GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การให้คำปรึกษาผู้ป่วย HIV/AIDS

พฤติกรรมรักร่วมเพศชายรักชาย (MSM)

การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การให้คำปรึกษาผู้ป่วย  HIV/AIDS
ที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศชายรักชาย (MSM)

นิยามของ  MSM
            MSM  คือ  กลุ่มชายรักชายที่มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน ซึ่งแบ่งเป็นหลายประเภทและเรียกแตกต่างกันออกไป  ชายที่ชอบร่วมเพศทั้งหญิงและชาย  เรียกว่า  BISEXSUAL  ส่วนชายที่ต้องการหรือชอบที่จะมีเพศสัมพันธ์กับชายด้วยกันอย่างเดียว  เรียกว่า  HOMOSEXSUAL  แต่ก็ต้องดูตามสถานการณ์ด้วย  ซึ่ง  MSM  ไม่ได้หมายถึงว่าบุคคลเหล่านี้จะอยู่ในประเภทที่มีใจรักชายอย่างเดียวเท่านั้น  ชายบางคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอาจหาผู้หญิงร่วมเพศสัมพันธ์ไม่ได้  จึงจำเป็นต้องร่วมเพศกับชาย  เช่น  ชายที่อยู่ในทัณฑสถาน  หรือ  ผู้ที่ใช้สารเสพติด  เป็นต้น  ซึ่งกลุ่มคนที่มีพฤติกรรม MSM  นี้จะมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ  HIV/AIDS  และโรคทางเพศสัมพันธ์  (STI)  เช่น  โรค  กามโรค  หนองใน  เริมอ่อน  หูดหงอนไก่  เป็นต้น 
            ในปัจจุบันผู้ที่มีพฤติกรรมชายรักชาย  มีการเปิดเผยมากยิ่งขึ้น  กลุ่มผู้ติดเชื้อจึงมีอัตราที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

การมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยงทางไหน
            การมีเพศสัมพันธ์ของ  MSM  จะมีในลักษณะของการร่วมเพศทางทวารหนักเป็นส่วนใหญ่  การร่วมเพศลักษณะนี้อาจทำให้เกิดการระคายเคืองจากการเสียดสีเนื่องจากจะมีไม่มีสารหล่อลื่นจากธรรมชาติเหมือนในเพศหญิง  ซึ่งจะทำให้เกิดแผลและเป็นช่องทางที่ทำให้ติดเชื้อ  HIV/AIDS นอกจากการร่วมเพศทางทวารหนักแล้วยังมีการร่วมเพศในลักษณะของ  Oral sex  คือ  การใช้ปากและลิ้นในการมีเพศสัมพันธ์  ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ  การร่วมเพศโดยใช้อุปกรณ์ช่วยก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการติดเชื้อและแพร่เชื้อ

วิธีการตั้งคำถามและการให้คำปรึกษาผู้ป่วย  HIV/AIDS  ที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศ
            ผู้ป่วย HIV/AIDS  ที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศจะมีจิตใจที่ละเอียดอ่อน  การตั้งคำถามจึงต้องละเอียดอ่อนตามไปด้วย และต้องเป็นคำถามที่คลอบคลุมทุกรายละเอียด  การตั้งคำถามต้องเป็นคำถามที่ชี้แนวทางให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้ป่วยและต้องใช้คำถามที่ไม่ทำลายความรู้สึก  เช่น  ถ้าต้องการที่จะทราบว่าผู้ป่วยมีเพศสัมพันธ์กับชายหรือไม่  ส่วนใหญ่ผู้ให้การปรึกษาจะพูดคุยในประเด็นอื่น ๆ ก่อนแล้วจึงใช้คำถามที่ถามถึงความรู้สึกที่แท้จริง  เช่น  เมื่อคุณอยู่ใกล้และสัมผัสผู้หญิง  คุณรู้สึกอย่างไร  มีความสุขหรือไม่  และเมื่อเทียบกับการที่ได้สัมผัสกับผู้ชาย  ความรู้สึกไหนสร้างความสุขและความต้องการมากว่ากัน  ในการสังเกตพฤติกรรมผู้ป่วยอาจจะต้องสังเกต  ตั้งแต่การพูดคุย  การตอบคำถาม  พฤติกรรมการแสดงออก  และผู้ให้การปรึกษาต้องให้การประเมินเบื้องต้นเพื่อเป็นแนวทางในการตั้งคำถามให้สอดคล้องกับลักษณะของผู้ป่วยในแต่ละบุคคล 

