การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ ชีวภาพโดยภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่องพืชสมุนไพร : การวิจัยเชิงปฏิบัติการ
นางยุพา พิริยะชัยวรกุล
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นพืชสมุนไพรร่วมกับการใช้หลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพชีวภาพเนื้อหายากับชีวิต เรื่องพืชสมุนไพรของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้ร่วมวิจัยประกอบด้วย ผู้วิจัย ครูผู้ร่วมวิจัย จำนวน 2 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนพระธาตุหนองสามหมื่น ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 20 คน ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2542 รูปแบบการวิจัย เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ตามแนวคิด ของ Kemmis & McTaggart ( 1992 ) มีขั้นตอนการดำเนินการวิจัยดังนี้ ขั้นวางแผน ขั้นปฏิบัติการ ขั้นสังเกตการณ์ ขั้นสะท้อนผลการปฏิบัติ และปรับปรุงแผน การวิเคราะห์ข้อมูลทำโดย นำข้อมูลจากการสัมภาษณ์ การแสดงความคิดเห็นของผู้ร่วมวิจัย ภาพถ่ายจากวีดีโอเทปและกล้องถ่ายภาพ มาวิเคราะห์ ตีความ สรุป และตรวจสอบความเที่ยงตรงแล้วรายงานผลในลักษณะการบรรยาย ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนเป็นรายจุดประสงค์การเรียนรู้ผลการวิจัยพบว่า การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเรื่องพืชสมุนไพรโดยภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นควรดำเนินการดังนี้ การนำหลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการมาใช้จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเรื่องพืชสมุนไพรทำให้นักเรียนที่ได้ศึกษาองค์ความรู้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนกระตือรือร้นในการเรียนสนุกสนานเพลิดเพลิน มีโอกาสในการอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กล้าแสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เกิดประสบการณ์ในการเรียนรู้จากการกระทำจริง สามารถตัดสินใจอย่างมีเหตุผล รู้จักยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น เรียนรู้จากสื่อการเรียนการสอนที่หลากหลายเป็นสื่อตามสภาพจริงและใกล้ตัวผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข เป็นการเรียนการสอนที่ส่งเสริมผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ข้อมูลที่ได้จากนักเรียน ครูผู้ร่วมวิจัย ได้สะท้อนให้เห็น ข้อดี ข้อบกพร่องระหว่างดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน ทำให้สามารถแก้ไขปรับปรุงสิ่งต่างๆได้ในขณะที่กิจกรรมการเรียนการสอนยังดำเนินอยู่ เพื่อก่อประโยชน์สูงสุดในการเรียนการสอนและก่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรในโรงเรียน เป็นการเปิดกว้างให้มีการยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ผู้รู้ หรือวิทยากรท้องถิ่นได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีประโยชน์แก่เยาวชนรุ่นหลัง ซึ่งเป็นการสืบทอดสายธารด้านพืชสมุนไพรให้คงอยู่ต่อไป ผู้รู้ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเยาวชนในชุมชน ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง
จากการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย และค่าร้อยละของผลการสอบข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนก่อนเรียนและหลังเรียนเป็นรายข้อพบว่ามีค่าเฉลี่ยและค่าร้อยละสูงขึ้น และพบว่าค่าร้อยละ ของผลการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนเป็นรายจุดประสงค์สูงขึ้น อย่างไรก็ตามในการวิจัยครั้งนี้ยังพบปัญหาและอุปสรรคหลายอย่างเช่นช่วงเวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นเวลาภาคบ่ายสภาพอากาศร้อนทำให้นักเรียนบางส่วนขาดสมาธิในการเรียน ระยะเวลาในการติดตามการเจริญเติบโตของพืชสมุนไพรในกิจกรรมการปลูกพืชสมุนไพรไม่เป็นไปตามจุดประสงค์ เพราะเป็นช่วงเวลาปลายภาคเรียนที่ 1 /2542 นักเรียนขาดการดูแลติดตามอย่างต่อเนื่องและสภาพอากาศร้อน ทำให้พืชสมุนไพรบางชนิดไม่เจริญเติบโตและการใช้ภาษาถิ่นของวิทยากรในการสื่อสารกับ นักเรียน และผู้วิจัย ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนของการสื่อความหมาย
สุดยอดคนดี เก่งจริง ๆ