โครงงาน

การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน  Project  Method ความหมาย                        การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน  เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าและลงมือปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ   ความถนัดและความสามารถของตนเอง  ซึ่งอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  หรือกระบวนการอื่นๆ  ที่เป็นระบบ  ไปใช้ในการศึกษาหาคำตอบในเรื่องนั้น    ภายใต้คำแนะนำ  ปรึกษาและความช่วยเหลือจากผู้สอนหรือผู้ที่เชี่ยวชาญเริ่มตั้งแต่การเลือกเรื่องหรือหัวข้อที่จะศึกษา  การวางแผน  การดำเนินงานตามขั้นตอนที่กำหนด ตลอดจนการนำเสนอผลงาน  ซึ่งในการจัดทำโครงงานนั้นสามารถทำได้ทุกระดับชั้น  อาจเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม  จะกระทำในเวลาเรียนหรือนอกเวลาเรียน   ก็ได้ วัตถุประสงค์                        1.  เพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ความรู้  ทักษะและประสบการณ์ของตนเองในการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ                         2.  เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดพลังความอยากรู้อยากเห็น                        3.  เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนตัดสินใจว่าจะทำอะไร  กับใคร  อย่างไรและเสริมสร้างความมั่นใจว่าผู้เรียนเป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในเรื่องที่เขาต้องการค้นหาคำตอบ                        4.  เพื่อให้ผู้เรียนได้แสดงออกซึ่งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ประเภทของโครงงาน                        ประเภทของโครงงานแบ่งตามลักษณะกิจกรรมได้เป็น  4 ประเภท  คือ                        1.  โครงงานประเภทสำรวจ                             โครงงานประเภทนี้เป็นการศึกษา  สำรวจและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ผู้เรียนต้องการศึกษา  หลังจากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้มาจัดกระทำให้เป็นระบบระเบียบเป็นหมวดหมู่ สื่อความหมาย แล้วนำเสนอในรูปแบบต่างๆ เช่น  ตาราง  กราฟ  แผนภูมิ  และคำอธิบายประกอบ  เพื่อให้เห็นลักษณะหรือความสัมพันธ์ในเรื่องที่ศึกษาชัดเจนยิ่งขึ้น  ตัวอย่างโครงงานประเภทนี้  เช่น-          การสำรวจพืชสมุนไพรในชุมชนบ้านสบปราบ-          ปัญหาขยะของตลาดสดเทศบาล 2-          การตรวจสอบคุณภาพน้ำจากหนองปลาดุก-          วัฎจักรชีวิตของคางคก-          ระบบนิเวศในสวนยางพารา 2.  โครงงานประเภททดลอง                             โครงงานประเภทนี้เป็นการศึกษาเพื่อหาคำตอบของปัญหา  โดยมีการออกแบบการทดลอง  เพื่อศึกษาตัวแปรที่ส่งผลต่อตัวแปรที่ต้องการศึกษา  โดยควบคุมตัวแปรอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อตัวแปรที่ต้องการศึกษาไว้  โดยทั่วไปขั้นตอนการดำเนินงานของโครงงานประเภทนี้จะประกอบด้วยการกำหนดปัญหา  ตั้งสมมุติฐาน  ออกแบบการทดลอง  รวบรวมข้อมูล  แปรผลและสรุปผล  การทดลอง  ซึ่งขั้นตอนที่ปฏิบัติจะเป็นกระบวนการวิทยาศาสตร์อย่างสมบูรณ์  ตัวอย่างโครงงานประเภทนี้  เช่น-          การทำยากันยุงจากตะไคร้หอม-          การผลิตยาสระผมจากพืชสมุนไพรในท้องถิ่น-          การศึกษาเปรียบเทียบตัวแปรที่ส่งผลต่ออัตราการเจริญเติบโตของต้นมะเขือเทศ3.   โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์      โครงงานประเภทนี้เป็นการประยุกต์ทฤษฎี  หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์หรือด้านอื่นๆ มาสร้างหรือประดิษฐ์เป็นของเล่น  เครื่องมือ  เครื่องใช้หรืออุปกรณ์สำหรับใช้สอยตางๆ  ซึ่งอาจจะเป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้ว  หรือประดิษฐ์สื่อใหม่  หรืออาจะเป็นการเสนอแบบจำลองทางความคิดเพื่อแก้ปัญหาก็ได้  ตัวอย่างโครงงานประเภทนี้  เช่น-          การประดิษฐ์ของเล่นพื้นบ้านจากวัสดุในท้องถิ่น-          การบำบัดน้ำเสียโดยวิธีธรรมชาติ-          การประดิษฐ์กังหันลมเพื่อวิดน้ำเข้าแปลงผัก  4.   โครงงานประเภทสร้างทฤษฎี      โครงงานประเภทนี้เป็นการนำเสนอทฤษฎี  หลักการหรือแนวคิดใหม่ๆ  ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดของผู้อื่นที่มีอยู่แล้ว  โดยมีหลักการทางวิทยาศาสตร์  หรือทฤษฎีอื่นๆ ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ  สนับสนุน  ซึ่งอาจจะเป็นลักษณะทฤษฎี  หลักการ  แนวคิดใหม่  หรืออาจขัดแย้งกับทฤษฎีเดิม  หรือเป็นการขยายทฤษฎี  หลักการหรือแนวคิดเดิมก็ได้  จุดสำคัญอยู่ที่ผู้ทำโครงงานประเภทนี้จะต้องมีความรู้พื้นฐานในเรื่องนั้น ๆ  อย่างดี  โดยทั่วไปโครงงานประเภทนี้มักจะเป็นโครงงานทางคณิตศาสตร์  หรือวิทยาศาสตร์   อาจจะนำเสนอในรูปของสูตร  สมการหรือคำอธิบายก็ได้  ตัวอย่างโครงงานประเภทนี้  เช่น-          การเกษตรทฤษฎีใหม่-          การผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์-          การผลิตแท่งเชื้อเพลิงสีเขียว ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้                        การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานนี้มีขั้นตอนสำคัญ  ดังต่อไปนี้1.      การเลือกหัวข้อเรื่องหรือปัญหาที่จะศึกษา2.      การวางแผน  ประกอบด้วย2.1  การกำหนดจุดประสงค์2.2  การตั้งสมมุติฐาน2.3  การกำหนดวิธีการศึกษา                        3.   การลงมือปฏิบัติ                        4.   การเขียนรายงาน                        5.   การนำเสนอผลงาน                        แนวทางในการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน  สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ  (2542 : 10 -17 )  เสนอไว้ดังนี้     <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>