สัมพันธภาพในการเข้าถึงกลุ่มชายรักชาย
            ผู้ให้คำปรึกษาต้องสร้างความไว้วางใจให้ผู้ป่วยเชื่อใจและมีความมั่นใจว่าความลับของตนจะไม่ถูกเปิดเผย  กล้าที่จะตอบคำถาม  ต้องแสดงให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้เห็นว่าผู้ให้คำปรึกษามีความเข้าใจ  เห็นอกเห็นใจ  และทำตัวเป็นพวกเดียวกับคนกลุ่มนี้  ในขั้นตอนแรกอาจต้องมีการเรียนรู้ถึงพฤติกรรมเบื้องต้นของผู้ป่วย  เช่น  ท่าทางการเดิน  การพูดคุย  และ  การแต่งกาย  ผู้ให้คำปรึกษาต้องมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติ  และจิตใจของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก  ต้องมีการพูดคุยที่เป็นกันเอง  ไม่ใช้ศัพท์หรือคำพูดที่ทำให้เห็นถึงความแตกต่างและเกิดช่องว่างระหว่างผู้ป่วยและผู้ให้คำปรึกษา  การใช้น้ำเสียงต้องไม่แข็งกระด้าง  รวมถึงการใช้คำถามผู้ให้การปรึกษาต้องมีกลยุทธ  ในการถามเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้องมากที่สุด


การเกิดหูดหงอนไก่ใน HIV/AIDS  ที่มีพฤติกรรมชายรักชาย
            สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่  คือ  การมีพฤติกรรมที่เสี่ยงในการร่วมเพศที่ผิดวิธี  ผิดธรรมชาติ  ไม่สะอาด  ทำให้เชื้อไวรัสเกิดการแพร่เชื้อ  ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องติดต่อในกลุ่มชายรักชายและผู้ติดเชื้อ  HIV/AIDS    เท่านั้นในกลุ่มคนปกติก็สามารถติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้  หากไม่มีการตรวจร่างกายก่อนการมีเพศสัมพันธ์  หรือมีการร่วมเพศที่ผิดวิธี  แต่ไวรัสชนิดนี้ก็สามารถรักษาให้หายได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 13294
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

ยินดีต้อนรับครับ    อยากให้เล่าสิ่งละอันพันละน้อย    หรือเคล็ดลับในการดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อที่บุคลากรของสถาบันฯ มีความภูมิใจร่วมกัน   ว่ามีที่มาอย่างไร   เกิดขึ้นได้อย่างไร

วิจารณ์ พานิช

ป๋องเข้ามาดูแล้วนะครับ คุณแม่

เป็นก้าวแรกที่เป็นประโยชน์ในการรวบรวมองค์ความรู้ของบุคลากรในองค์กร และจะนำไปเป็นแบบอย่างสำหรับงานพัฒนาคุณภาพสถาบันค่ะ

ตามเข้ามาอ่านจากกระทู้ http://gotoknow.org/blog/microcosm/174360 ครับ

ขอบคุณที่มาทักทายค่ะ

การอยู่กับคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ไม่ใช่จะติดกันง่ายอย่างที่คิด ดิฉันอยู่กันมา 9 ปี มี ลูก 2 คน ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป อย่างไปกังวลใช้ชีวิตให้มีความสุขมากที่สุด นั่นล่ะจะไม่มีทุกข์

ขอบคุณ คุณ Jjที่มาเติมเต็มให้ค่ะ

ผมเพิ่งไปมีเพศสัมพันกับผู้หญิงขายบริการวันนี้ แล้วถุงแตกกลัวติดเอดส์มากแล้วกลัวนำโรคไปติดแฟน ไม่รู้จะทำไงดี ถ้าติดจะเลิกกับแฟนยังไง แล้วจะอยู่ยังไง ผมกำลังจะแต่งงาน หรือจะตายดีครับ ช่วยให้คำตอบหน่อยกำลังตัดสินใจ

แนะนำให้เใช้ถุงยางกับภรรยา3-6เดือน   ถ้าเจาะเลือดแล้วปกติก็เลิกใช้ได้ค่ะ   บอกแฟนตามตรงจะได้ไม่ต้องโกหกค่ะ   แฟนไม่ว่าหรอกค่ะ   ความดีเก่าๆก็เอามาใช้นะคะ   ต่อไปอย่าเที่ยวเลยค่ะ