอ่านต่อนะคะ เพราะเนื้อที่บันทึกไม่พอค่ะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ย้าย blog Oct 1, 2007 มีคนเข้ามาอ่าน = 18</p>