ขั้นตอน กิจกรรมของผู้เรียน กิจกรรมสนับสนุนของผู้สอน ผลที่ได้รับ 1.  การเลือกเรื่อง/ปัญหาที่จะศึกษา 1.  สำรวจความสนใจของ     ตนเองโดย    1.1 สังเกตและศึกษาข้อมูล          จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว           หรือชุมชนเพื่อศึกษาว่า            มีเรื่องใดเป็นประเด็นที่           น่าสนใจที่จะศึกษา     1.2  ติดตามข่าว เหตุการณ์           สำคัญ ๆ และสำรวจ           ตนเองว่าสนใจที่จะ           ศึกษาเรื่องใดเป็นพิเศษ     1.3  คิดเรื่องโยงจากเรื่องที่           เรียนปกติว่ามีเรื่องใดที่           ต้องการจะศึกษา           ต่อเนื่อง    1.4  ร่วมคิดหาความ           เชื่อมโยงโดยใช้ web           หรือ Mind Map2.  เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะ     ศึกษาเรื่องใด  พยายาม     ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง     ที่จะศึกษาเพิ่มเติม   1.  กำหนดให้มีกิจกรรมสำรวจ     ความสนใจของตนเองเพื่อ1.1   ชี้ชวน ชักชวนจัดกิจกรรมให้มีการศึกษาสภาพแวดล้อมรอบตัวหรือ ชุมชนเพื่อจุดประกายความสงสัยใคร่รู้ให้กับนักเรียนไปสู่แรงจูงใจที่อยากจะศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เชิงลึก1.2  ใช้คำถามเชื่อมโยงจากข่าวเหตุการณ์หรือปัญหาจากชุมชน กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความอยากติดตาม1.3  ใช้คำถามเชื่อมโยงจากบทเรียนปกติเช่น มีเรื่องไรอีกที่นักเรียนต้องการรู้1.4  ใช้สื่ออื่น ๆ เช่น ภาพนิ่งป้ายนิเทศ  วีดิทัศน์ ฯลฯ และสื่อที่ใช้ควรทิ้งปัญหาให้นักเรียนคิดที่จะศึกษาต่อ1.5  ช่วยเหลือนักเรียนให้สามารถเลือกเรื่อง/ปัญหา/ประเด็นที่ตนเองสนใจที่จะรู้เพิ่มขึ้นได้มากขึ้นเพื่อจัดทำเป็นโครงงาน1.6  ร่วมกับนักเรียนวางแผน กำหนดเรื่องตามรูปแบบของ Web หรือ  Mind  Map  นักเรียนได้เรื่อง/ปัญหาประเด็นที่จะจัดทำเป็นโครงงานซึ่งจะเป็นงานเดี่ยว  หรือกลุ่มก็ได้

</tbody></table>    <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>

ขั้นตอน กิจกรรมของผู้เรียน กิจกรรมสนับสนุนของผู้สอน ผลที่ได้รับ 2.  การวางแผน 2.1  การกำหนด        จุดประสงค์         2.2 การตั้ง       สมมุติฐาน          (การคาคคะเนคำตอบเฉพาะบางโครงงานที่สามารถตั้งสมมุติฐาน        2.3 การกำหนด      วิธีการศึกษา 1.  คิดทบทวน  ไตร่ตรอง หา     เหตุผลประกอบการ     ตัดสินใจว่า ไต้องการอะไร     จากการกระทำโครงงาน     ครั้งนี้2.  เขียนสิ่งที่ตนเองต้องการ3.  พูดคุยกับเพื่อนเพื่อให้เกิด     ความมั่นใจยิ่งขึ้น  เป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องจากขั้นที่ 1- 2.1 โดยเฉพาะโครงงานทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นนักเรียนควรดำเนินการดังนี้ 1. พูด คุยกับเพื่อนเพื่อกำหนดคำตอบล่วงหน้า ซึ่งอาจมีหลายคำตอบ2. เลือกคำตอบที่คาดเดาว่าเหมาะสมและเป็นไปได้มากมี่สุด ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องปัญหา ประเด็นและจุดประสงค์3. เขียนสิ่งที่คาดเดาไว้เพื่อรอการพิสูจน์ 1. คิดต่อเนื่องจากขั้นตอนที่      2.1 และ 2.2 (ถ้ามี) ว่าจะ    ศึกษาเรื่องนั้นได้อย่างไร     โดย 1.1 ถามตัวเองว่ามีวิธีใดบ้างที่จะศึกษาเรื่องนั้น ๆ ได้ 1.  ใช้คำถามให้นักเรียนคิดถึง      ความต้องการหรือประเด็นที่      ต้องการศึกษาจากเรื่องที่เลือก     ได้แล้ว2.  วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของ     จุดประสงค์ของนักเรียนและให้     ความคิดเห็น เสนอแนะให้คิด     อย่างรอบคอบ3.  ให้กำลังใจ 1. ใช้คำถามกระตุ้นให้คาดเดาคำตอบล่วงหน้า นักเรียนคิดว่าน่าจะเป็นอย่างไร?นักเรียนคิดว่าน่าจะมีผลต่อ...อย่างไร?2.  วิเคราะห์ความเป็นไปได้และให้ความคิดเห็น3.  ถามย้ำเพื่อให้นักเรียนคิดอย่างรอบคอบและมั่นใจในคำตอบที่คาดคะเน       1. กระตุ้น/ส่งเสริม/ให้คำปรึกษา    ในการ    1.1 คิดวิธีการศึกษาที่          หลากหลาย    1.2 เลือกวิธีการศึกษาที่สามารถ          ทำได้ จุดประสงค์ของโครงงาน         สมมุติฐาน              เค้าโครงโครงงาน   ขั้นตอน กิจกรรมของผู้เรียน กิจกรรมสนับสนุนของผู้สอน ผลที่ได้รับ                          
3.  การลงมือ    ปฏิบัติ 1.2   เลือกวิธีการที่เหมาะสมและสามารถทำได้ในข้อจำกัดที่มีอยู่1.3   กำหนดขั้นตอนหรือวิธีการศึกษา และระยะเวลา หรือ·       ศึกษาแหล่งความรู้ที่เกี่ยวข้อง·       กำหนดวิธีการที่จะศึกษาแหล่งความรู้ที่เกี่ยวข้อง·       กำหนดวิธีการที่จะศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ·       กำหนดระยะเวลา·       กำหนดวิธีการนำเสนอผลงาน2.  นำข้อมูลตั้งแต่ขั้นตอนที่     1-2 มาเรียบเรียงจัดทำ          เค้าโครงของโครงงาน 1.  ลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนที่    กำหนด2. บันทึกข้อมูลทุกขั้นตอน3. ปรึกษาหารือกับเพื่อนหรือ    ครูเป็นระยะเพื่อแลกเปลี่ยน    เรียนรู้4. ร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติ    ตามโครงงาน 1.3  เลือกแหล่งข้อมูลที่เหมาะสม1.4  จัดทำเค้าโครงของโครงงาน2. เตรียมการประสานงานเพื่อ

</tbody></table>